ออลล์ อินสไปร์ ส่งแบรนด์ 'ไรส์' ชิงตลาดคอนโดในเมือง

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

อายุงาน 6 ปี ถือว่ายังเป็นหน้าใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ถ้าดูผลงานใน 6 ปีที่ผ่านมาแล้วต้องถือว่า ไม่ธรรมดา สำหรับ  บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กับการเปิดตัว 14 โครงการ 5,380 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 13,000 ล้านบาท และแผนเข้าจะทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในปลายปี 2561 หรือต้นปี 2562  

ธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ มองว่า การที่บริษัทหน้าใหม่อย่างออลล์ อินสไปร์ จะสู้กับคู่แข่งในตลาดได้ ราคาต้องถูกกว่าและเป็นราคาที่กลุ่มเป้าหมายเอื้อมถึง สามารถแข่งขันในตลาดได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ในสิ่งที่ดีกว่าคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างที่จอดรถของโครงการล่าสุด ไรส์ พหล-อินทามระ เป็นที่จอดรถอัตโนมัติ ในสัดส่วน 60% ของจำนวนห้องชุด ในราคาขายที่ถูกกว่าคู่แข่งประมาณ 10%

กุญแจสำคัญอยู่ที่การหาซื้อที่ดิน ด้วยประสบการณ์ที่เคยทำงานกับซีพีออลล์ เฟ้นหาทำเลเปิดสาขาร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่น-อีเลฟเว่น รวมถึงการร่วมงานกับสตาร์บัคในการเปิดสาขาใหม่ๆ ทำให้ ธนากร มองทำเลได้ขาดทั้งในแง่ของดีมานด์ และไลฟ์สไตล์ ในราคาที่สามารถผลิตสินค้าให้กับผู้บริโภคได้

"บริษัทจะหาซื้อที่ดินเอง ไม่ผ่านนายหน้า โดยการลงไปเฟ้นหาในพื้นที่เป้าหมาย ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน  ในรัศมี 2 กิโลเมตรของ 10 สถานีที่มีดีมานด์ของลูกค้าสูงสุด เราก็ไปเลือกดูที่ดินที่จะสามารถนำมาพัฒนาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ในราคาที่เหมาะสมทำให้ลูกค้าต้องการจะโอน ไม่ใช่หาซื้อที่ดินมาให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาปรับโปรดักต์ให้ราคาขายได้ ก็จะทำให้ได้ห้องเล็กๆ เมื่อสร้างเสร็จลูกค้าเห็นของจริงก็ไม่อยากโอน" ธนากร เผย

สำหรับโครงการล่าสุดของออลล์ อินสไปร์ ได้แก่ โครงการ ไรส์ พหล-อินทามระ อยู่บริเวณซอยอินทามระ 4 เป็นคอนโดไฮไรส์ สูง 40 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 384 หน่วย ขนาด 1 ห้องนอน 25-37.5 ตารางเมตร(ตร.ม.) และ 2 ห้องนอน ขนาด 42-53 ตร.ม. ราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 2.89 ล้านบาท มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3 ล้านบาทต้นๆ  หรือมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 1-1.2 แสนบาทต่อตร.ม.จะเปิดให้จองในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ถือเป็นทำเลในเมืองที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนทำงานที่ต้องการใช้ชีวิตในเมือง ต้องการคอนโด ที่ไม่จำเป็นต้องติดรถไฟฟ้า แต่เดินทางได้สะดวก ในราคาที่จับต้องได้

ในขณะเดียวกัน ถ้ามองในแง่ของการลงทุน  คอนโดในทำเลบีทีเอส หมอชิต สะพานควาย และอารีย์ มีอัตราการปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 10% ต่อปี เฉพาะสถานีสะพานควายมีอัตราการเพิ่มของราคาประมาณ 13% ขณะที่ราคาเฉลี่ยของคอนโดใหม่ในทำเลดังกล่าวจะอยู่ที่ 1.3-1.4 แสนบาท/ตร.ม. มีอัตราผลตอบแทนจากการขายต่อหรือ capital Gain เพิ่มขึ้น 30-40% ขณะที่ผลตอบแทนจากการเช่า หรือ Rent Yield อยู่ที่ 5-7% และมีอัตราการดูซับในพื้นที่ประมาณ 80-90%

จากตัวเลขเหล่านี้ทำให้ ซีอีโอ ออลล์ อินสไปร์ มั่นใจว่า โครงการดังกล่าวน่าจะปิดการขายได้ภายใน 3 เดือน ในภาวะที่ตลาดอสังหาฯกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยเฉพาะในช่วงครี่งปีหลังที่คาดว่า ตลาดจะดีกว่าครึ่งปีแรกที่ดีอยู่แล้ว และถือเป็นช่วงเวลาที่บริษัทจะมีโครงการเปิดใหม่อีก 4 โครงการ ทั้งคอนโด และทาวน์โฮมโครงการแรกของบริษัทที่นวมินทร์ ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของออลล์ อินสไปร์ ในปีนี้  

สำหรับยอดขายในช่วงครึ่งปีแรก คาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท จากเป้ายอดขายที่ตั้งไว้ทั้งปี 8,000ล้านบาท ขณะที่ยอดรับรู้รายได้มีประมาณ 550 ล้านบาท จากเป้าทั้งปี 5,000 ล้านบาท โดยยอดรับรู้รายได้หลักๆ จะเริ่มเข้ามาในช่วงไตรมาส 3  และเป็นการวางรากฐานที่สำคัญ ก่อนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่ง ธนากร ตั้งใจว่า จะทำให้สำเร็จในปีนี้

Baania มี Line แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร