ครบกำหนดพักชำระหนี้แล้ว แต่เงินยังไม่มีผ่อนต้องทำอย่างไร

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ช่วงที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าหลายคนได้เข้ามาตรการเยียวยาผู้ที่ได้ผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 (COVID-19) ของธนาคารที่เราขอสินเชื่อเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น พักเงินต้นและดอกเบี้ย หรือพักเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการใช้จ่ายในช่วงนี้กันใช่ไหมล่ะครับ 

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำกันสักหน่อยว่า มาตรการเหล่านี้เป็นเพียงการพักชำระ ไม่ใช่งดชำระนะครับ ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องจ่ายอยู่ดี และที่สำคัญหากครบกำหนดพักชำระแล้ว ได้วางแผนเรื่องการจ่ายไว้หรือยังครับ ผมมีแผนการลดภาระเรื่องสินเชื่อบ้านหลังพักชำระแล้วสถานการณ์การเงินของเรายังไม่ดีขึ้นมานำเสนอใครลองเป็นทางเลือกกันครับ

การจ่ายหนี้ที่เหลือหลังครบกำหนดพักชำระ

จากมาตรการต่างๆ ที่ออกมา ผมพอสรุปการจ่ายหนี้ในช่วงมาตรการพักชำระได้ 3 แบบด้วยกัน

1. จ่ายในงวดสุดท้ายของสัญญา
คือการจ่ายดอกเบี้ยคงค้างในช่วงพักชำระทั้งหมดในงวดสุดท้ายของสัญญากู้ เช่น หากเราพักชำระไปทั้งหมด 4 เดือน พอถึงเดือนที่ 5 เราจะกลับมาจ่ายหนี้ตามปกติเหมือนก่อนพักชำระ แต่เมื่อถึงงวดสุดท้ายของสัญญากู้เรา นอกจากที่เราจะจ่ายค่างวดตามปกแล้ว เราจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนของหนี้ที่คงค้างไว้เมื่อตอนพักชำระด้วยครับ

2. จ่ายงวดแรกหลังครบกำหนดพักชำระ
คือการจ่ายดอกเบี้ยคงค้างในช่วงพักชำระไว้ทั้งหมดในเดือนแรกหลังจากครบกำหนเพักชำระ เช่น หากเราพักชำระไปทั้งหมด 4 เดือน พอถึงเดือนที่ 5 นอกจากเราจะกลับมาจ่ายหนี้ตามปกติเหมือนก่อนพักชำระแล้ว เราจะต้องจ่ายดอกเบื้ยที่คงค้างไว้เมื่อตอนพักชำระด้วยครับ

3. ทยอยจ่ายในแต่ละงวดถัดๆ ไป หลังครบกำหนดพักชำระ
คือการทยอยจ่ายดอกเบี้ยคงค้างในช่วงพักชำระไว้ทั้งหมดตามจำนวนเดือนที่แต่ละธนาคารระบุ เช่น หากเราพักชำระไปทั้งหมด 4 เดือน พอถึงเดือนที่ 5 นอกจากเราจะกลับมาจ่ายหนี้ตามปกติเหมือนก่อนพักชำระแล้ว  เราจะต้องจ่ายดอกเบื้ยที่คงค้างไว้เมื่อตอนพักชำระ แต่ไม่ใช่จ่ายรวดเดียวนะครับ เราสามารถทยอยจ่าย หรือผ่อนจ่ายในครบทั้งหมดได้ภายในจำนวนเดือนที่ธนาคารระบุไว้

ช่วงพักชำระ ต้องหาเงินเพิ่มสภาพคล่อง

อย่างที่บอกไปว่าการพักชำระ คือการพักหนี้ไว้แล้วจ่ายทีหลัง เมื่อสถานการร์ดีขึ้น ฉะนั้นคนที่พักชำระแล้วอย่าชะล่าใจนะครับว่า ในตอนนี้สถานการณ์การเงินเราจะกลับมาดีมากๆ แล้ว ฉะนั้นในช่วงที่พักชำระหนี้เราควรหาทางเพิ่มรายได้ หรือจัดสรรการเงินใหม่ ก่อนที่จะครบกำหนดพักชำระหนี้นะครับ เช่น การจัดสรรรายได้ใหม่ จ่ายน้อยลง ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ตัดใจขายของไม่จำเป็น เพื่อหารายได้เพิ่ม และนำเงินสำรองมาใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น วิธีการเหล่านี้สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่มีหนี้บ้านก้อนโตทำอย่างไรดี และผ่อนต่อไม่ไหว ทำอย่างไรได้บ้าง 

ครบกำหนดพักชำระแล้ว แต่เงินยังไม่มี

สำหรับการเตรียมแผนหรือทางออกสำหรับคนที่สถานการณ์การเงินยังไม่ดีขึ้น แม้จะเข้ามาตรการพักชำระแล้ว อีกทั้งเมื่อครบกำหนดยังต้องจ่ายดอกคงค้างไว้อีก วันนี้ผมมีวิธีมาเปลี่ยนภาระบ้าน ให้มาเครื่องช่วยเบาภาระเรื่องสภาพคล่องทางการเงินแทน

หากบ้านที่คุณผ่อนบ้านมาครบ 3 ปีแล้ว ผมแนะนำว่าควรรีบรีไฟแนนซ์เลยครับ จะรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ หรือรีเทนชั่นกับธนาคารเดิม แบบไหนก็ได้ครับ เพราะสิ่งที่เราจะได้แน่ๆ คือดอกเบี้ยที่ถูกลงมาก และค่างวดในแต่ละเดือนก็ถูกลงด้วยนะครับ ซึ่งหากสนใจวิธีการนี้เรามาดูเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นรีไฟแนนซ์กันครับ

  • ขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้

หากรายได้เราลดลงมากจนผ่อนเหมือนเดิมไม่ได้ เราสามารถไปขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้ ซึ่งเป็นวิธีการผ่อนงวดในแต่ละเดือนที่ลดลงมากกว่าครึ่ง โดยธนาคารจะทำสัญญาขยายระยะเวลา ลดจำนวนเงินผ่อน หรืออาจลดดอกเบี้ยให้น้อยลงชั่วคราวเป็นเวลาประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการเจรจากับธนาคาร แต่วิธีนี้จะทำให้เครดิตบูโรถูกปรับเป็นบัญชีปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งมีผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคตนะครับ

วิธีนี้คือการนำบ้านที่มีไปจำนองกับธนาคารแล้วเอาเงินก้อนใหญ่มาใช้เสริมสภาพคล่องนั่นเองครับ ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่จะให้ในกรณีที่บ้านปลอดภาระหรือผ่อนครบหมดแล้ว แต่บางธนาคารก็ให้บ้านที่ยังผ่อนอยู่ได้เช่นกันครับ ฉะนั้นแนะนำว่าลองสอบถาจากธนาคารดูนะครับ

  • ขายบ้านติดธนาคาร

หากรู้ว่าผ่อนไม่ไหวจริงๆ เราสามารถขายบ้านที่ยังผ่อนอยู่ได้นะครับ หรือเรียกว่าขายบ้านติดธนาคาร โดยเป็นการที่เรานำบ้านที่ยังผ่อนอยู่มาขายให้กับคนอื่นในราคาที่ตกลงร่วมกัน แล้วเราก็จะนำเงินก้อนที่ขายได้มาปิดหนี้ทั้งหมดที่ค้างธนาคารไว้ก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อบ้านหลังนั้นปลอดภาระหนี้แล้ว เราก็โอนกรรมสิทธิ์ให้กับคนอื่นที่ซื้อบ้านของเรานั่นเองครับ


 วิธีการเหล่านี้คือทางออกหนึ่งที่จะช่วยเราได้ หากเราเกิดภาวะช็อคทางการเงินหลังจากหมดพักชำระแล้ว ฉะนั้นอยากให้วางแผนและเลือกทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเรานะครับ และขอย้ำเตือนว่า อย่าเผลอลืมหรือผิดชำระหนี้เด็ดขาดนะครับ นอกจากจะเสียเครดิตแล้ว เราต้องใช้หนี้ที่ค้างอยู่ดี ปัญหาที่มีอยู่อาจบานปลายก็ได้ ผมแนะนำว่าให้เข้าไปคุยกับธนาคารนั่นคือทางออกดีกว่านะครับ สู้ๆ นะครับ เราจะผ่านเหตุการร์เหล่านี้ไปด้วยกัน
ส่วนใครที่มีต้องการอ่านบทความเรื่องสินเชื่อบ้านในมุมต่างๆ สามารถอ่านได้ที่Baania หมวดการลงทุนและกฎหมาย 

 

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร