เช็คลิสต์ก่อนเลือกซื้อเตาอบแบบบิวด์อิน

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

การเลือกซื้อเตาอบ สำหรับบ้านพื้นที่น้อยเป็นเรื่องน่ารู้ หากพูดถึงอุปกรณ์ทำอาหารสำหรับห้องครัว หนึ่งในนั้นที่หลายบ้านนิยมเลือกใช้กันก็คือ เตาอบ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นอย่างมากในการนำมาประกอบอาหาร และขนม เอาใจสายอาหารคาว และหวาน ให้ได้รสชาติที่อร่อย แถมฟังก์ชันการใช้งานก็มีให้เลือกใช้หลากหลาย

ประเภทของเตาอบแบบต่าง ๆ 

เริ่มต้นกันที่ขอนำทุกท่านมารู้จักกับประเภทของเตาอบแต่ละประเภท กับการใช้งาน และข้อดีข้อเสียต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้  

1. เตาอบแบบแก๊ส

เตาประเภทนี้ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ในส่วนของด้านบนจะใช้สำหรับประกอบอาหาร และส่วนด้านล่างจะเป็นเตาอบ 

  • ข้อดี: ราคาถูก ประหยัดพลังงาน เพราะโครงสร้างส่วนใหญ่ทำจากเหล็กจึงสามารถรับความร้อนได้ดี
  • ข้อเสีย: ควบคุมอุณหภูมิค่อนข้างยาก ต้องใช้พื้นที่มาก และต้องเป็นผู้ชำนาญในการติดตั้ง รวมถึงปัญหากลิ่นแก๊สหลงเหลือ

2. เตาอบแบบตั้งโต๊ะ

เป็นเตาที่เน้นความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งาน 

  • ข้อดี: สะดวก ติดตั้งง่าย มีให้เลือกหลายขนาด ปรับฟังก์ชันไฟได้หลายระดับ เคลื่อนย้ายได้สะดวก เพราะน้ำหนักเบากว่าเตาชนิดอื่น ๆ
  • ข้อเสีย: การกระจายความร้อนไม่ทั่วถึงทั้งเตา ซึ่งต้องทำความคุ้นเคยในการใช้งานเสียก่อน 

3. เตาอบไฟฟ้าแบบบิวด์อิน

เตาที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะสามารถฝังเข้าไปในผนังเพื่อปกปิดรูปลักษณ์ ให้บ้านนั้นดูสวยงาม และทันสมัย 

  • ข้อดี: การดีไซน์ และการออกแบบมีความทันสมัย ควบคุมอุณหภูมิแม่นยำ ใช้งานง่าย มีฟังก์ชันการใช้งานมากมาย รวมถึงมีบานประตู 2 ชั้นเพื่อช่วยในการป้องกันความร้อน 
  • ข้อเสีย: ราคาค่อนข้างสูง ทั้งราคาเตาอบ และค่าการติดตั้ง 

จะเห็นได้ว่าเตาอบทั้ง 3 ประเภทนั้น มีทั้งข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันออกไปตามลักษณะการใช้งานต่าง ๆ แต่สำหรับเตาอบบิวท์อินถือว่าตอบโจทย์การใช้งานได้มากทั้งที่สุด 

ประเภท

วิธีการเลือกซื้อเตาอบ 

การเลือกซื้อเตาอบนั้นถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ โดยท่านจะต้องพิจารณา และคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ Baania จึงขอนำ 8 วิธีที่ควรรู้ในการเลือกซื้อเตาอบมาฝากแก่ทุกท่าน 

1. ขนาดที่ต้องการ

โดยควรพิจารณาจากการใช้งาน หากใช้งานไม่บ่อยนัก และบ้านพื้นที่น้อย ก็ควรเลือกขนาดให้เล็กพอเหมาะ ถ้ามีการใช้งานค่อนข้างบ่อย และมีการอบในปริมาณเยอะ ๆ แนะนำให้ซื้อขนาดใหญ่ เพื่อช่วยประหยัดเวลา 

2. ความแข็งแรงของวัสดุ

โดยดูว่าผลิตมาจากวัสดุชนิดใด สามารถทนความร้อน และรองรับน้ำหนักได้ดีหรือไม่ รวมถึงเมื่อมีการใช้งานจะเสี่ยงต่อการขึ้นสนิมหรือไม่

3. การควบคุมอุณหภูมิ

เตาอบที่ดีต้องสามารถควบคุม และปรับระดับอุณหภูมิได้ เพราะการอบแต่ประเภทแตกต่างกัน จะส่งผลต่อการกระจายความร้อนให้ไม่ไหม้ หรือสุกจนเกินไปตามเวลาที่กำหนดนั่นเอง

4. ระบบความปลอดภัย

โปรดตรวจสอบระบบความปลอดภัย และการรองรับมาตรฐานคุณภาพด้านต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานปลอดภัย รวมถึงผลิตภัณฑ์ต้องมีใบรับประกันคุณภาพสินค้า

5. ราคา

ต้องเหมาะสมกับคุณภาพของวัสดุที่เลือกใช้ ฟังก์ชันการทำงาน รวมถึงความจุในการใช้งานแต่ละครั้งต้องเหมาะสม และคุ้มค่าคุ้มราคา 

6. ศูนย์บริการหลังการขาย

เพราะหากสินค้ามีปัญหาจะสามารถส่งซ่อมได้ทันที ไม่ต้องรอนาน  หรือไม่ต้องเรียกช่างจากภายนอกเข้ามาดูแล 

7. ประหยัดไฟ

เตาอบเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงาน ดังนั้น ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่แสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานเบอร์ 5 เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้งาน 

8. คำแนะนำ

ผลิตภัณฑ์ต้องมาพร้อมกับคู่มือให้คำแนะนำการใช้งานเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจถึงรายละเอียดเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ หรือการแก้ปัญหาเบื้องต้นเมื่อเตามีข้อบกพร่อง หรืออาการผิดปกติ  

ทั้ง 8 วิธีที่กล่าวมานี้ ถือว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ในการเลือก และตัดสินใจซื้อเตาอบสักเครื่องมาใช้งานภายในบ้าน เพื่อให้ตรงตามความต้องการ และมีประสิทธิภาพมากที่สุด 

วิธีการเลือกซื้อเตาอบ

วิธีการเตรียมพื้นที่สำหรับเตาอบ

ต่อมาเป็นวิธีการเตรียมที่เพื่อติดตั้งก็มีด้วยกันทั้งหมด 5 วิธีง่าย ๆ ที่ท่านก็สามารถทำเองได้ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

  1. สำรวจพื้นที่ และขนาดห้องที่ต้องการวางเตาอบ 
  2. เลือกซื้อเตาอบพร้อมวัดขนาดทั้งความกว้าง ยาว สูง รวมถึงความลึก
  3. ผู้รับเหมาจะได้นำข้อมูลที่ได้ไปคำนวณ และวัดขนาดพื้นที่ของเคาน์เตอร์ครัวก่อนทำการติดตั้ง 
  4. จากนั้นทำการเจาะผนัง เพื่อฝัง โดยต้องเว้นพื้นที่ในการระบายความร้อน
  5. นำเตาอบวางลงในช่องที่ได้จัดเตรียมไว้ จากนั้นให้จัดระบบและเดินสายไฟให้เรียบร้อย พร้อมใช้งาน 

ถือว่าการติดตั้งเตาอบไม่ได้ยุ่งยากเลย แต่ต้องอาศัยความชำนาญ จึงควรจ้างช่าง หรือผู้รับเหมามาดำเนินงานจะค่อนข้างดีกว่า เพื่อให้ได้งานที่ละเอียด มีคุณภาพ และให้ความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน 

เตรียมพื้นที่

วิธีการดูแลรักษาเตาอบ

เมื่อเลือกซื้อและติดตั้งเตาอบพร้อมใช้งานเรียบร้อยแล้ว อีกหนึ่งอย่างที่พลาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ การดูแลรักษาเตาอบ ซึ่งมีทั้งหมด 4 วิธี ที่จะช่วยให้เตาอบอยู่คู่ครัวของคุณไปอีกยาวนาน และพร้อมใช้งานตลอดเวลา  

1. การเผาเตาก่อนใช้งาน ก่อนนำไปใช้ครั้งถัดไป โดยการเปิดเครื่องทิ้งไว้ 1 - 2 ชั่วโมง ความร้อนช่วยในการขจัดคราบ และกลิ่น เมื่อครบแล้วให้ปิดเครื่อง เมื่อหายร้อนให้นำถาดไปทำความสะอาด 

2. ทำความสะอาดภายในเตา สำหรับเตาที่เคลือบเทปลอน หรือสแตนเลส ให้นำมาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาเช็ด กรณีที่อาหารมีกลิ่นแรง ให้ใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำให้เจือจางชุบผ้าแล้วนำไปเช็ด สำหรับเตาที่ใช้เหล็กภายในให้แปรงปัดฝุ่นเพื่อทำความสะอาด

3. การทำความสะอาดฮีตเตอร์ กรณีมีคราบไขมัน หรือเศษขนมปังติดที่ฮีตเตอร์ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดตามขดลวด โดยห้ามใช้ของมีคมขูดเด็ดขาด 

4. การดูแลภายนอก ภายนอกเตาอบ หรือพื้นที่ประกอบอาหารอาจจะมีเศษขนม หรืออาหารหล่นอยู่ ซึ่งนั่นจะทำให้หนู แมลงสาป หรือแมลงอื่น ๆ มากิน และกัดสายไฟ รวมถึงเข้าไปบริเวณภายในเตาทำให้ได้รับความเสียหายได้ ดังนั้น ควรมีการเช็ด และทำความสะอาดหลังจากใช้งานทุกครั้ง 

เพียงแค่นำ 4 วิธีดูแลรักษาเตาอบมาประยุกต์ใช้ภายในครัวของคุณ ก็สามารถทำให้เตาอบนั้นสะอาดหมดจด ไร้กลิ่นคราบ ให้กังวลใจอย่างแน่นอน

การดูแล

เป็นอย่างไรกับบ้างกับ การเลือกซื้อเตาอบแบบบิวท์อิน ไว้ใช้งานภายในห้องครัว ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ และการดีไซน์ที่ทันสมัยเอาใจสายตกแต่งบ้าน โดยมาพร้อมกับวิธีการติดตั้งที่ทั้งสามารถทำเองได้ หรือจ้างช่าง รวมถึงวิธีการดูแลรักษาเตาอบให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานคู่ครัวของคุณ

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร