รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารไหน ดอกเบา อนุมัติไว

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ดอกเบี้ยช่วงนี้ถูก ถือเป็นโอกาสดีที่จะรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ แต่รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารไหน ถึงจะดอกเบา อนุมัติไว ตอบโจทย์ ตรงใจเรา Baania มีวิธีเลือกธนาคารที่จะรีไฟแนนซ์ ขั้นตอนรีไฟแนนซ์บ้าน และแนะนำธนาคารที่รีไฟแนนซ์แล้วคุ้มค่ามาบอกคนที่กำลังหาธนาคารรีไฟแนนซ์กันครับ

วิธีเลือกธนาคารที่จะรีไฟแนนซ์

 วิธีการเลือกว่ารีไฟแนนซ์กับธนาคารไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด ดอกเบาที่สุด วงเงินสูง และอนุมัติไวที่สุด ก็คงต้องบอกว่าต้องเทียบในหลายส่วน ผมนำวิธีเลือกมาบอกกันครับ

เทียบโปรโมชัน

เราต้องเทียบโปรโมชันอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ยและเงื่อนไขต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ เช่น ดอกเบี้ยต่ำเท่านี้ตั้งแต่เมื่อไรถึงเมื่อไร หรือแค่ช่วงไหนหรือไม่ ธนาคารไหนจะคุ้มค่ากว่ากันถ้าต้องผ่อนกับเขา 3 ปี รวมถึงการจะได้ดอกเบี้ยเท่านี้จะต้องมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง ฉะนั้นต้องอ่านให้ละเอียดนะครับ 

เทียบวงเงินที่ได้

หลายครั้งโปรโมชันคุ้มค่าก็จริง แต่วงเงินที่ต้องการกลับไม่ตรงดังที่ใจหวัง ทำให้เราไม่สามารถนำไปใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ที่เราตั้งหวังไว้ ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์เราก็เป็นได้ ฉะนั้นเราต้องดูวัตถุประสงค์ที่เราต้องการรีไฟแนนซ์ด้วยว่าเพราะอะไร และจะกู้เพิ่มหรือไม่ เพราะบางธนาคารให้เรากู้เพิ่มเพื่อนำเงินมาใช้ในส่วนอื่นๆ ได้ด้วยนะครับ 

เทียบคุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ

โปรโมชันรีไฟแนนซ์มักมีการระบุคุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อไว้ ดังนั้นเราจำเป็นต้องดูด้วยนะครับว่า ธนาคารที่เราจะขอรีไฟแนนซ์นั้นมีคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อตรงกับเราหรือไม่ ถ้าไม่ตรงก็ต้องตัดออกหรือ แต่ถ้าตรงก็สามารถทำเรื่องรีไฟแนนซ์ได้เลยครับ

เทียบข่าวสารบนโลกออนไลน์

สมัยนี้โลกออนไลน์คือแหล่งข้อมูลหนึ่งที่ช่วยให้เราตรวจสอบหรือเช็คข่าวได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น การเลือกธนาคารที่จะรีไฟแนนซ์ก็เช่นกัน เราควรไปส่องโซเซียลด้วย เช่น Facebook Fanpage ของธนาคารที่เราสนใจ หรือค้นหาใน Google รวมถึง Webboard เป็นต้น เพื่อประกอบการตัดสินใจครับ

เทียบเวลาในการอนุมัติ

หากเรามีความจำเป็นที่ต้องรีบเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน หรือต้องการเงินไวๆ การดูวันและเวลาในการอนุมัติก็เป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วยครับ เพราะแม้ดอกเบี้ยจะถูกใจ วงเงินสูง กู้เพิ่มได้ คุณสมบัติครบถ้วน แต่ติดที่ใช้เวลาอนุมัตินานจนเราไม่สามารถรอได้ เราอาจจะต้องตัดใจจากธนาคารนั้นไปครับ

หากลองเทียบตามที่ผมบอกไปแล้วเจอธนาคารที่ตอบโจทย์ในทุกข้อที่เราต้องการ ธนาคารนั้นคือตัวเลือกที่ดีและคุ้มค่าครับ ซึ่งหากพบว่ามีหลายธนาคาร แนะนำให้ลองโทรหาเจ้าหน้าที่ที่แนะนำเราถูกใจ มีของแถมหรือข้อเสนออื่นๆ ที่ถูกใจเรามากกว่าครับ แต่หากพบว่าไม่มีธนาคารใดเลยที่ตอบโจทย์ แต่เราจำเป็นต้องรีไฟแนนซ์จริงๆ ก็ขอแนะนำให้ตัดตัวเลือกบางอย่างออกแล้วทำการเทียบใหม่ครับ  

เมื่อพูดถึงธนาคารที่รีไฟแนนซ์คุ้มค่า ดอกเบา อนุมัติไว วงเงินสูงสักธนาคารหนึ่ง ผมขอแนะนำธนาคารยูโอบีครับ ตอนนี้เขามีโปรโมชัน UOB Refinance ดอกเบา 2 ปีแรก เพียง 1.99% พร้อมกู้ง่าย อนุมัติเบื้องต้นเร็วทันใจ ลงทะเบียนตอนนี้ถึง 30 กันยายน 63 รับ Starbucks e-coupon มูลค่า 200 บาทไปเลยครับ เมื่อส่งเอกสารและใบสมัครครบถ้วน ผ่านช่องทางออนไลน์ได้แล้วครับ

รีไฟแนนซ์ UOB Refinance

ขั้นตอนรีไฟแนนซ์บ้านกับ UOB

ขั้นตอนรีไฟแนนซ์บ้านกับ UOB Refinance นั้นง่ายมากๆ และอนุมัติไวมาก มาดูกันครับว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

1. ตรวจสอบสัญญากู้บ้าน

ขั้นตอนแรกเลยก็คือเราต้องเช็คสัญญากู้บ้านของเรากันก่อนครับว่า เราเริ่มทำตอนไหน แล้วผ่อนมาแล้วครบ 3 ปีหรือเปล่า หากครบ 3 ปีแล้วเราถึงจะไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ได้ อย่างธนาคารยูโอบีจะประเมินราคาและพิจารณารีไฟแนนซ์ให้

ก่อนจะยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์ผมอยากให้ตรวจคุณสมบัติในการรีไฟแนนซ์ของธนาคารนั้นๆ กันก่อนว่าตรงตามที่ธนาคารตั้งไว้หรือไม่จะได้ไม่เสียเวลากรอกและยื่นเรื่องครับ อย่างของ UOB Refinance ได้ระบุคุณสมบัติไว้ว่า

  • บุคคลธรรมดา สัญชาติไทย
  • รายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาท
  • อายุการทำงานอย่างน้อย 2 ปี (หรือ 3 ปี สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ/ธุรกิจส่วนตัว)
  • อายุขั้นต่ำ 21 ปี
  • รวมระยะเวลากู้ : ไม่เกิน 70 ปี สำหรับผู้กู้ที่มีรายได้เป็นเงินเดือนประจำทั่วไป และหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ (Government Sector) และไม่เกิน 75 ปี สำหรับเจ้าของกิจการ (Self-employed)

รีไฟแนนซ์ UOB Refinance

2. ลงทะเบียนและรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

เมื่อได้ธนาคารที่จะรีไฟแนนซ์แล้ว ก็มายื่นเรื่องขอรีไฟแนนซ์กันครับ และต้องบอกว่าสมัยนี้ยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์ทางออนไลน์ง่ายและรวดเร็วมากๆ ที่สำคัญมีบริการรับส่งเอกสารให้เราถึงที่กันเลย อย่างการลงทะเบียนยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์กับธนาคารยูโอบี UOB Refinance ก็สามารถลงทะเบียนได้ที่ Baania หากลงทะเบียนภายใน 30 กันยายน 63 รับ Starbucks e-coupon มูลค่า 200 บาท เมื่อส่งเอกสารและใบสมัครครบถ้วน ผ่านช่องทางออนไลน์ สำหรับวิธีการลงทะเบียนนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงกรอกข้อมูลสำคัญเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ-นามสกุล, อาชีพ, รายได้, ข้อมูลที่ตั้งอสังหาริมทรัพย์, เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล เพียงเท่านี้ก็สามารถกดลงทะเบียนได้แล้วครับ หลังจากนั้นไม่กี่วันเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อกลับมาหาเรารวดเร็วทันใจไม่ปล่อยให้เรารอนานอย่างแน่นอนครับ

3. เตรียมเอกสารให้พร้อมเตรียมยื่น

หากใครที่ลงทะเบียนรีไฟแนนซ์ออนไลน์ ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ เรามาเตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์กันครับ ซึ่งเอกสารก็จะคล้ายๆ การขอยื่นกู้บ้านครับ โดยมีเอกสารดังนี้

เอกสารส่วนตัว

  • บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • ทะเบียนสมรส หรือ ใบสำคัญการหย่า (ถ้ามี)
  • ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของคู่สมรส (ถ้ามี)

เอกสารด้านหลักทรัพย์

  • โฉนดที่ดินทุกหน้า
  • สัญญาจะซื้อจะขาย
  • หลักฐานการผ่อนดาวน์
  • กรณีไถ่ถอนจากสถาบันการเงินอื่น เช่น สัญญาซื้อขายที่ดิน (ทด.13) หรือ หลักฐานการผ่อนชำระ ต่อเนื่อง 12 -เดือน หรือสัญญากู้เงิน และสัญญาจำนอง

กรณีเพื่อก่อสร้างบ้าน

  • ใบอนุญาตปลูกสร้างบ้าน
  • แบบแปลนสิ่งปลูกสร้าง หรือพิมพ์เขียว
  • สัญญาว่าจ้างหรือใบเสนอราคาก่อสร้างจากผู้รับเหมา  

เอกสารด้านการเงิน

  • สลิปเงินเดือนล่าสุด และหนังสือรับรองเงินเดือน (ต้นฉบับ)
  • บัญชีเงินฝากธนาคารย้อน หลัง 6 เดือน
  • กรณีประกอบอาชีพอิสระ/ธุรกิจส่วนตัว ได้แก่ ทะเบียนการค้า, หนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์, หนังสือบริคณห์สนธิ

4. ยื่นเอกสารรีไฟแนนซ์

เมื่อเจ้าหน้าที่ติดต่อเรากลับมาให้ยื่นเอกสาร เราก็นำเอกสารที่เราเตรียมไว้ส่งให้กับธนาคารครับ เพื่อให้ธนาคารนัดหมายเพื่อส่งคนมาประเมินราคาหลักประกันและพิจารณาอนุมัติ โดยหากเรายื่นทะเบียนออนไลน์ไว้ ส่วนใหญ่ธนาคารจะมารับเอกสารถึงบ้านเราเลย โดยที่ไม่ต้องเดินทาง อย่างการยื่นเอกสารรีไฟแนนซ์ของธนาคารบูโอบี UOB Refinance ก็มีบริการรับส่งเอกสารให้เราถึงที่เลย

5. อนุมัติรีไฟแนนซ์

หลังจากที่ยื่นเอกสารแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาการอนุมัติ โดยดูจากเอกสารที่ครบถ้วนเรียบร้อย ธนาคารสามารถติดต่อลูกค้าได้ และติดต่อสถานที่ทำงานของลูกค้าเพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้ ซึ่งหากถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของธนาคารทั้งหมดแล้วก็จะได้รับการอนุมัติรีไฟแนนซ์จากธนาคารครับ 

6. ทำสัญญาและจดจำนองที่กรมที่ดิน

เมื่อเราได้รับอนุมัติรีไฟแนนซ์จากธนาคารใหม่เรียบร้อยแล้ว เราจะต้องแจ้งและติดต่อกับธนาคารเดิมว่ามียอดหนี้คงเหลือเท่าไร พร้อมทำเรื่องนัดวันไถ่ถอนครับ หลังจากนั้นก็จะดำเนินเรื่องที่กรมที่ดิน โดยเจ้าหน้าที่จากธนาคารใหม่ที่เรารีไฟแนนซ์ด้วยก็จะถือสัญญาไปให้เซ็นที่กรมที่ดิน พร้อมกับการไปทำสัญญาจำนองที่กรมที่ดินด้วยครับ

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์

สำหรับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์จะมีค่าใช้จ่ายหลักๆ ดังนี้ครับ

  • ค่าประเมินราคาประมาณ 2,000 - 3,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมจดจำนอง จ่ายให้กรมที่ดินประมาณ 1% ของวงเงินกู้ หรือไม่เกิน 200,000 บาท
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินที่กู้
  • ค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ
  • ค่าจัดการสินเชื่อตามสัญญาใหม่ ประมาณ 0-1% ของวงเงินกู้ใหม่
  • หากขอรีไฟแนนซ์บ้านก่อนครบกำหนด 3 ปี ต้องมีค่าปรับการคืนเงินกู้ก่อนกำหนดตามสัญญาที่มีอยู่ให้กับสถาบันการเงินเดิมประมาณ 2-3% ของวงเงินกู้ทั้งจำนวนหรืออาจคิดจากมูลหนี้ที่เหลืออยู่

UOB Refinance ดอกเบาถึงใจ อนุมัติเบื้องต้นทันใจภายใน 3 วันทำการ

คงจะเห็นแล้วว่ารีไฟแนนซ์บ้านกับ UOB Refinance ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะรีไฟแนนซ์บ้านดอกเบี้ยต่ำเฉลี่ย 2 ปีแรก อยู่ที่ 1.99% เท่านั้น ซึ่งจะทำให้เราผ่อนค่างวดลดลง ที่สำคัญกู้ง่าย อนุมัติเบื้องต้นไว พร้อมรับส่งเอกสารถึงที่อีกด้วย ลงทะเบียนวันนี้รับ Starbucks e-coupon มูลค่า 200 บาท เมื่อส่งเอกสารและใบสมัครครบถ้วน ผ่านช่องทางออนไลน์ ถึงวันที่ 30 กันยายน 63 นี้เท่านั้นครับ

รีไฟแนนซ์ UOB Refinance ดอกเบี้ย

 รีไฟแนนซ์บ้านเป็นอีกวิธียอดฮิตในการลดต้นลดดอกบ้าน ช่วยให้เราผ่อนได้หมดไว แถมยังช่วยลดภาระหนี้ให้เราได้มากโข หากใครที่สนใจจะรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารยูโอบี UOB Refinance รีไฟแนนซ์บ้านดอกเบา อนุมัติไว สามารถลงทะเบียนไลน์กันได้ที่นี่เลยครับ

รีไฟแนนซ์ UOB Refinance ดอกเบี้ย

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร