Interview : การลงทุนอสังหาฯ และการมองหาตลาดใหม่ในยุคเศรษฐกิจหดตัว

ครึ่งปีแรกผ่านไปแล้ว ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯ เริ่มชะลอตัวการเปิดขายโครงการใหม่กันเป็นจำนวนมาก โดยเน้นนำสต๊อกที่เหลือขายในโครงการเก่ามาลดราคา บางรายจัดโปรโมชั่นส่วนลดมากกว่า 30% แม้ภาพรวมครึ่งปีแรกจะดูทรงตัว แต่การแข่งขันยังมีสูงต่อเนื่อง จุดโฟกัสอยู่ที่แข่งขันของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ยังคงเดินหน้าลอนช์โครงการใหม่ตลอดเวลา แล้วตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไรต่อไป?

ครั้งนี้ Baania ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณฉัตรชนก ประกอบบุญ หรือคุณฝน กรรมการผู้จัดการบริษัท กอปรบุญ เอสเตท จำกัด บริษัทโบรคเกอร์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในภาคเหนือ ในหัวข้อ “การลงทุนอสังหาฯ และการมองหาตลาดใหม่ในยุคเศรษฐกิจหดตัว”

อัปเดตภาวะการลงทุนอสังหาฯ และเศรษฐกิจของโลกและเชียงใหม่
คุณฝน : ภาพรวมของเศรษฐกิจตอนนี้อยู่ในขาลง หลายประเทศมีปัญหาเรื่องการใช้จ่ายเงิน โดยอเมริกาก็ยังมีปัญหาเรื่องกำแพงภาษีกับทางจีนอยู่ ส่วนยุโรปโดยเฉพาะอังกฤษก็ยังติดปัญหาเรื่อง Brexit อยู่ สถานการณ์โลก ณ ตอนนี้ไม่ค่อยดีและคาดว่าจะเป็นแบบนี้ไปอีก 1-2 ปี ทำให้ไทยได้รับผลกระทบในด้านการท่องเที่ยว สังเกตได้จาก 3-4 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวของคนจีนเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยทำให้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยใช้จ่ายเงินทอง ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนในไทย และเชียงใหม่น้อยลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมีปัญหามลภาวะทางอากาศที่ฉุดการท่องเที่ยวในเชียงใหม่ให้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และถึงแม้ว่าจะไม่มีปัญหาหมอกควันแล้วก็ตาม แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจขาลงแบบนี้ก็ยังคงทำให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยไม่กระเตื้องเท่าที่ควร ในด้านของธุรกิจอสังหาฯ เชียงใหม่การซื้อขายจากจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหม่ปีนี้ค่อนข้างเงียบและลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูช่วงปลายปีหรือ hight season ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหรือเปล่า

ทิศทางตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง
คุณฝน : ณ ตอนนี้ยังมองไม่ออก ว่าเงินจะเข้ามาจากประเทศไหน เพราะทั่วโลกได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย แต่สิ่งหนึ่งที่จะเป็นเทรนด์และเป็นทิศทางใหม่ของการซื้อขายในอนาคตคือ เงินดิจิทัล จะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีการผลักดันเงินดิจิทัลให้สามารถใช้จ่ายแทนเงินสด ยกตัวอย่างในแคนาดา โดยชาวแคนาดาที่อาศัยอยู่ในย่านชานเมืองโตรอนโตของเมืองริชมอนด์ฮิลล์สามารถทำการชำระภาษีทรัพย์สินด้วย Bitcoin ได้แล้ว จะเห็นได้ว่าในอนาคตเราจะสามารถซื้อขายอสังหาฯ หรือสินค้าอื่นๆ ได้ โดยใช้เงินสกุลดิจิทัล นี่จึงเป็นสิ่งใหม่ที่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมรับมือกับบทบาทของเงินสกุลดิจิทัลที่จะมีความสำคัญมากในอนาคต

คิดเห็นอย่างไรกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาฯ ของรัฐบาล
คุณฝน : จากที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการลงทุนปล่อยสินเชื่อให้กับเอกชนเพื่อที่จะนำมาจ่ายภาษีได้ในช่วงก่อน และช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมาธนาคารออมสิน ออกนโยบายกระตุ้นเงินเข้าสู่ระบบ ด้วยการปล่อยสินเชื่อบ้านและพิจารณาบุคคลที่กู้สินเชื่อไม่ผ่าน 30% การออกมาตรการนี้ก็เพื่อให้คนกู้ผ่านเพิ่มขึ้น โดยจะพิจารณาคนที่มีเสถียรภาพทางการเงิน เช่น พนักงานรัฐหรือข้าราชการ ซึ่งจะคำนวณจากเงินเดือน หากเป็นพนักงานรัฐหรือข้าราชการ จะมีอัตราการขึ้นเงินเดือน 5-10% ทุกปี โดยจะคำนวณรายได้ในอัตราที่เพิ่มขึ้นตามความเป็นจริง ไม่ได้เป็นอัตราคงที่ และสำหรับคนที่ไม่ได้มีรายได้ในอัตราคงที่ แต่มีหลักฐานการฝากเงินเข้าบัญชีทุกเดือนไม่ว่าจะเป็นธนาคารไหนก็ได้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพทางการเงินที่ดี ก็จะได้รับการพิจารณาอนุมัติให้กู้ผ่านง่ายขึ้น โดยส่วนตัวมองว่าการช่วยกู้ผ่าน เพิ่มสินเชื่อ คือการเพิ่มหนี้ แต่ไม่ได้ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน ดังนั้นรัฐบาลควรช่วยผู้ประกอบการในการสร้างรายได้ เช่น เปิดตลาดใหม่ โปรโมทบิ๊กโปรเจ็ก เพื่อดึงนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศมากยิ่งขึ้น ถ้าเราโปรโมทตรงนี้ได้ก็จะเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศ อีกหนึ่งสิ่งที่รัฐบาลควรใส่ใจคือธุรกิจ StartUp อาจจะให้เงินทุนสนับสนุนธุรกิจหรือจัดคอร์สเทรนนิ่งเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้มีมาตรฐานในระดับโลก ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้เข้าประเทศอีกด้วย

การตลาดใหม่ในยุคเศรษฐกิจหดตัวคืออะไร?
คุณฝน : ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส เมื่อเศรษฐกิจอยู่ในช่วงถดถอย ผู้ประกอบการต้องรู้จักลูกค้าของตัวเอง โดยคุณต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนว่า สินค้าและบริการของคุณจะขายให้ใคร เมื่อรู้กลุ่มเป้าหมายที่แน่ชัด ก็จะทำให้สามารถเจาะ Insight พฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ และออกโปรดักส์ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าจริงได้ หากให้พูดถึงตลาดใหม่ๆ ของไทยในยุคนี้ ต้องบอกว่า สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) คือตลาดที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการอสังหาฯ สามารถออกโปรดักส์ Retirement homes ได้ รวมถึงจะเห็นได้ว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการอสังหาฯ มีการจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้คนซื้อมากขึ้น จึงเป็นโอกาสดีของผู้บริโภคจะหาซื้ออสังหาฯ สักที่ในราคาที่ถูกลง

นอกจากนี้คุณฝนยังได้ทิ้งท้ายกับ Baania ว่า เมืองไทยเป็นเมืองที่น่าลงทุน เพราะดอกเบี้ยไม่แพง ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชนควรช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ และร่วมกันพัฒนาสินค้าและบริการสู่ระดับโลก เหมือนอย่างประโยคที่บอกว่า “think global act local” 

สุดท้ายนี้ Baania ขอขอบคุณ คุณฉัตรชนก ประกอบบุญ หรือคุณฝน กรรมการผู้จัดการบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ กอปรบุญ เอสเตท จำกัด ที่ได้มาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนและให้ความรู้ในด้านอสังหาฯ และสถานการณ์เศรษฐกิจและอสังหาฯ แก่เรา หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านที่ได้อ่านครับ แล้วพบกัน Content ดีๆ อีกมากมายจาก Baania.com

ไม่พลาดทุกข่าวสาร ทันทุกเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์กับ Baania ได้ที่ Line Official >> @baania