15 รูปแบบการจัดสวนหน้าบ้านเหมาะกับคนทุกสไตล์

15/6/2020
x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

การ “จัดสวนหน้าบ้าน” เป็นการปรับพื้นที่ทำให้บ้านเราให้ดูร่มเย็น น่าอยู่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การจัดสวนของแต่ละบ้านต่างกันออกไป จึงอยากแนะนำวิธีจัดสวนบริเวณหน้าบ้านที่เหมาะกับที่อยู่อาศัยของคุณว่าทำแบบไหนได้บ้าง ลองเอาไปใช้กันดู

1. พื้นที่จำกัด

เริ่มด้วยบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ไม่ต้องกังวลใจ แนะนำให้ทำพื้นยกระดับระหว่างบ้านกับสวนเพื่อความต่อเนื่องและช่วยให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น ซึ่งบริเวณพื้นก่อนทางเข้าบ้านที่ยกสูงนั้นก็สามารถปลูกต้นไม้หรือจัดให้เหมาะสม เช่น วางเก้าอี้นั่งสำหรับชมสวน มีโต๊ะหรือแท่นสำหรับวางพันธุ์ต้นไม้เล็ก ๆ หรือจะจัดสวนแนวตั้งก็ได้อารมณ์อีกแบบ ต้นไม้ที่เหมาะกับสวนพื้นที่จำกัดแนะนำให้เลือกพันธุ์มีลักษณะเป็นต้นหรือมีใบสีสันสวยๆ เนื่องจากขนาดพื้นที่ทำให้เราปลูกต้นไม้มากไม่ได้ ทรงและสีของต้นไม้เหล่านี้จะช่วยดึงเสน่ห์ของสวนออกมา เช่น ต้นโมก, ปาล์มยะวา, หรือเสน่ห์จันทร์แดง เป็นต้น รวมถึงการใช้ต้นไม้แบบแขวนก็ดูดีไปอีกแบบ การดูแลก็ไม่ยากเพราะพื้นที่จำกัดโดยเฉพาะใครเลือกต้นไม้ที่ทนต่อสภาพอากาศร่ม ชุ่มชื้นหน่อยๆ แค่รดน้ำบ้างตามเหมาะสม บวกกับการตัดแต่งกิ่งไม่ให้บังเส้นทางเดินมากเกินไปก็ใช้ได้แล้ว ค่าใช้จ่ายมีตั้งแต่หลักพันบาทขึ้นไป

พื้นที่จำกัด

2. สวนงบประหยัด

สำหรับคนมีงบน้อยก็สามารถจัดสวนด้านหน้าบ้านให้ประหยัดได้ อาจเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ในบ้าน, ลงทุนซื้ออุปกรณ์ที่แข็งแรงแบบซื้อรอบเดียวแล้วอยู่ไปอีกนาน, และใช้ต้นไม้เทียมบางจุดเพื่อให้ได้อารมณ์ธรรมชาติเหมือนของจริง ต้นไม้ที่เหมาะสมควรเป็นต้นไม้ที่โตช้าและเลือกซื้อมาตั้งแต่ยังเป็นต้นกล้าเพื่อให้รากของมันค่อยๆ เติบโตฝังลงไปในดินลึก ไม่เหี่ยวเฉาง่าย เน้นการจัดแบบเรียบง่ายไม่ต้องหวือหวามาก การดูแลก็เป็นไปตามธรรมชาติของต้นไม้พันธุ์นั้น ๆ แค่นี้ก็มีสวนหน้าบ้านสวย ๆ ได้จากงบไม่ถึงหลักพันเท่านั้น

สวนงบประหยัด

3. สวนสไตล์ลอฟท์ 

เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ด้านหน้ากว้าง เนื่องจากจะช่วยดึงเอาความดิบของการจัดสวนออกมาได้อย่างเต็มที่ เน้นเรื่องการใช้วัสดุที่ดูดิบ ๆ ไม่ต้องตกแต่งอะไรมาก เช่น ทางเดินเป็นระเบียงไม้หรือปูนปั้นสดแบบขัดมัน โรยรอบข้างด้วยกรวดเสริมอารมณ์ธรรมชาติเข้าไปอีก อาจมีวัสดุเพิ่มเติมที่ทำจากธรรมชาติ เช่น โอ่งดินเผาหรือกระถางแขวนดินเผา เป็นต้น มีการปูหญ้าบางจุดของสวนเพื่อลดความดิบจากวัสดุและตัวบ้านลงให้ดูธรรมชาติมากขึ้น ต้นไม้ที่ปลูกแนะนำเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ให้ร่มเงาดี เช่น ต้นหว้า, ต้นมะม่วง, ต้นพะยอม ฯลฯ ผสมกับต้นไม้พุ่มเล็ก ๆ บริเวณโคนต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ดูสวยงาม การจัดสวนสไตล์นี้ต้องดูแลเป็นพิเศษเพื่อลดความเสี่ยงที่ต้นไม้จะตาย พยายามหมั่นรดน้ำ พรวนดินเยอะ ๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายก็มีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน

สวนสไตล์ลอฟท์ 

4. สวนมินิมอล 

เป็นการเน้นรูปแบบสวนให้ดูเล็ก กะทัดรัด ต้นไม้ไม่ต้องเยอะมากจนเกินงาม มีอุปกรณ์สำหรับนั่งเล่นในสวนเติมเข้าไปด้วย เช่น ชุดโต๊ะปูนเปลือย พื้นสวนใช้การโรยหินเพื่อปรับสภาพให้ดูเป็นธรรมชาติ เน้นการปลูกต้นไม้ในกระถางโดยเฉพาะการใช้กระถางปูนแบบเรียบ ๆ เพื่อสื่อความหมายของสวนให้ตรงประเด็น ต้นไม้ที่ใช้อาจเลือกต้นที่ดูทันสมัย เช่น ต้นสนฉัตรหรือต้นกระบองเพชร เพื่อไม่ให้ดูรกมากเกินไป การดูแลรักษาต้องเน้นเรื่องความสะอาดเป็นสำคัญ โดยเฉพาะใครเลือกใช้โทนสีขาวของพื้นหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในการตกแต่ง ตรงนี้ค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์จะมากกว่าต้นไม้ โดยเป็นได้ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น

สวนมินิมอล

5. สวนแบบเซ็น

สวนที่ซ่อนปรัชญาของสัจธรรมเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ เน้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติมาผสมรวมกันให้มีความหมายชัดเจนทั้งหิน ต้นไม้ น้ำ ซึ่งหลัก ๆ ของการจัดสวนแบบนี้จะเน้นสีธรรมชาติโดยเฉพาะ เช่น หินก็เป็นสีพื้นไม่ตกแต่ง มีน้ำตกทำจากหิน หรือสร้างน้ำตกในสวนด้วยการขุดดิน ต้นไม้นิยมเลือกต้นไม้ที่มีความหมายดี ให้สัจธรรมในการดำรงชีวิต หรือสื่อสารอะไรบางอย่างได้ เช่น ต้นไผ่หรือบอนไซ เมื่อมองหรือไปนั่งอยู่ในสวนแล้วต้องได้ความคิดดี ๆ เกิดขึ้น สำหรับการดูแล ต้องใส่ใจรายละเอียดทุกจุดเพื่อให้สวนไม่สกปรก ด้านค่าใช้จ่ายก็สูงตามวัสดุที่เลือกใช้ อาจมีถึงหลักแสนเลยก็ได้

สวนแบบเซ็น

6. สวนแนวเกาหลี

คนที่ต้องการจัดสวนสไตล์นี้ต้องเน้นสีสันให้ได้บรรยากาศที่สดชื่น แจ่มใส จึงนิยมการใช้วิธีจัดสวนด้วยกระถางต้นไม้สีสันสวยงามซึ่งปลูกต้นไม้ที่มีใบหรือดอกสวย ๆ เรียงกันหลายต้น รวมถึงมีสิ่งก่อสร้างบางอย่างเข้าไปผสมรวมกันด้วย เช่น หิน มีอุปกรณ์ตกแต่งสวนน่ารัก ๆ หาดูได้ยาก เช่น ของสะสมเก่า ๆ หรือเครื่องใช้ในสวนจำพวกไม้กวาดทางมะพร้าวก็นำมาประดับให้ดูดีได้เช่นกัน อีกทั้งยังนิยมมีกระถางแขวนต้นไม้ไว้ตามจุดต่าง ๆ ของสวนเพื่อให้ดูหลากหลาย บรรดาต้นไม้ที่ใช้จะเน้นความเด่นชัดของใบหรือดอกเป็นหลัก เพราะทำให้ดูสะดุดตาน่ามอง การดูแลรักษาต้องใส่ใจทั้งต้นไม้และส่วนต่าง ๆ ของสวนอย่างครบครัน มีค่าใช้จ่ายตามงบประมาณที่วางเอาไว้ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นหรือแสน

สวนแนวเกาหลี

7. สวนตามฮวงจุ้ย

หลายคนเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย ก็นำมาทำเป็นสวนที่ช่วยเรื่องโชคลาภ ความรุ่งเรืองได้เลย การจัดสวนตามฮวงจุ้ยเน้นย้ำว่าต้องมีบ่อน้ำหรือน้ำพุอยู่ด้วย เป็นความเชื่อเรื่องเงินทอง โชคลาภ เน้นต้นไม้มงคลที่เสริมดวงชะตา เช่น ดาวเรือง, นางกวัก, ว่านรวยไม่เลิก ฯลฯ อย่าให้มีต้นไม้ขนาดใหญ่แผ่กิ่งก้านขวางทางเข้าบ้านเป็นอันขาด สังเกตได้ว่าการจัดสวนตามฮวงจุ้ยจะไม่เน้นเรื่องดีไซน์แต่จะเน้นไปที่ความเชื่อเป็นหลัก การดูแลรักษาก็เป็นไปตามสภาพของต้นไม้นั้น ๆ แต่ต้องเน้นความสะอาด ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากอาจอยู่งบประมาณแค่หลักพันเท่านั้น

สวนตามฮวงจุ้ย

8. สวนสไตล์โมเดิร์น

เรียกอีกแบบว่า “โมเดิร์น ทรอปิคอล” เน้นการเอาต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดจากเขตร้อนมาจัดสวนให้ดูสบายตา ร่มรื่น อาทิ ปาล์มหรือหูกระจง ใช้วัสดุอื่น ๆ สำหรับการจัดสวนที่เน้นการโชว์เนื้อธรรมชาติ เช่น กระเบื้องผิวหยาบหรือหินทรายขัดเรียบ จำนวนต้นไม้อาจจะไม่มาก แต่เน้นเรื่องของวัสดุตกแต่งให้มีเส้นสายคล้ายทรงเรขาคณิต สร้างความแตกต่างให้กับสวน การดูแลจึงเน้นไปที่วัสดุเหล่านี้ ส่วนค่าใช้จ่ายก็มีหลักหมื่นได้เลย

สวนสไตล์โมเดิร์น

9. สวนหิน

อีกรูปแบบสวนหน้าบ้านสุดโดดเด่นก็คือ “สวนหิน” ซึ่งบอกเลยไม่ยากอย่างที่คิด ลำดับแรกต้องวางแผนดี ๆ ก่อนว่าจะจัดแบบไหน มีการดีไซน์ให้ชัดเจน เลือกประเภทของหินและวัสดุอื่น ๆ ในส่วนของต้นไม้ให้เน้นต้นไม้เป็นพุ่มขนาดเล็ก-กลาง เพื่ออวดความโดดเด่นของหินที่จัดเรียงเอาไว้อย่างงดงาม เช่น เฟิร์น, พลูด่าง, หรือจะเพิ่มสวนหินที่เป็นน้ำตกเข้าไปด้วยก็ได้ แต่การดูแลสวนหินต้องใส่ใจกับเรื่องของหินมากเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีบางก้อนที่แตกหักหรือสกปรกได้ง่ายจากตะไคร่น้ำ ขณะที่ราคาก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของหินที่เลือกใช้ อาจมีได้ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น

สวนหิน

10. สวนสไตล์อังกฤษ

ด้วยชื่อที่บ่งบอกชัดเจนว่าเป็น “สวนสไตล์อังกฤษ” สวยงามดั่งกับหลุดมาจากเทพนิยาย การวางผังสำคัญคือต้องมีอุปกรณ์ประกอบให้เหมือนกับต้นแบบ เช่น ศาลา, โต๊ะดื่มน้ำชา, บ่อน้ำพุ หรือรูปปั้น ต้นไม้เน้นสีสันของใบหรือดอกมาก ๆ อาทิ กุหลาบ, ลาเวนเดอร์, พุทธรักษา รวมถึงบรรดาไม้เลื้อยบริเวณกำแพงก็ให้ความโรแมนติกได้อีกพอสมควร การดูแลต้องเน้นความสะอาดของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในสวน เช่น ระวังเรื่องตะไคร่น้ำเกาะหรือสีถลอก ขณะที่ค่าใช้จ่ายถือว่าสูงพอสมควร มีระดับหลักหมื่นจนถึงหลักแสน

สวนสไตล์อังกฤษ

11. สวนย้อนยุค

ใครนิยมความคลาสสิก ความงดงามแบบย้อนยุค การจัดสวนแบบนี้ถือว่าตอบโจทย์ โดยอุปกรณ์ที่จะใช้จัดสวนควรเป็นแนวย้อนยุคทั้งหมด อาทิ ป้ายไม้แกะสลัก, ตู้ไม้เก็บของ, ซุ้มต้นไม้ ฯลฯ ในส่วนของต้นไม้ขึ้นอยู่กับความชอบจะต้นทรงพุ่มอย่าง เฟิร์น, สนขนาดเล็ก, ไม้เลื้อย, หรือต้นไม้ขนาดใหญ่ อาทิ หูกระจง ก็ตามสะดวก การดูแลที่ดีควรใส่ใจเรื่องอุปกรณ์ที่ตกแต่งเนื่องจากหลายชิ้นเป็นของเก่ามาก หากเสียหายแล้วจะหามาทดแทนไม่ได้ ราคาก็ขึ้นอยู่กับค่าอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยเช่นกัน ถ้าใครได้ของดีราคาประหยัดมาก็ถือว่าโชคดี

สวนย้อนยุค

12. สวนครัว

การจัดสวนครัวต้องแบ่งพื้นที่ออกให้ชัดเจน เพื่อจะได้ไม่มีใครไปยุ่งกับต้นไม้เหล่านั้น ให้พวกมันได้เจริญงอกงามจนสามารถใช้นำมาประกอบอาหารได้ อาจแบ่งออกเป็นแปลงหรือทำเป็นมุมกระถางสำหรับพืชผักสวนครัวโดยเฉพาะ ผักที่นิยมก็หลากหลาย อาทิ พริก, กะเพรา, โหระพา, สะระแหน่, ตะไคร้ ฯลฯ เน้นผักใช้ทำอาหารประจำ อย่าปลูกต้นใหญ่เกินไปเพราะจะเก็บใช้ลำบาก ดูแลตามสภาพของต้นไม้ ราคาไม่แพงมีเงินหลักพันก็เอาอยู่

สวนครัว

13. สวนสำหรับเด็ก

สำหรับบ้านที่มีเด็กต้องการให้เขาเรียนรู้กับธรรมชาติ วิธีจัดสวนต้องวางแผนไปที่บรรดาเครื่องเล่นหรืออุปกรณ์การเรียนรู้ของเด็ก ๆ อาทิ สไลด์ลื่น, แผ่นกระดานตัวเลข, บ้านต้นไม้ ฯลฯ ขณะที่ต้นไม้ควรเน้นต้นขนาดใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นเพื่อให้เด็ก ๆ ไม่รู้สึกร้อน เช่น หูกระจงหรือมะม่วง พวกเขาจึงสามารถออกมาเล่นได้ตลอดวัน ควรปูหญ้าหรือทรายโดยรอบเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การดูแลเน้นเรื่องความแข็งแรงของอุปกรณ์เครื่องเล่นเป็นหลักเพื่อไม่ให้ลูกเกิดอันตราย ส่วนต้นไม้ใหญ่พยายามเลาะกิ่งที่อาจร่วงหล่นลงมาบ่อย ๆ ค่าใช้จ่ายจะสูงพอสมควรน่าจะถึงหลักหมื่นได้

สวนสำหรับเด็ก

14. สวนบาหลี

การตกแต่งตามสไตล์สวนเมืองร้อนที่เน้นความธรรมชาติผสมผสานกับความเชื่อ ศิลปะ ดังนั้นการวางองค์ประกอบสำคัญคือต้องมีอุปกรณ์ตกแต่งที่แสดงถึงความเชื่อ เช่น น้ำพุ, รูปปั้นหรืองานศิลปะต่าง ๆ ต้นไม้จะเน้นความเขียวชอุ่มได้บรรยากาศแบบฤดูฝน โดยต้นไม้ต้องมีคือ ต้นกก, ลีลาวดี, เฟิร์น, ปาล์ม, หรือกล้วย เป็นต้น มีการจัดแสงให้ดูนวลตาด้วยไฟสีส้มสลัว เติมบรรยากาศความเป็นบาหลีได้ การดูแลจะต้องเน้นความเป็นระเบียบเนื่องจากต้นไม้เยอะอาจเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อื่น ๆ ค่าใช้จ่ายก็มีตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน

สวนบาหลี

15. สวนทนแดดทนฝน

แบบสุดท้ายสำหรับคนไม่ค่อยมีเวลาดูแลแต่อยากจัดสวนบริเวณหน้าบ้าน ตรงนี้เน้นเรื่องเดียวคือเลือกต้นไม้ที่ทนแดดทนฝนได้ดีไม่ตายง่าย เช่น โมก, วาสนา, หญ้าน้ำพุ, ว่านหางจระเข้ เป็นต้น ส่วนการจัดอาจเน้นนิดหน่อยโดยต้นที่มีร่มเงาอาจให้อยู่บริเวณพักผ่อนของสวน เช่น เก้าอี้ โต๊ะม้าหิน เป็นต้น ค่าใช้จ่ายจะไม่มาก คุณสามารถเลือกต้นไม้ที่ชอบได้เลย

สวนทนแดดทนฝน

หากคุณกำลังมองหาสไตล์ “จัดสวนหน้าบ้าน” ลองเลือกดูว่าด้วยพื้นที่ งบประมาณต่าง ๆ ที่ตนเองมี เหมาะกับการจัดสวนแบบไหน เพื่อให้ออกมาตรงใจที่สุด

15/6/2020

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร