มะระขี้นกความขมที่ช่วยต้านเบาหวาน

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

มะระขี้นกจัดเป็นผักพื้นบ้านประเภทหนึ่งของไทย โดยเป็นสายพันธุ์ที่แยกย่อยมาจากมะระจีน ซึ่งลักษณะเฉพาะตัวของมะระทุกสายพันธุ์คือความขม ซึ่งมะระขี้นกแม้จะมีขนาดเล็กกว่ามะระจีนและก็มีความขมมากกว่า ซึ่งนอกจากความขมแล้วนั้นบทความนี้จะมาแนะนำถึงสรรพคุณต่างๆ ของมะระขี้นกที่มีอยู่มากมายในตัวเอง เรียกได้ว่าสรรพคุณทางยาไม่แพ้สมุนไพรประเภทใดๆ เลย

1. ทำความรู้จักมะระขี้นก

มะระขี้นกด้วยชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเป็นมะระสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งมะระนั้นจัดเป็นพืชล้มลุก ลักษณะเป็นเถาไม้เลื้อยขนาดเล็ก มีใบเดี่ยว ก้านใบยาว ผลของมะระขี้นกนั้นมีขนาดเล็กประมาณ 5 เซนติเมตร รูปร่างเป็นวงรี คล้ายกับลูกอเมริกันฟุตบอล ผลมีผิวขรุขระ มีรสขมเป็นเอกลักษณ์ ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีเหลืองอมแดง  

มะระขี้นก

2. สรรพคุณ

มะระขี้นกจัดเป็นสมุนไพรที่มากไปด้วยสรรพคุณทางยา มีการใช้มะระขี้นกเป็นยามาตั้งแต่ครั้งอดีต จนมาถึงปัจจุบันก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่ ในตอนนี้มะระขี้นกได้ถูกวิจัยและพัฒนาเพื่อค้นหาว่าคุณสมบัติในการรักษา หรือต้านทานอาการของโรคต่างๆ นั้นสามารถพัฒนาต่อไปเพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายขึ้นอย่างไรบ้าง

สรรพคุณ

3. คุณค่าทางโภชนาการ

จากคำโบราณที่กล่าวว่า “หวานเป็นลมขมเป็นยา” ทำให้มะระขี้นกซึ่งเป็นพืชที่มีความขมนั้นต้องมีสรรพคุณต่าง ๆ ทางโภชนาการที่ดีอยู่ในตัวเองอย่างแน่นอน ลองมาดูกันว่ามะระขี้นกนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการมากขนาดไหน ในสัดส่วน 100 กรัมนั้น มะระขี้นกให้คุณค่าทางโภชนาการเป็นสารอาหารต่าง ๆ อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พลังงาน 17 กิโลแคลอรี, ไขมัน 0.1 กรัม, เส้นใย 12 กรัม,คาร์โบไฮเดรต 0.9 กรัม, แคลเซียม 0.3 กรัม, โปรตีน 0.3 กรัม, ฟอสฟอรัส 150 มิลลิกรัม, เหล็ก 0.9 มิลลิกรัม, ไนอะซิน 190 มิลลิกรัม, และไทอามีน 0.07 มิลลิกรัม
นอกจากมะระขี้นกนี้ยังมีคุณค่าทางโภชนาการในรูปแบบของวิตามินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ, วิตามินบี 1, วิตามินบี2, และวิตามินซี ซึ่งวิตามินเหล่านี้มีอยู่ในมะระขี้นกเป็นปริมาณมากกว่าผักหรือพืชสมุนไพรหลาย ๆ ประเภท

คุณค่าทางโภชนาการ

4. วิธีการเตรียมปลูก

มะระขี้นกจัดว่าเป็นพืชอีกหนึ่งประเภทที่ปลูกง่าย โตไว สามารถปลูกได้ทั้งในดินและในกระถาง ตามแต่ความสะดวก และความเหมาะสมของบริเวณบ้าน และปลูกได้ในดินทุกประเภทแต่ต้องมีความชุ่มชื้นในดินที่มากพอ มีการระบายน้ำได้ดี มีแสงแดดจัด มะระขี้นกเป็นพืชที่ปลูกได้ตลอดปี แต่จะปลูกง่ายและได้ผลผลิตดีที่สุดในช่วงฤดูหนาว

ถ้าเป็นการปลูกมะระขี้นกในกระถางนั้นต้องใช้กระถางขนาด 30 ซ.ม. ขึ้นไป เนื่องจากมะระขี้นกเป็นพืชที่มีระยะรากลึกปานกลาง การเตรียมดินก็ใช้ดินปลูกทั่วไปผสมกับปุ๋ยคอก เทใส่ให้เต็มกระถาง เจาะหลุมลึกประมาณ 10 ซ.ม.แล้วใส่เมล็ดพันธุ์ลงไป 4-5 เมล็ดจากนั้นก็รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อต้นอ่อนงอกได้ 2 สัปดาห์ก็เลือกต้นที่แข็งแรงไว้เพียงสองต้นต่อกระถาง

สิ่งที่ห้ามลืมเป็นเด็ดขาดสำหรับการปลูกมะระขี้นกคือ การทำหลักหรือทำร้านเพื่อให้มะระขี้นกได้เลื้อยขึ้นไป โดยหลักก็ทำง่าย ๆ เพียงแค่นำไม้สูงประมาณ 1.5 เมตรประมาณ 3–4 อันมาปักไปในกระถางให้แน่น โดยเว้นระยะห่างเล็กน้อย ให้ไม้อยู่รอบ ๆ กระถาง มะระขี้นกจะเลื้อยขึ้นไปเติบโตบนหลักไม้เหล่านั้น

เตรียมปลูก

5. การดูแล

มะระขี้นกเป็นพืชที่ดูแลไม่ยาก เริ่มด้วยการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่ดินต้องน้ำไม่ขัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงติดดอก ออกผล ไปจนเก็บเกี่ยวห้ามขาดน้ำเด็ดขาด นอกจากน้ำแล้วการดูแลกำจัดวัชพืชรอบ ๆ โคนต้นก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการพรวนดินและถอนวัชพืชนั้น ต้องทำอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนรากของมะระขี้นก ส่วนการใส่ปุ๋ยถ้าปลูกทานเองในบ้านใส่ปุ๋ยคอกธรรมดาก็เพียงพอ

การดูแล

6. เก็บเกี่ยว

มะระขี้นกมีอายุขัยเฉลี่ยที่ 1 ปี และเริ่มเก็บเกี่ยวผลมะระเมื่ออายุได้ 15 วัน การเก็บผลมะระขี้นกนั้นจะเก็บลูกที่มีสีเขียว ยังไม่แก่ โดยการเก็บควรทยอยเก็บเรื่อย ๆ อย่าปล่อยให้มีผลแก่คาต้น เพราะจะทำให้ผลไม่ดก ผลร่วง ในช่วงอายุขัยของมะระขี้นกจะสามารถเก็บผลได้ประมาณ 17–20 ครั้ง ส่วนยอดอ่อนของมะระขี้นกสามารถเก็บได้ตามต้องการ

เก็บเกี่ยว

7. ประกอบอาหาร

มะระขี้นกนั้นแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นผักที่มีความขมมาก แต่ด้วยสรรพคุณ และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้มะระขี้นกยังคงติดอันดับพืชผักยอดนิยมที่ถูกนำมาใช้ประกอบอาหาร เมนูที่มีมะระขี้นกเป็นวัตถุดิบ หรือเป็นส่วนประกอบก็มีมากมาย รวมไปถึงมีเป็นเมนูท้องถิ่นในทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากมะระขี้นกมีอยู่ทุกภาคนั่นเอง การนำมะระขี้นกมาประกอบอาหารจะนิยมใช้ผล หรือยอดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งยอดอ่อนของมะระขี้นกนั้นจะนำมาลวกทานกับน้ำพริก ส่วนผลของมะระขี้นกนั้นวิธีการปรุงนั้นเหมือนกับมะระทั่วไป สามารถทำได้หลากหลายเมนูไม่ว่าจะเป็นมะระขี้นกผัดไข่ แกงป่ามะระขี้นก ยำมะระขี้นกกุ้งสด มะระขี้นกทรงเครื่อง แกงเผ็ดมะระขี้นกปลาย่าง หรือแกงมะระขี้นกใส่เนื้อย่าง เป็นต้น
 
ส่วนเมนูมะระขี้นกที่นิยมทำทานเพื่อต้านอาการเบาหวานคือ น้ำต้มมะระขี้นก วิธีทำเพียงแค่นำผลสดขนาดประมาณ 100 กรัมมาผ่าครึ่ง ขูดไส้ใน รวมไปถึงเมล็ดออกให้หมด หั่นเนื้อมะระเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำปั่นในเครื่องปั่นแยกกาก สามารถนำน้ำมะระที่ได้มาดื่มเพื่อเป็นการต้านเบาหวานได้ โดยดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า–เย็น

ประกอบอาหาร

8. ประโยชน์ทางยา

อย่างที่ทราบกันดีว่ามะระขี้นกนั้นมีสรรพคุณทางยามากมาย การนำมะระขี้นกมาทำเป็นยานั้นปรากฏในหลักฐานต่าง ๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ และมีแพร่หลายไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเอเชีย จีน แอฟริกา หรือลาตินอเมริกา โดยคุณสมบัติเด่น ๆ ของมะระขี้นกในทางการแพทย์แผนปัจจุบันนั่นคือการนำมะระขี้นกมาใช้รักษาเบาหวาน โรคตับ บรรเทาอาการไขข้ออักเสบ และโรคเกาต์ เป็นต้น
 
การที่มะระขี้นกสามารถรักษาอาการเบาหวานได้นั้นเกิดขึ้นมาจากสารในตัวผลของมะระขี้นกที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับอินซูลินที่มีความสามารถในการลดน้ำตาลในเลือด และยังมีสารอีกหลายหลายชนิดในมะระขี้นกที่มีคุณสมบัติในการต้านอาการเบาหวาน ส่วนในทางตำรับสมุนไพรไทยนั้น มะระขี้นกมีการนำมาเข้าตำรับยาหลากหลายประเภทมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งมีการบรรยายสรรพคุณของมะระขี้นกไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • ผลมะระขี้นกสามารถนำมาผสมกับสมุนไพรอื่นๆ เพื่อใช้ลดไข้ แก้พิษร้อน ร้อนใน ตาแดง
  • รากมะระขี้นกนำไปใช้สำหรับอาการโลหิตเป็นพิษ แก้ร้อนใน
  • ใบมะระขี้นกช่วยขับพยาธิ รักษาฝีบวมอักเสบ
  • ดอกมะระขี้นกช่วยในการรักษาโรคบิด
  • เมล็ดมะระขี้นกใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย

ยา

9. ข้อควรระวัง

ทุกสิ่งในโลกล้วนมีสองด้านเสมอ แม้ว่ามะระขี้นกจะมีสรรพคุณต่าง ๆ ในการรักษาโรคอย่างมาก แต่การใช้มะระขี้นกต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะการรับประทานมะระขี้นก หรือการนำมะระขี้นกไปใช้เป็นยานั้นยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง อย่างเช่น สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ควรหลีกเลี่ยงมะระขี้นกอย่างเด็ดขาด เนื่องจากมะระขี้นกนั้นจะทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำลงอีก อาจทำให้เกิดอันตรายได้

ข้อควรระวัง

จากบทความนี้จะเห็นได้ว่ามะระขี้นกจัดว่าเป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยดูแลร่างกายได้ในหลาย ๆ เรื่อง อีกทั้งยังเป็นพืชที่สามารถปลูกเองในบ้านได้ด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยาก ดูแลรักษาง่าย ซึ่งนอกจากคุณค่าของมะระขี้นกในเรื่องการเป็นสมุนไพรแล้วนั้น มะระขี้นกยังนำไปทำอาหารไทยที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ได้มากมายหลากหลายเมนูอีกด้วย จากเรื่องราวของมะระขี้นกที่ได้อธิบายในบทความนี้ คำว่า “ขมเป็นยา” คงจะเป็นคำพูดที่สะท้อนความเป็นมะระขี้นกได้อย่างสมบูรณ์

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร