เลือกผ้าใบกันฝนให้ดีควรดูอะไรบ้าง

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ผ้าใบกันฝนนั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน อุปกรณชิ้นนี้จะช่วยป้องกันปัญหาที่เกิดจากฝนได้ หากใครที่กำลังมองหาผ้าใบกันฝน ควรทำความเข้าใจให้ละเอียด ก่อนเลือกซื้อหรือติดตั้ง ซึ่งรายละเอียดในการเลือกซื้อนั้นต้องทำความเข้าใจกันสักหน่อย เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ลองมาดูกันดีกว่าว่าควรพิจารณาอะไรก่อนซื้อบ้าง เลือกผ้าใบแบบไหนให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน

1. รูปแบบผ้าใบกันฝน

ผ้าใบกันฝน มีหลากหลายชนิด หลายรูปแบบแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ โดยสามารถแบ่งรูปแบบตามการใช้งานได้ ดังนี้

  • ผ้าใบกันฝนพับเก็บได้ เป็นผ้าใบชนิดที่มีโครงสร้างอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา มีความแข็งแรงทนทาน สามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน การพับเก็บมีทั้งแบบระบบมือหมุนและแบบอัตโนมัติ เหมาะสำหรับสถานที่ที่มีพื้นที่ใช้งานจำกัด ส่วนมากจะต้องการบังฝนโดยไม่ต้องใช้เสา โดยติดตั้งส่วนผ้าใบให้ยื่นออกจากตัวอาคารเพื่อให้ไม่เกะกะ
  • ผ้าใบกันฝนแขนตรง เป็นผ้าใบกันฝนอีกแบบหนึ่งที่มีโครงสร้างทำจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา สามารถม้วนขึ้นลงเพื่อใช้งาน สามารถใช้ได้กับหน้าต่างทุกประเภท โดยแขนตรงที่ทำเป็นโครงสร้างผ้าใบนั้น จะมีสปริงติดตั้งไว้ข้างใน ซึ่งจะทำให้ผ้าใบมีความตึงตัวในขณะใช้งาน สามารถม้วนเก็บได้เมื่อไม่ใช้งานแล้ว
  • ผ้าใบกันฝนแนวดิ่ง เป็นแบบที่เหมาะสำหรับใช้เป็นที่กันฝนสาดเข้าสู่ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี จึงเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะผ้าใบกันฝนแบบแนวดิ่ง มีการออกแบบผืนผ้าใบให้มีความทนทานต่อสนิมได้ดี และมีโครงสร้างให้เลือก ทั้งแบบอะลูมิเนียม และสเตนเลส มีน้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแรงทนทาน และมีอายุการใช้งานค่อนข้างยาวนาน สามารถม้วนพับขึ้นลงได้สะดวก ติดตั้งได้ง่ายไม่ยุ่งยาก
  • ผ้าใบกันฝนทรงยุโรป เป็นอีกหนึ่งรูปแบบสำหรับผ้าใบกันฝนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีการออกแบบดีไซน์ที่มีความหรูหรา ทันสมัยในสไตล์โมเดิร์นทรงยุโรป มีรูปทรงโค้งคล้ายพัด และต้องใช้การตัดเย็บอย่างประณีต ทั้งยังสามารถจัดโครงสร้างให้เข้ากับตัวอาคารได้ดี สร้างความหรูหราให้กับบ้านได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
  • ผ้าใบกันฝนบาลโคนี่ ผ้าใบกันฝนในลักษณะนี้มีความพิเศษตรงที่ ไม่ต้องมีการเจาะผนังเพื่อใช้งานหรือติดตั้ง แต่ก็สามารถเพิ่มความสวยงามโดดเด่นให้กับตัวบ้านได้ ทั้งยังพับเก็บได้ง่าย และมีความผู้ใช้ติดตั้งได้เองโดยสะดวก ไม่ยุ่งยาก หรือหากจะย้ายจุดในการใช้งานก็สามารถทำได้เลย

รูปแบบผ้าใบกันฝน

2. เลือกเนื้อผ้า

ควรมีการเลือกให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน เพื่อให้ใช้งานได้ดีตรงตามวัตถุประสงค์อาจจะพิจารณาเลือกแบบเนื้อผ้าใบกันฝนแบ่งตามประเภท ดังนี้

  • ผ้าคูนิล่อน เป็นผ้าใบที่มีเนื้อผ้าสีสดทนทาน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถกันน้ำซึมได้ดีเยี่ยม และยังบังแสงได้ดีไม่น้อย เนื้อผ้ามีความนิ่มและยืดหยุ่นได้ดี เนื้อผ้าทำมาจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ เคลือบพลาสติกทั้ง  2 ด้าน ทำให้เลือกสีสันสดใสและลวดลายได้หลายแบบ เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยที่ต้องการสร้างความโดดเด่นให้กับตัวบ้านดูสวยงาม
  • ผ้าใบใส เป็นเนื้อผ้าที่มีความโปร่งแสง มักนิยมใช้สีขาวกันเป็นส่วนมาก มีคุณสมบัติกันน้ำซึมได้ดี มีความโปร่งแสง รับแสงได้อย่างเต็มที่ เนื้อผ้ามีความเรียบเนียน และมันวาวเพราะผลิตมาจากพลาสติกพีวีซี เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป ที่ต้องการใช้ป้องกันลมและฝนได้เป็นอย่างดี
  • ผ้าใบทาโพลีน มีเนื้อผ้าที่มีความโปร่งแสง แสงผ่านได้ดี มีเนื้อผ้าที่มีผิวสัมผัสกึ่งด้านและมีความนิ่มในระดับปานกลาง ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ที่เคลือบพลาสติกพีวีซีให้ความทนทานและมีความสวยงามแลดูเด่นเหมาะมากกับที่พักอาศัยที่ต้องการความสวยงามทันสมัย

เลือกเนื้อผ้า

3. เลือกผ้าใบกันฝน

เมื่อหน้าฝนใกล้เข้ามาแล้วหากที่อยู่อาศัยหรือบ้านของเรายังไม่มีผ้าใบกันฝน ฝนอาจทำลายและส่งผลเสียต่อตัวบ้านได้ไม่มากก็น้อย เพราะพื้นที่ตัวบ้านอาจจะมีรอยรั่วบางจุด ทำให้ฝนที่จะสาดเข้าสู่ตัวบ้านมีการรั่วซึม ดังนั้นการเลือกผ้าใบกันฝนเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้จึงควรคำนึงถึง ความทนทาน ความสะดวก การติดตั้งงาน และดีไซน์หรูเพิ่มความสวยงามให้กับตัวบ้านไปพร้อมๆ กัน 

เลือกผ้าใบกันฝน

4. งบประมาณ

ในการติดตั้งผ้าใบกันฝน หรือการติดตั้งกันสาดเพื่อป้องกันน้ำในช่วงหน้าฝนนั้น จะมีการใช้งบประมาณในการติดตั้งแตกต่างกันไป ผู้ซื้อควรจะระบุกับทางร้านให้ชัดเจนว่าต้องการติดตั้งใช้งานในรูปแบบไหนอย่างไร ทั้งควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการติดตั้งการออกแบบ หรือค่าใช้จ่ายในการเลือกซื้อวัสดุมาติดตั้งเอง หากใครมีความชำนาญทางการช่างจะติดตั้งไว้ใช้งานเองก็ได้ จะให้ดีควรมีการจัดสรรงบประมาณให้ตรงตามความต้องการด้วยเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหางบบานปลายในภายหลัง

งบประมาณ

5. วิธีดูแล

เมื่อมีการใช้งานเป็นระยะเวลานานย่อมต้องมีคราบสกปรกที่เกาะติดตามหน้าสัมผัสของผิวพื้นผ้าใบ สร้างความหมองคล้ำและดูไม่สวยงาม ดังนั้นจึงควรมีการดูแลทำความสะอาดให้แลดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ การทำความสะอาดสามารถทำได้ง่าย ๆ ยกตัวอย่างเช่น

  • ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยนต่อเนื้อผ้า ที่สามารถขจัดคราบสกปรกได้ และไม่ทำให้เนื้อผ้าเกิดความเสียหาย เช่นเตรียมน้ำยาฟอกขาว 1 ถ้วยผสมน้ำสบู่ในอัตรา 1 ใน 4 ส่วน ของถ้วยตวงผสมกับน้ำในปริมาณ 1 แกลลอน
  • แช่ผ้าลงในน้ำเปล่าที่ผสมน้ำยาทำความสะอาดทิ้งไว้ประมาณ  15 นาที เพื่อให้คราบสกปรกฝังแน่นหลุดออกมา
  • หากพบว่ามีคราบสกปรกตกค้างอยู่ให้ทำความสะอาดอีกรอบหากมีความจำเป็น
  • ควรล้างด้วยน้ำสะอาดให้ทั่วบริเวณผืนผ้าเพื่อชะล้างน้ำยาทำความสะอาดที่ตกค้างในเนื้อผ้าออกให้หมด
  • นำไปผึ่งแดดให้แห้งสนิท แล้วนำมาติดตั้งใช้งาน
  • เพื่อยืดอายุการใช้งาน หลังจากทำความสะอาดควรมีการรีทรีตเมนต์เพื่อให้เกิดการป้องกันคราบสกปรกและรอยเปื้อนหลังทำความสะอาดอีกครั้ง

วิธีดูแล

เรื่องของการเลือกใช้ผ้าใบกันฝนให้ดีนั้นเราควรพิจารณาเรื่องความเหมาะสมในการเลือกใช้ อาจจะศึกษารายละเอียดหรือปรึกษาผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ล้วนเป็นวิธีที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงสามารถมั่นใจได้ว่าการเลือกใช้ผ้าใบกันฝนที่ได้คุณภาพจะช่วยให้หน้าฝนที่จะผ่านเข้ามาผ่านไปได้ด้วยดี ไร้ซึ่งปัญหากังวลใจได้อีก

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร