Baania
Baania
จังหวัด
ประเภทประกาศ
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
ราคา

สุพจน์ วีรปรีชาเมธ กุมบังเหียนขับเคลื่อน “วีระพานิช”

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปก็ทำให้พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าเปลี่ยนตาม บวกกับทุนต่างถิ่นจากส่วนกลางบุกเข้ามาทำตลาดอย่างคึกคัก ส่งผลให้ผู้ค้าวัสดุก่อสร้างท้องถิ่นนิ่งเฉยไม่ได้ ดังเช่นคุณสุพจน์ วีรปรีชาเมธ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีระพานิช เชียงใหม่ จำกัด และยังรั้งตำแหน่งประธานชมรมผู้ค้าวัสดุก่อสร้างจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการค้าวัสดุก่อสร้างมากว่า 19 ปี วันนี้ไม่เพียงแต่ตั้งรับคู่แข่งเพียงอย่างเดียว หากต้องพลิกโฉมบริษัทใหม่ทั้งระบบเพื่อให้ทันต่อการปรับเปลี่ยนของตลาด และสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น

คุณสุพจน์ วีรปรีชาเมธ ทายาทรุ่นแรกของร้านวีระพานิชที่ก่อตั้งเมื่อปี 2510 ในคูหาเล็กๆ ย่านถนนราชวงศ์ โดยคุณวีระและคุณอารี วีรปรีชาเมธ จากนั้นได้ขยับขยายกิจการและย้ายมาตั้งอยู่ถนนท้ายวัง ก่อนจะขยายร้านออกเป็น 2 คูหา ขณะนั้นนอกจากร่ำเรียนหนังสือก็มีหน้าที่ช่วยกิจการของครอบครัวไปด้วย จากความเจริญของบ้านเมืองทำให้ร้านวีระพานิชต้องหาทำเลใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและความต้องการของลูกค้า กระทั่งปี 2537 ได้ซื้อที่ดินย่านถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง พื้นที่กว่า 3 ไร่ ทำโชว์รูมขายวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ และเปลี่ยนมาเป็น “ห้างหุ้นส่วนจำกัด เชียงใหม่วีระพานิช” พร้อมพัฒนาสู่มาตรฐานซิเมนต์ไทยโฮมมาร์ท

ก่อนจะเปลี่ยนจากห้างหุ้นส่วนจำกัด เชียงใหม่วีระพานิช มาเป็น “บริษัท วีระพานิช เชียงใหม่ จำกัด” ในปี 2551 จนถึงปัจจุบัน และเข้าสู่การเป็นตัวแทนจำหน่ายของ SCG โดยใช้งบประมาณกว่า 20  ล้านบาทขยายพื้นที่ให้บริการและปรับเปลี่ยนรูปโฉมใหม่ ทั้งการให้บริการ “Proshop” รับถอดแบบสร้างบ้าน ประเมินวัสดุและราคาในการก่อสร้างแบบเบ็ดเสร็จโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงการเป็น Roofing Center ศูนย์บริการเรื่องหลังคาบ้าน ตั้งแต่งานโครงหลังคาจนถึงการมุงกระเบื้องหลังคา ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญและทีมงานจาก SCG และเพิ่มความหลากหลายของสินค้าด้วยการสนับสนุนจากซัพพลายเออร์กว่า 500 ราย มีสินค้าให้เลือกกว่า 10,000 รายการ

ตลอดระยะเวลา 19 ปี ทีคุณสุพจน์บริหารบริษัท วีระพานิช เชียงใหม่ จำกัด ได้เห็นถึงพัฒนาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป กระทั่งการเติบโตของกิจการครอบครัว ขณะนี้กำลังปลุกปั้นทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 คือสองสาวคุณแพรและคุณพราว ให้เข้ามาดูแลกิจการ พัฒนาองค์กรและองค์ความรู้ด้านต่างๆ แม้ทั้งสองจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดทันสมัย อาจมีช่องว่างระหว่างวัยของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน แต่คุณสุพจน์เชื่อว่าในด้านความคิดสมัยใหม่สามารถบวกกับแนวคิดของคนรุ่นเก่านำมาปรับใช้กับธุรกิจได้ ส่วนการบริหารงานอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวของทั้งสองฝ่าย ให้มองถึงเป้าหมายเดียวกันคือความสำเร็จขององค์กร

ทั้งนี้ในส่วนของตำแหน่งประธานชมรมผู้ค้าวัสดุก่อสร้างจังหวัดเชียงใหม่ที่เพิ่งได้รับไปหมาดๆ คุณสุพจน์มีแผนจะประชุมคณะกรรมการชมรมเพื่อหารือเรื่องสมาชิก ที่ปัจจุบันมีสมาชิกเพียง 100 รายในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ พร้อมปรับแผนและนโยบายของชมรมให้มีความเข้มแข็งขึ้น ภายใต้กรอบนโยบายของชมรมเมื่อครั้งก่อตั้ง ที่จะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของกลุ่มผู้ประกอบการด้านวัสดุก่อสร้าง ทั้งด้านองค์ความรู้และการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน อีกทั้งจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อทำบุญและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนต่างๆ อีกด้วย

คุณสุพจน์มองว่าธุรกิจด้านวัสดุก่อสร้างเป็นธุรกิจเก่าแก่และไม่มีวันตาย เนื่องจากโครงสร้างที่พักอาศัยย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพ อาจต้องซ่อมหรือบำรุงแต่งเติมอยู่ประจำ ฉะนั้นธุรกิจวัสดุก่อสร้างจึงสามารถต่อยอดไปได้ อาจมีขึ้นลงบ้างตามสถานการณ์ ซึ่งคุณสุพจน์ได้วางแผนซื้อที่ดินบริเวณสี่แยกลิขิตชีวัน ประมาณ 11 ไร่เศษ ปัจจุบันทำเป็นโรงประกอบวินด์เซอร์และโกดังสินค้า อาจปรับเปลี่ยนเป็นตลาดขายส่งสินค้าวัสดุก่อสร้างในอนาคต ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความชำนาญ แต่หากในย่านชุมชนดังกล่าวมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ก็อาจพัฒนาเป็นร้านค้าขายปลีกหรือโชว์รูมขนาดใหญ่ก็เป็นได้

“ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงใหม่มีความคึกคัก ส่งผลให้ธุรกิจวัสดุก่อสร้างอยู่ในช่วงขาขึ้น การแข่งขันก็สูงขึ้นตาม ผู้ประกอบการท้องถิ่นไม่ควรชะล่าใจ ผมมองว่าเราต้องกลับมามองตัวเองมากขึ้นพัฒนาความเป็นมืออาชีพและต้องไม่หยุดนิ่ง เพราะถ้าเรานิ่งเมื่อไหร่ก็เหมือนกับเราถอยหลังไปเรื่อยๆ ถามผมว่าวิตกกับคู่แข่งจากส่วนกลางที่เข้ามาหรือไม่ ก็อาจมีบ้าง แต่ทั้งนี้เราก็ต้องอาศัยความเป็นคนในพื้นที่ การคลุกคลีกับลูกค้า ความเป็นกันเอง ที่เขาสัมผัสได้มาตลอดระยะเวลาที่ทำการค้าขายด้วยกันมาถือเป็นจุดแข็งของเรา รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของบริษัททั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร ระบบเทคโนโลยี หรือแม้กระทั่งทำการตลาดในเชิงรุก เพราะตั้งรับอย่างเดียวคงไม่ทันเขา ต้องพัฒนาและปรับตัวถึงจะสู้เขาได้” คุณสุพจน์กล่าว

การทำธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็สามารถพัฒนาให้เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพได้ อย่างน้อยอยู่ที่วิสัยทัศน์และการบริหารจัดการที่ดี อีกทั้งศักยภาพของบุคลากร การตลาดที่เข้มแข็ง และเหนือสิ่งอื่นใดการทำธุรกิจต้องอาศัยการพัฒนาและปรับตัวไปตามสภาพการณ์ การหาจุดแข็งและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดและลงตัว เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าและมีจุดยืนที่แข็งแรงต่อไป

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร