สูตรน้ำหมักไล่แมลงที่คุณเองก็ทำได้

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

แมลง สัตว์ขนาดเล็กที่มักวนเวียนอยู่รอบตัว หรือแม้แต่ในบ้านของเราเอง หลายท่านมักไม่ใส่ใจ และหลงลืมไปว่า แมลง สามารถเป็นบ่อเกิดของโรคได้มากมาย แล้วเราจะสามารถป้องกันอย่างไรได้บ้าง วันนี้ Baania ได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่อาจเกิดจากแมลงในบ้าน การป้องกัน รวมถึง สูตรน้ำหมักไล่แมลง ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้แถมกำจัดแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมาแบ่งปันให้ทุกท่านได้อ่านจากบทความนี้อย่างครบถ้วน โดยมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องดังนี้ โดยเริ่มจาก

โรคที่อาจเกิดจากแมลงในบ้าน

แมลงที่อาศัยอยู่ตามบ้าน ภัยร้ายที่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด  เราควรให้ความสำคัญ และกำจัดอย่างจริงจัง เพราะบางกรณี หากรุนแรง อาจถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ได้ ดังนั้น ควรศึกษาชนิด และโรคที่เกิดจากแมลงชนิดนั้น ๆ เพื่อหาวิธีป้องกัน และกำจัดแมลงได้อย่างถูกต้อง จะมีสัตว์อะไรที่ควรระวังบ้างนั้น ไปดูกันเลย

ตัวหมัด

เป็นปรสิตภายนอก มักจะมาจากสัตว์เลี้ยง เช่น หมา แมว ถ่ายทอดได้โดยการโดนกัด สัมผัสอวัยวะ และของเหลวจากสัตว์ ฝุ่นละอองในอากาศจากคนที่มาจากการไอของคนที่มีเชื้ออยู่

อาจเป็นพาหะนำโรค กาฬโรค แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง  อาจทำให้เกิดอาการบวม และเจ็บต่อมน้ำเหลือง ซึ่งแบคทีเรียอาจจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มีไข้เฉียบพลัน และอ่อนเพลียง่าย
  • กาฬโรคในกระแสเลือด อาจทำให้เลือดออกตามผิวหนัง หรืออวัยวะอื่น ๆ มีอาการท้องร่วง มีไข้ อ่อนเพลียรุนแรง และช็อก
  • กาฬโรคปอด อาจทำให้หายใจลำบาก ปอดบวม มีไข้ และไอเป็นเลือด

ตัวหมัดยุงลาย

เป็นแมลงที่มักพบในเขตร้อน โดยปกติตัวเมียจะกินเลือดเป็นอาหาร ส่วนตัวผู้จะกินเกสรดอกไม้ และยังเป็นแมลงที่แพร่เชื้อโรคอีกด้วย ซึ่งมีความเสี่ยงในการระบาดเยอะมากในปัจจุบัน 
อาจเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี โดยจะมีอาการเฉียบพลันภายใน 3-14 วันหลังได้รับเชื้อ ปวดหัว ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ และมีผื่นตามร่างกาย เป็นต้น

ยุงลายแมลงหวี่

แมลงขนาดเล็กที่สร้างความรำคาญใจ มักอยู่ตามแหล่งที่มีเศษอาหาร เปลือกผัก ผลไม้ที่เน่าเสีย และขึ้นรา 

อาจเป็นพาหะนำโรคตาแดง ถือเป็นโรคยอดฮิตจากแมลงหวี่เพราะชอบมาตอมบริเวณดวงตามากที่สุด โดยหลังจากได้รับเชื้อเข้าตาไป 24-48 ชั่วโมง จะมีอาการเคืองตา ปวดตา น้ำตาไหล กลัวแสง และมีไข้ครั่นเนื้อครั่นตัว

แมลงหวี่แมลงสาบ

เป็นสัตว์ที่หากินตามแหล่งสกปรกต่าง ๆ ที่อยู่ในบ้าน โดยมักพบในห้องครัวเป็นหลัก เพราะไปกินเศษอาหารเป็นสัตว์ที่แพร่ พันธุ์เร็ว มีความอดทนต่อสภาวะต่าง ๆ ทำให้มีชีวิตยืนยาวจึงยากที่จะกำจัดให้สิ้นซาก

อาจเป็นพาหะนำโรคภูมิแพ้ สาเหตุมาจากเศษปีกที่ลอยอยู่ในอากาศ หรือปัสสาวะของแมลงสาบสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นภูมิแพ้อยู่แล้วจะไม่แสดงอาการ แต่คนที่เป็นภูมิแพ้จะมีอาการ คัดจมูกเรื้อรัง คันตา คันจมูก หายใจเป็นเสียงนกหวีด แน่นหน้าอก และเป็นผื่น

แมลงสาบแมลงวัน

ขึ้นชื่อว่าเป็นแมลงสุดแสนจะสกปรก เพราะมักจะไปตอมอยู่ที่ของเน่าเสีย สิ่งปฏิกูล เศษซากอาหาร ทั้งในบ้าน และตามท่อระบายน้ำต่างเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน

อาจเป็นพาหะนำโรคอาหารเป็นพิษ เพราะเเหล่งอาหารที่แมลงวันชื่นชอบคือ สิ่งสกปรก โดยมักจะมาตอมอยู่บนอาหารที่เราทานกัน ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ โดยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายท้องบ่อย และอ่อนเพลียมาก บางรายอาจจะมีไข้อ่อน ๆ ร่วมด้วย

แมลงวันอุปกรณ์และวัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำหมัก

หากจะเลือกวัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำหมักไล่แมลง ตัวเลือกที่ดีที่สุดคงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก สมุนไพรไทย เพราะเป็นสิ่งที่ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ ปราศจากสารเคมี ไม่ส่งผลอันตรายต่อผู้ใช้งาน และไร้สารตกค้างเหมือนสารเคมีในยาฆ่าแมลงที่มีวางขายอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน ซึ่งอุปกรณ์ และวัตถุดิบที่ใช้ก็สามารถหาได้ง่ายดังนี้

  1. ตะไคร้
  2. ข่าแก่
  3. น้ำส้มสายชู
  4. แอลกอฮอล์ 40 ดีกรี หรือเหล้าขาว
  5. น้ำ
  6. ถังหมัก

วัตถุดิบสูตรน้ำหมักไล่แมลง

การใช้สมุนไพรในครัวมาเป็นส่วนประกอบหลักในน้ำหมักไล่แมลง โดยมีส่วนผสมหลักอย่าง ข่า ตะไคร้ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามีประโยชน์ และสรรพคุณมากมายที่สำคัญอีกทั้ง ยังมีฤทธิ์แสบร้อน กลิ่นฉุนตามธรรมชาติ นอกจากจะสามารถนำมาไล่แมลงในบ้านแล้ว ยังนำไปไล่แมลงในพืชได้อีกด้วย เพราะไม่ทิ้งสารตกค้าง จึงปลอดภัยไร้กังวล โดยสูตรน้ำหมักนี้ คุณก็ทำเองได้ที่บ้านตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

วิธีการทำน้ำหมักไล่แมลง

  1. ซอยตะไคร้ และข่าแก่ให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำไปใส่ถังหมัก
  2. ใส่น้ำส้มสายชู 1 แก้วที่มีกลิ่นฉุน และฤทธิ์กัดกร่อนตามลงไปเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดแมลง
  3. นำแอลกอฮอล์ 40 ดีกรี หรือเหล้าขาวที่เตรียมไว้ใส่ลงไปให้พอท่วมสมุนไพรซึ่งจะช่วยทำหน้าที่เป็นสารหอมระเหย และกลิ่นฉุนจากสมุนไพรได้มากยิ่งขึ้น
  4. ปิดฝาหมักทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง สูตรนี้เป็นแบบเร่งด่วน เมื่อหมักเสร็จแล้วสามารถนำมาใช้งานได้ทันที แต่ถ้ามีเวลา ไม่รีบใช้งานมากนัก สามารถหมักไว้นานกว่านี้ได้เพื่อเพิ่มความเข้มข้น และใช้ขับไล่แมลงได้ดีขึ้นอีก
  5. อัตราส่วนเมื่อนำมาใช้งานคือ น้ำหมัก 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 20 ลิตร
  6. ควรเก็บถังน้ำหมักไล่แมลงไว้ในที่ร่ม และสามารถเก็บไว้นานได้ ยิ่งเวลาผ่านไปน้ำหมักจะยิ่งเข้มข้นขึ้น

สูตรน้ำหมักไล่แมลงข้อดี-ข้อเสียของการใช้น้ำหมัก

แน่นอนว่าน้ำหมักไล่แมลงที่ทำขึ้นเองปราศจากสารอันตราย และปลอดภัยต่อการใช้งานเพราะทำขึ้นด้วยตนเอง แต่เมื่อมีข้อดีแล้วก็มีข้อเสียบางประการที่ผู้ใช้งานทุกคนควรรู้เอาไว้ เผื่อในบางกรณีที่ใช้งานแล้วต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ รู้ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย และการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อดีของการใช้น้ำหมักไล่แมลง

  • ไม่มีสารอันตราย หรือสารเคมีตกค้าง
  • เป็นมิตรต่อสิ่งเเวดล้อม
  • ส่วนผสมหาได้ง่าย สามารถใช้สมุนไพรจากธรรมชาติได้
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
  • ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัย และสัตว์เลี้ยง
  • สามารถเก็บไว้ใช้งานได้นาน ยิ่งหมักไว้นานยิ่งได้ผลดีขึ้นอีก

ข้อเสียของการใช้น้ำหมักไล่แมลง

  • ถ้าส่วนผสมคลาดเคลื่อน ความเข้มข้นของน้ำหมักอาจจะไม่เท่ากัน
  • ใส่น้ำหมักในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดกลิ่นฉุนรุนแรง
  • ไม่ควรพ่นน้ำหมักไล่แมลงบ่อยเกินไป ควรเว้นระยะห่างบ้าง
  • ส่วนผสมน้ำหมักในแต่ละสูตรไม่สามารถไล่แมลงได้ทุกชนิด

ข้อดีข้อเสียตอบโจทย์ปัญหาแมลงที่คอยกวนใจ ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้โดยไม่รู้ตัว ด้วยการทำ สูตรน้ำหมักไล่แมลง ไว้เพื่อใช้ไล่แมลงในบ้าน ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ไม่เป็นอันตรายต่อทั้งผู้ที่ใช้งาน และสัตว์เลี้ยง อีกทั้งยังใช้ส่วนผสมที่หาได้ง่ายจากสมุนไพรในครัวเรือนที่ให้ฤทธิ์ไล่แมลงจากธรรมชาติ ที่สำคัญ ทำเก็บไว้ใช้ได้นาน และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

ที่มาภาพประกอบ :

https://www.bio-engine.com

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร