19 วิธีล้างแอร์ง่าย ๆ ที่จะทำให้แอร์ที่บ้านของคุณเย็นฉ่ำจนรู้สึกสดชื่น

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

จะใช้แอร์ให้ดีมีประสิทธิภาพ ต้องรู้จัก “วิธีล้างแอร์” ไว้ด้วย เพื่อแก้ปัญหาแอร์ไม่เย็น แอร์มีน้ำหยด หรือปัญหาอื่น ๆ ที่ไม่ต้องถึงมือช่าง แต่คุณก็ทำได้ด้วยตนเอง ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจเกิดได้กับทุกบ้าน ดังนั้นความรู้เรื่องการล้างแอร์เบื้องต้นจะทำให้แอร์ของคุณกลับมาให้ความเย็นชุ่มฉ่ำ ทำให้ทุกคนในบ้านรู้สึกสดชื่นอีกครั้ง โดยขั้นตอนมีดังนี้

1. เตรียมอุปกรณ์

มาเริ่มกันที่ขั้นแรก การที่คุณจะล้างแอร์นั้นคุณจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ ดังนี

  • โบว์เป่าลมมีสาย
  • ปืนสั้นฉีดน้ำแรงดันสูง
  • ผ้าใบล้างแอร์
  • หวีแปรงคอยล์
  • ผ้าทำความสะอาดแอร์
  • ประแจที่ใช้สำหรับแอร์
  • โฟมล้างแอร์ หรือ น้ำยาล้างแอร์
  • สายยางน้ำแรงดันสูง
  • ไขควง
  • บันได

โดยอุปกรณ์ทั้งหมดนี้คุณสามารถหาซื้อได้ที่ ห้างสรรพสินค้าทั่วไปในแผนกสินค้างานช่าง หรือ ร้านขายอุปกรณ์การช่างโดยเฉพาะ

เตรียมอุปกรณ์

2. พื้นที่ห้อง

หลังจากที่คุณเตรียมอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคุณจะต้องเตรียมพื้นที่ห้อง โดยเคลียร์พื้นที่บริเวณแอร์ และบริเวณใต้แอร์ให้โล่ง โดยปราศจาก ผ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ถ้าไม่สามารถขยับเฟอร์นิเจอร์ได้ คุณสามารถใช้ผ้าใบ หรือผ้ายางมาคลุมบริเวณนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำที่ใช้จากการล้างแอร์ไหลลงมาสู่ข้าวของต่าง ๆ ทั้งนี้คุณควรระวังปลั๊กไฟและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ห่างออกจากบริเวณนั้น หลังจากนั้นใช้ผ้าใบล้างแอร์รองไว้ใต้แอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากการล้างแอร์ กระเด็นไปทั่วห้อง

พื้นที่ห้อง

3. ตัดไฟ

ก่อนที่คุณจะเริ่มลงมือปฏิบัติขั้นตอนการล้างแอร์ คุณก็จะต้องตัดไฟเสียก่อนที่จะถอดอุปกรณ์และเริ่มล้าง เพื่อไม่ให้มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน หรือ ไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้นขณะที่คุณกำลังล้างเครื่องปรับอากาศ เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อคุณได้ เพราะฉะนั้นควรสับสวิตช์ลงและเช็คให้ดีเสียก่อน

ตัดไฟ

4. ถอดฝาครอบ

ขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนแรก โดยการใช้มือของคุณเปิดหน้ากากของแอร์ขึ้น โดยจะมีสลักเล็ก ๆ อยู่บริเวณนั้น หลังจากนั้นคุณต้องใช้ไขควงไขนอตบริเวณฝาครอบแอร์ด้านในตรงแผงควบคุมออก และดึงฝาครอบแอร์ออกทั้งหมดเข้าหาตัว เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถถอดฝาครอบออกได้แล้ว

ถอดฝาครอบ

5. ถอดแผ่นกระจายลม

ขั้นตอนนี้ควรทำต่อเนื่องหลังจากที่เราถอดหน้ากากหรือ ฝาครอบแอร์ออกแล้วให้เราใช้มือจับบริเวณแผ่นกระจายลมของแอร์ และค่อย ๆ ดึงแผ่นกระจายลมออกระวังไม่ให้ฝุ่นละอองฟุ้ง เพราะก่อนที่เราจะล้างแอร์ จะมีฝุ่นละอองเข้าไปภายในนี้เยอะมาก

ถอดแผ่นกระจายลม

6. ถอดตัวรับสัญญาณรีโมท

หลังจากที่คุณถอดฝาครอบเครื่องปรับอากาศได้สำเร็จแล้ว ให้คุณสังเกตบริเวณแผงควบคุมวงจรไฟฟ้าภายในแอร์ที่คุณถอดออกเมื่อสักพัก จะมีสายสีดำอยู่บริเวณนั้นให้คุณดึงสายไฟออกจากสลัก แล้วปล่อยสายไฟไว้ตรงแผงควบคุม

ถอดตัวรับสัญญาณรีโมท

7. ถาดรองน้ำทิ้ง

ให้คุณสังเกตบริเวณแผงควบคุม โดยใต้บริเวณนั้นจะมีนอตอยู่สองตัว และในขั้นตอนนี้ให้คุณใช้ไขควงไขนอตที่อยู่ตรงบริเวณนั้นเพื่อถอดถาดรองน้ำทิ้ง หลังจากไขเสร็จแล้วให้คุณค่อย ๆ ถอดรางน้ำออก ระวังไม่ให้ถาดตก

ถาดรองน้ำทิ้ง

8. คลุมแผงวงจร

คุณสามารถใช้ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ หรือถุงใส่ขยะ(ถุงดำ) ในการนำมาคลุมตรงแผงควบคุมวงจรแอร์ก็ได้ โดยการคลุมให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำในตอนที่คุณกำลังล้างเครื่องปรับอากาศกระเด็นไปโดนแผงวงจร

คลุมแผงวงจร

9. ล้างแผงคอยล์แบบแห้ง

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนการล้างแผงคอยล์แบบแห้ง คุณสามารถใช้แปรงในการล้าง หรือขัดเบา ๆ บริเวณนี้ เพื่อให้สิ่งสกปรกหรือฝุ่นละอองลดน้อยลง

ล้างแผงคอยล์แบบแห้ง

10. ล้างแผงคอยล์ด้วยน้ำ

นำสายยางและปืนสั้นฉีดน้ำแรงดันสูงที่เราเตรียมไว้มาใช้ในขั้นตอนนี้ โดยการใช้น้ำสะอาดล้างบริเวณแผงคอยล์แอร์ ข้อนี้ควรระวังในเรื่องของน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำไหลลงไปทั่วพื้นห้องคุณควรใช้ผ้าใบล้างแอร์ติดไว้กับแอร์เพื่อให้น้ำไม่กระเด็น ไปทั่วบริเวณห้อง

ล้างแผงคอยล์ด้วยน้ำ

11. ล้างแผงคอยล์ด้วยโฟม

ใช้โฟม อุปกรณ์ที่คุณเตรียมไว้ซึ่งอาจจะเป็นกระป๋อง หรือขวดน้ำยาก็ได้ ฉีดไปตรงบริเวณแผงคอยล์ของเครื่องปรับอากาศให้ทั่ว และทิ้งไว้ 20-30 นาที หลังจากนั้นใช้ผ้าทำความสะอาดเช็ดบริเวณนั้น หรือล้างด้วยน้ำสะอาด สาเหตุที่เลือกใช้โฟมเพราะการล้างแอร์บ้านนั้นสะดวกมากกว่าการใช้น้ำยา

ล้างแผงคอยล์ด้วยโฟม

12. ไล่ความชื้น

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญ คุณควรจะทำให้แผงคอยล์แห้ง หลังจากที่คุณล้างจนสะอาดแล้ว โดยการไล่ความชื้นของน้ำ ด้วยโบว์เป่าลมมีสาย หรือไร้สายก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที และตรวจเช็คให้แน่ใจว่าแผงคอยล์แห้งสนิทแล้ว

ไล่ความชื้น

13. แผ่นฟิลเตอร์

การล้างแผ่นฟิลเตอร์ทำได้ด้วยวิธีง่าย ๆ โดยการนำแผ่นฟิลเตอร์ทั้งสองแผ่นภายในเครื่องปรับอากาศออกมาล้างด้วยน้ำสะอาด โดยขั้นตอนนี้คุณจะใช้สายยางแรงดันสูง หรือใช้สายยางปกติภายในบ้านก็ได้ เพียงคุณล้างแผ่นฟิลเตอร์ให้สะอาด ปราศจากฝุ่นละออง

แผ่นฟิลเตอร์

14. ล้างหน้ากาก

นำหน้ากากเครื่องปรับอากาศ หรือ ฝาครอบมาล้างด้วยน้ำสะอาด หรือคุณอาจจะใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดตรงหน้ากากก็ได้ โดยเน้นเช็ดเพื่อให้คราบสกปรก และฝุ่นละอองออกจากบริเวณนั้น

ล้างหน้ากาก

15. ท่อน้ำทิ้ง

ใช้สายยางแรงดันสูงกับปืนสั้นแรงดันสูง ค่อย ๆ ฉีดบริเวณท่อน้ำทิ้งของเครื่องปรับอากาศ ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญ และเป็นสาเหตุที่ทำให้แอร์มีน้ำหยด เพราะเกิดจากการที่มีสิ่งสกปรกไปอุดตันท่อ

ท่อน้ำทิ้ง

16. ประกอบกลับ

นำอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่คุณถอดนำไปล้างมาประกอบใส่บริเวณเดิมเช่น ฝาครอบแผงควบคุม ฟิลเตอร์ หน้ากาก หรือ ฝาครอบแอร์ แผ่นกระจายลม ถาดรองน้ำทิ้ง ประกอบกลับที่เดิม อย่าลืมขันนอตใส่ลงไปให้ครบทุกตัว หลังจากนั้นเช็คความเรียบร้อย

ประกอบกลับ

17. ทดสอบการทำงาน

หลังจากที่คุณประกอบอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ให้คุณทดสอบการทำงานของแอร์โดยเปิดแอร์ เพื่อทดสอบความเย็น และ ลมแอร์ที่ออกมา ว่าเครื่องปรับอากาศมีความเย็นขึ้นหรือไม่ ยังมีน้ำหยดหรือไม่ หากแอร์ของคุณทำงานปกติให้ปิดพักเครื่องไว้ก่อน

ทดสอบการทำงาน

18. ล้างคอยล์ร้อนด้านนอก

ตัดไฟระบบการทำงานอีกครั้ง จากนั้นออกไปด้านนอกหรือระเบียงที่คุณวางคอยล์ร้อนไว้ ใช้ไขควงไขนอตออกบริเวณฝาครอบคอยล์ร้อนด้านนอกบ้านของคุณทุกมุม ใช้ถุงพลาสติกคลุมบริเวณแผงด้านนอก หลังจากนั้นใช้สายยางและปืนสั้นแรงดันสูงฉีดล้างแผงด้านใน และด้านนอกระวังไม่ให้โดนบริเวณแผงระบายความร้อน

ล้างคอยล์ร้อนด้านนอก

19. เช็คอุปกรณ์

เช็คสภาพอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในความเรียบร้อยและปกติ หากมีอุปกรณ์ส่วนไหนชำรุดให้คุณแจ้งช่าง เพื่อซ่อมแซมจุดนั้น และเช็คอุปกรณ์ที่นำมาล้างแอร์ทำความสะอาดให้เรียบร้อย
ผลจากการล้างแอร์

เช็คอุปกรณ์

หลังจากที่ได้ล้างเครื่องปรับอากาศด้วย 19 วิธีล้างแอร์ด้วยตนเองแล้ว ปรากฏว่าวิธีการล้างแอร์ดังกล่าว มีประสิทธิภาพจริง เครื่องมีความเย็นขึ้นเหมือนตอนที่จ้างช่างแอร์มาล้าง และแอร์ไม่มีน้ำไหล ประหยัดไฟมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนหากคุณมีปัญหาเครื่องปรับอากาศไม่เย็นฉ่ำ และมีน้ำไหลบริเวณแอร์ คุณสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ด้วย“วิธีล้างแอร์”ที่จะทำให้แอร์ในบ้านของคุณมีอากาศที่เย็นสดชื่น และประหยัดไฟ ไม่เกิดปัญหากวนใจน้ำไหลอีกต่อไป

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร