First jobber ยุคใหม่ ต้องรู้ไว้ก่อนเลือกเช่าคอนโด

“เช่าคอนโด"  “อยากเช่าคอนโด เพราะไม่อยากทำความสะอาด”
คอนโด ที่อยู่อาศัยยอดฮิตของเด็กรุ่นใหม่หรือ First jobber ที่ตั้งหวังไว้ว่าจะอยู่กลางเมือง ด้วยเหตุผลของราคาและขนาดกระทัดรัดลงตัวตอบโจทย์การใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ชอบใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากกว่านั่งอยู่แต่ในห้อง ยิ่งกว่านั้นหลายคนยังเลือก “เช่าคอนโด” มากกว่า “ซื้อคอนโด” เพราะยังไม่ได้คิดที่จะหยุดกับที่ทำงานปัจจุบัน การเช่าแบบไม่มีภาระพันตัวจึงกลายเป็นสิ่งที่หลายคนถูกใจ แต่แม้ไม่มีภาระเหมือนการซื้อ แต่การเลือกคอนโดเช่าก็ต้องดูให้ดีเช่นกันนะครับ จะดูอย่างไรบ้างผมมีมาแนะนำกัน

1. จุดที่ตั้งของคอนโดตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ไหม
สิ่งสำคัญคือจะต้องรู้ก่อนว่า สะดวกที่จะใช้ชีวิตแบบไหน ใกล้ที่ทำงานหรือไม่ ต้องเดินทางอย่างไรบ้าง เข้าซอยลึกไหม ใกล้สถานบันเทิงหรือเปล่า หรือสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไรบ้าง ฉะนั้นต้องเลือกคอนโดที่มีทำเลที่ตอบโจทย์ชีวิตที่สุด ไม่งั้นอาจได้คอนโดที่ปล่อยเช่าถูก แต่ที่ไม่ตอบโจทย์ก็ได้

2. เช็ควิวและตำแหน่งห้องก็ดีนะ
เมื่อได้ทำเลคอนโดแล้ว ก็ต้องดูด้วยว่าห้องที่ปล่อยเช่านั้น มีวิวทิวทิศน์หรือตำแหน่งอยู่จุดไหน เป็นมุมอับลมหรือเปล่า ติดมุมขยะหรือไม่ เป็นต้น

3. สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในคอนโดชอบหรือเปล่า
ใครที่ชอบใช้ชีวิตกับพื้นที่ส่วนกลางของคอนโด ทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องสมุด หรือคลับเฮาส์ ดังนั้นต้องดูว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง แต่หากไม่นิยมใช้บริการเหล่านี้ก็ลองหาคอนโดอื่นน่าจะดีกว่า เพราะว่าสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้มักจะมากับค่าเช่าห้องแพงขึ้น

4.สำรวจสิ่งที่ให้มากับคอนโด
คอนโดเช่าบางห้อง เจ้าของห้องอาจให้เช่าพร้อมอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เพียงหยิบหยิบกระเป๋ามาก็อยู่ได้เลย แต่ค่าเช่าพวกนี้มักมีราคาแพงกว่าห้องเปล่า ดังนั้นดูความต้องการของตัวเองว่าต้องการแบบไหน ถ้าต้องการความครบถ้วนก็เลือกคอนโดที่มีพร้อมมาให้แล้ว ถ้ามีข้าวของเครื่องใช้อยู่แล้วเลือกห้องเปล่าก็จะถูกกว่า

5. มีที่จอดรถยนต์ให้จะดีกว่า
ไม่ว่าตอนนี้เราจะมีรถหรือไม่ แต่เลือกเช่าคอนโดที่มีที่จอดรถยนต์จะดีกว่า หากมีเพื่อนหรือญาติพี่น้องมาหาจะได้มีที่จอด แต่ปกติแล้วคอนโดส่วนใหญ่จะให้สิทธิ์การจอดรถให้ห้องละ 1 ยูนิตอยู่แล้ว

6. เปรียบเทียบราคาจากคอนโดในละแวกเดียวกัน
เราไม่ควรดูคอนโดเพียงที่เดียวเท่านั้น แต่ควรเปรียบเทียบห้องและค่าเช่ากับคอนโดอื่นในระแวกเดียวกันด้วยว่าคอนโดไหนดีที่สุดก่อนตัดสินใจเลือก

7. เตรียมค่าใช้จ่ายในการเช่าทั้งหมดให้พร้อม 
การเช่าคอนโดไม่ได้มีแค่ค่าเช่ารายเดือนเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก ได้แก่

- เงินมัดจำหรือเงินจอง เงินก้อนแรกที่เราต้องจ่ายให้กับเจ้าของห้องเพื่อยืนยันว่าจะเช่าห้องนั้นจริง โดยตามปกติแล้วจะเก็บเท่ากับค่าเช่า 1 เดือน

- เงินประกันความเสียหาย เงินมัดจำประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับห้อง ซึ่งจะต้องจ่ายหลังจากเซ็นสัญญาเช่าเสร็จ หากไม่ได้เช่าต่อแล้วเจ้าของห้องจะต้องคืนเงินประกันให้ในกรณีที่ไม่ทำห้องเสียหาย โดยตามกฎหมายควบคุมค่าเช่าที่บังคับใช้เมื่อ 1 พฤษภาคม 2561 ระบุไว้ว่าห้ามเก็บเงินประกันเกิน 1 เดือนของค่าเช่า และเจ้าของห้องต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วันนับจากหมดสัญญาเช่า ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้เช่าจะต้องแจ้งบอกเลิกสัญญาเช่าล่วงหน้า 30 วัน

- ค่าส่วนกลางของคอนโด ส่วนใหญ่แล้วเจ้าของห้องจะคิดเหมารวมไปกับค่าเช่าห้องในแต่ละเดือนอยู่แล้ว

8. สัญญาเช่า ต้องศึกษาให้ละเอียด
หลายคนชอบเน้นเซ็นอย่างเดียว แต่ไม่อ่านสัญญาให้ละเอียด ซึ่งที่จริงแล้วสัญญาเช่าจะเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์และเป็นหลักฐานการเช่าตลอดอายุสัญญา ทั้งที่ตั้ง ชื่อผู้ให้เช่า ชื่อผู้เช่า ระยะเวลาเช่า ค่าเช่าต่อเดือน รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ ระหว่างเราและเจ้าของห้องทั้งหมด 

เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องพื้นฐานที่มือใหม่หัดเช่าคอนโดอาจพลาดไป อย่างไรก็ลองทำเป็นเช็คลิสแล้วเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ