แนะนำวิธีง่าย ๆ เปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็นบ้านประหยัดพลังงาน

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ การมี “บ้านประหยัดพลังงาน” จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้มากทีเดียว เพราะนอกจากจะไม่ต้องเสียเงินค่าไฟแพงแล้ว ยังนำเงินไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นอื่น ๆ ได้อีกด้วย ทั้งยังสร้างความแปลกใหม่ให้กับตัวบ้านได้ ใครที่กำลังอยากเปลี่ยนบ้านเดิม ๆ ให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น บทความนี้ก็มีไอเดียดี ๆ มาฝากกัน รับรองว่าทำแล้วเห็นผลแน่นอน

1. ทิศทางของบ้าน

การเลือกทิศทางก่อนสร้างบ้านเป็นสิ่งสำคัญมาก หรือถ้าใครมีบ้านอยู่แล้วต้องการรีโนเวทใหม่ก็ต้องมองเรื่องนี้เช่นกัน แนะนำให้ทำการวางตัวบ้านขวางทิศเหนือกับใต้ ทั้งนี้ต้องดูว่าคุณมักอาศัยอยู่ส่วนไหนเป็นหลัก แล้วเลือกหันส่วนนั้นของบ้านไปทางทิศตะวันออก เพราะช่วงเช้าแดดจะยังไม่ร้อนมากนัก ส่วนช่วงบ่ายก็จะไม่โดนแดดโดยตรง ช่วยให้บ้านประหยัดพลังงานได้ดีทีเดียว

ทิศทางของบ้าน

2. ต้นไม้กันแดด

ต้นไม้คือตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้บ้านร่มเย็น ลดความร้อน และประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี แนะนำให้ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาที่พร้อมบังแดดกับตัวบ้านของคุณ เช่น ต้นหูกระจง ต้นปีบ ต้นมะม่วง ต้นจำปี ต้นทองกวาว ฯลฯ ซึ่งทิศทางของการปลูกต้นไม้เหล่านี้ควรให้บังร่มเงาบริเวณที่แสงแดดส่องถึงตัวบ้านแรง ๆ โดยเฉพาะทิศตะวันตกที่ต้องเลือกปลูกเป็นจุดแรก

ต้นไม้กันแดด

3. รั้วบ้าน

บริเวณรั้วบ้านเป็นอีกจุดที่จะช่วยระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี หากต้องการให้บ้านมีลมพัดเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ควรเลือกสร้างรั้วบ้านแบบโปร่งโล่ง เพราะนอกจากจะทำให้ลมพัดเย็นผ่านตัวบ้านตลอดทั้งวันแล้ว คนในบ้านก็จะไม่รู้สึกอึดอัดอีกด้วย ทั้งนี้วัสดุที่ใช้ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เช่น รั้วเหล็ก รั้วคอนกรีต รั้วไม้ ฯลฯ แต่ต้องมีช่องลมหรือความโล่งเป็นหลัก

รั้วบ้าน

4. แหล่งน้ำ

น้ำคือสิ่งที่ช่วยระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี เพราะลมจะพัดไอเย็นของน้ำเข้าสู่บ้าน จึงทำให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านไม่รู้สึกร้อนจนเกินไป การสร้างแหล่งน้ำใกล้บ้านถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมาก อย่างไรก็ตามเราไม่ต้องถึงขนาดสร้างสระน้ำหรือบ่อน้ำเสมอไป หากพื้นที่บ้านจำกัดอาจทำบ่อปลาเล็ก ๆ หรืออ่างบัวเพื่อให้รู้สึกถึงไอน้ำเล็ก ๆ น้อย ๆ สร้างความสดชื่นได้

แหล่งน้ำ

5. สีผนังและหลังคา

เรื่องของสีทาบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกได้ว่าภายในบ้านของคุณจะมีอากาศร้อนอบอ้าวหรือเย็นสบาย แนะนำว่าต้องเลือกสีใช้ทาผนังบ้านรวมถึงสีหลังคาแบบโทนอ่อน เนื่องจากสีกลุ่มนี้จะไม่ดูดความร้อนมากนัก ต่างกับสีโทนเข้ม แม้บางคนบอกว่ามีความฉูดฉาด สวยงาม แต่สีเหล่านี้มักดูดเอาความร้อนจากแสงแดดเก็บไว้เสมอ ทำให้ตัวบ้านร้อนกว่าปกติทั้งตอนกลางวันและกลางคืน

สีผนังและหลังคา

6. แสงธรรมชาติ

แท้จริงแล้วแสงจากภายนอกบ้านก็ช่วยคลายความร้อนให้ตัวบ้านได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องเลือกจุดที่แสงส่องผ่านเข้ามาจากทิศเหนือหรือใต้ เพื่อไม่นำอากาศร้อนเข้ามาโดยตรง เช่น ทำหน้าต่างในทิศนั้น ๆ แล้วเปิดรับลม อีกวิธีคือเลือกใช้หลอดไฟตะเกียบเพราะให้แสงเป็นธรรมชาติ (Warm Light) และลดความร้อนภายในบ้านได้มากกว่าหลอดไฟประเภทอื่น ๆ ทั้งนี้ถ้าหลอดไหนไม่ได้ใช้งานก็ปิดให้เรียบร้อย ช่วยประหยัดพลังงานได้แน่นอน

แสงธรรมชาติ

7. พื้นสะสมความร้อน

วัสดุที่เหมาะสมในการนำมาปูพื้นบ้านเพื่อไม่ให้เกิดการสะสมความร้อน ควรเป็นวัสดุประเภทกระเบื้อง หินแกรนิต หินอ่อน หรือปูนดินในลักษณะปูนเปลือย เนื่องจากวัสดุเหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษในการคลายความร้อนออกมาได้อย่างรวดเร็ว ไม่เก็บไว้นาน ในทางกลับกันยังเก็บความเย็นได้ดี ส่งผลให้ภายในบ้านไม่รู้สึกถึงความร้อนมากจนเกินไป ช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างดี ไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาที่อยู่บ้าน

พื้นสะสมความร้อน

8. ช่องให้ลม

การทำช่องลมช่วยให้ลมผ่านเข้าออกในตัวบ้านมีหลายรูปแบบ ทั้งการทำช่องลมด้านบนระหว่างหลังคากับฝ้าเพดาน การทำผนังแบบระแนง ทำหน้าต่างบานเกล็ด ช่องลมเหนือประตูหน้าต่าง ฯลฯ วิธีนี้จะช่วยระบายความร้อนเมื่อแสงแดดส่องเข้ามาเพราะลมเป็นตัวช่วยสำคัญพัดให้ความร้อนดังกล่าวออกไปด้านนอกหมด ภายในบ้านจึงไม่อบอ้าว อยู่ได้อย่างสบาย

ช่องให้ลม

9. แยกครัว

ด้วยห้องครัวเป็นห้องที่ต้องพบเจอกับความร้อนตลอดเวลา หากไม่อยากให้ภายในบ้านของคุณต้องสัมผัสกับความร้อนภายในอีก แนะนำให้แยกส่วนครัวออกจากตัวบ้านไปเลย อาจทำเป็นทางเดินไปยังพื้นที่ครัวเล็ก ๆ อีกจุดหลังบ้าน เมื่อต้องประกอบอาหารความร้อนจะไม่ถูกส่งต่อเข้ามา อีกทั้งยังไม่มีคราบสกปรกคอยกวนใจให้ต้องทำความสะอาดบ่อย ๆ ด้วย

แยกครัว

10. ฉนวนกันความร้อน

อีกวิธีที่ช่วยประหยัดพลังงานให้บ้านแถมยังกันความร้อนได้อย่างดีเยี่ยมก็คือ การติดฉนวนกันความร้อน ซึ่งวัสดุประเภทนี้มีด้วยกันหลายรูปแบบทั้งแบบพ่นและแบบแผ่นฉนวน ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบ้าน ซึ่งฉนวนกันความร้อนดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนที่ส่องกระทบกับหลังคาแผ่ลงมาถึงภายในบ้าน จึงทำให้คนในบ้านเย็นสบายไม่อบอ้าว

ฉนวนกันความร้อน

11. ช่องระบายอากาศ

การสร้างช่องระบายอากาศบริเวณหลังคาจะช่วยให้ความร้อนที่ส่องผ่านเข้ามาเจอลมพัดออกไปด้านนอก ซึ่งรูปแบบของช่องระบายอากาศเหล่านี้สามารถเลือกได้ว่าต้องการแบบใด เช่น ปล่องระบายอากาศ ช่องระบายอากาศบริเวณจั่วบ้าน ฯลฯ เมื่อความร้อนไม่ได้ถูกกักเก็บเอาไว้บริเวณหลังคากับฝ้าเพดาน ก็จะไม่แผ่ลงมาถึงพื้นที่อยู่อาศัยด้วยนั่นเอง

ช่องระบายอากาศ

12. จุดรั่ว

หลายคนอาจสงสัยว่าจุดรั่วมันเกี่ยวข้องอะไรกับความร้อน และพลังงานในบ้าน ยกตัวอย่างเช่น หากบ้านมีจุดรั่วที่หลังคา 1 จุด ความร้อนจากภายนอกก็ส่งผ่านเข้ามาสู่ภายในได้มากขึ้น ถ้ามีหลายจุดก็จะยิ่งร้อนหนักกว่าเดิม อีกความหมายก็คือ หากห้องไหนมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศใช้งาน การมีจุดรั่วจะทำให้ความร้อนเข้ามาเยอะขึ้น เครื่องปรับอากาศของเราก็ต้องทำงานหนักกว่าเดิมและค่าไฟก็สูงขึ้น

จุดรั่ว

13. เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน

เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเป็นอีกวิธีง่าย ๆ ในการประหยัดพลังงาน ควรเลือกแบบที่มีสัญลักษณ์เบอร์ 5 เพราะเป็นเครื่องหมายการันตีว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดดังกล่าวประหยัดไฟได้ตามระดับมาตรฐานของการไฟฟ้า ซึ่งสมัยนี้จะมีการบอกความคุ้มค่ามากขึ้นไปอีกด้วยสัญลักษณ์ติดดาวด้วย ถ้าอยากให้ประหยัดพลังงานอย่างที่สุด ควรเลือกฉลากที่มี 3 ดาว รับรองว่าคุ้มค่าแน่

เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน

14. จัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้า

อีกเรื่องสำคัญภายในบ้านคือต้องมีการจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสม ไม่ควรมีอุปกรณ์ไฟฟ้าอัดแน่นรวมไว้จุดเดียวมากเกินไป เพราะเมื่อเปิดใช้งานความร้อนของมอเตอร์จะยิ่งสร้างอากาศร้อนภายในบ้านให้มากขึ้นกว่าเดิม และถ้าห้องไหนต้องเปิดแอร์เป็นประจำ ไม่แนะนำให้มีเครื่องใช้ไฟฟ้ามากเกินไป เนื่องจากความร้อนที่ออกมาจะทำให้แอร์ต้องใช้พลังงานมากขึ้น กินไฟยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

จัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้า

15. แผงโซล่าเซลล์

วิธีสุดท้ายสำหรับคนต้องการประหยัดพลังงานให้กับบ้านโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าแบบเสียเงินตลอดเวลา แนะนำให้ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เพื่อเก็บไฟไว้ใช้งาน จะติดบริเวณหลังคาบ้านหรือส่วนใดของบ้านก็ได้ที่แดดส่องถึงจัด ๆ เป็นเวลานาน รับรองว่าวิธีนี้ช่วยให้ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิมแน่ ทั้งนี้หากไม่มีความเชี่ยวชาญ ควรเรียกช่างมาจัดการเพื่อความปลอดภัยของทั้งคนในบ้านและตัวบ้านเองด้วย

แผงโซล่าเซลล์
จากวิธีทั้งหมดที่แนะนำไปมั่นใจได้เลยว่านี่คือ “บ้านประหยัดพลังงาน” ในฝันของคุณอย่างแน่นอน และไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดค่าไฟเท่านั้น แต่ยังช่วยลดอุณหภูมิความร้อนของโลกที่มากขึ้นทุกวันอีกต่างหาก ใครที่คิดว่าอยากทำบ้านให้มากกว่าแค่การอยู่อาศัย แต่ยังมองถึงส่วนรวม เชื่อว่าวิธีเหล่านี้จะช่วยให้ได้สิ่งที่ต้องการอย่างแน่นอน ลองทำกันได้เลย

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร