“จุฬาภรณ์ มณีวรรณ์” สร้าง “At In” ให้ยืนหนึ่งในใจคนอยากมีบ้าน

Baania.com  ขอแนะนำท่านผู้อ่านทุกท่านไปพบกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่ ที่ถือว่าเริ่มต้นโครงการด้วยความมีเอกลักษณ์จากการนำเอาตัวตนมาถ่ายทอดออกมาเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งเรียกได้ว่ามีความโดดเด่นและกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ทีมงานมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณจุฬาภรณ์ มณีวรรณ์ (คุณนุ่น) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอทอินวิลเลจ จำกัด ที่มีแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน ผ่านผงปูน อิฐ หิน ดิน ทราย และแผ่นกระจกมาเป็นบ้านในฝันของใครหลายคนได้อย่างสวยงาม

 

พื้นเพชาวเชียงราย ก่อนเรียนรู้และใช้ชีวิตที่เชียงใหม่ 

คุณจุฬาภรณ์ มณีวรรณ์ (คุณนุ่น) พื้นเพเดิมเป็นชาวจังหวัดเชียงราย ก่อนมาศึกษาด้านสถาปัตยกรรมที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นพนักงานบริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่กรุงเทพฯ ก่อนก้าวเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2554-2555 กลับมาเชียงใหม่มีความคิดว่าจะต้องทำธุรกิจของตนเองแล้ว โดยเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงานและเข้าไปบ้านทุกหลังของโครงการจัดสรรในเชียงใหม่ จึงทำให้มีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา เพราะทุกหลังทุกโครงการในเชียงใหม่ เมื่อเข้าไปก็ต้องมีการปรับแก้ไขเรื่องออกแบบตกแต่งภายในใหม่หมด

กระทั่งปี 2557 คิดว่าถ้าวันหนึ่งเรามีที่ดิน แล้วจะสร้างบ้านตัวเอง แต่มีโปรเจกต์ขึ้นมาว่าเนื้อที่ 3 ไร่ เยอะเกินไปในการดูแลบ้านเล็กๆ ของเรา ทำให้ไม่มีสังคมอยู่ในนั้นเลย เพื่อนบ้านเราจะเป็นใคร และอยากใช้ชีวิตที่เป็นไลฟ์สไตล์ในยุค 20-30 ปี ด้วยความที่เราเรียนสถาปัตย์ ทำไมเราไม่ทำสังคมดีๆ เล็กๆ เหมือนเป็นญาติที่มีครอบครัวใหญ่ๆ และมีบ้านหลังเล็กๆ และคิดว่าจะทำยังไงให้โครงการของเราสวยงามน่าอยู่เหมือนสมัยก่อน คือรั้วไม่มีแล้วใช้ต้นไม้แทน ด้วยความที่เป็นสถาปนิกจึงได้สร้างโครงการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเองขึ้นมา 

ปักหมุดธุรกิจสังหาฯ โครงการ “แอทอิน”

เริ่มจาก โครงการแอทอินวิลเลจ 1 ขัวมุง สารภี ในปี 2559 เริ่มการวางผังออกแบบโครงการจะสร้างเสร็จพร้อมอยู่ และยังสามารถสรรค์สร้างตามใจลูกค้าได้โดยยังคงคอนเซ็ปของโครงการ ซึ่งมีบ้านของตนเองและมีเพื่อนบ้านที่กำหนดขึ้นเองได้ คือเราจะสร้างดีไซน์ขึ้นมาก่อน เป็นการกำหนดอายุคนที่จะมาเลือกบ้านเราว่าเป็นช่วงอายุไหน ส่วนงานขายก็ขายเองด้วย ซึ่งทำให้ได้เลือกลูกค้าที่อยู่กับเรา ส่วนใหญ่เป็นคนไทย อายุประมาณ 25-45 ปี เป็นวัยที่คุยกันรู้เรื่องภาษาเดียวกัน ขายโครงการตามเอกลักษณ์ของแต่ละหลัง ด้วยทำเลพื้นที่สารภีติดริมปิง ต้นไม้ล้อมรอบ ดีไซน์บ้านเป็นแบบมินิมอลเป็นบ้านแบบมีพื้นที่ใช้สอย ฟังชั่นครบ ทำความสะอาดง่าย สไตล์บ้านเสมือนมีกลิ่นไออยู่เมืองนอก แต่สภาพแวดล้อมก็คือเมืองไทย

เมื่อโครงการ 1 เสร็จแล้ว ก็เริ่มหาซื้อที่ดินไว้ก่อน ด้วยความที่เราเป็นผู้รับเหมาทำบ้านเป็นหลังๆ เราจึงไปเจอบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่น เช่น มีเสียงนกเสียงไม้ เป็นบ้านที่ไม่ติดเมือง ชอบในบรรยากาศ จึงเกิดโครงการแอทอินวิลเลจ 2 น้ำแพร่ ลักษณะอารมณ์คล้ายอยู่เมืองนอก ซึ่งเป็นโซนที่ชาวต่างชาติชอบ ต้องวิเคราะห์ลูกค้าและสถานที่ส่วนมากเป็นคนไทยที่ชอบความเป็นส่วนตัว ส่วนชาวต่างชาติ เช่น ยุโรป จีน ก็มีเข้ามาชมบ้าง โครงการแอทอินวิลเลจ 2 น้ำแพร่ ได้นำระบบการทำงาน ระบบแผนงาน ระบบการใช้วัสดุ การใช้คน และกระบวนการทำงานเข้ามาใช้ เพื่อให้ลูกค้าซื้อในคุณภาพที่ดี คือ เจ้าของโครงการอยู่ได้ ลูกค้าที่ซื้อก็ได้แพ็กเกจที่ดีด้วย


อ่านบทความ : "แอทอินวิลเลจ 2" บ้านเดี่ยวดีไซน์สวย พร้อมสวนสไตล์อังกฤษ

 

วางอนาคตขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมแตกไลน์นำเข้าวัสดุก่อสร้าง

โปรเจกต์ต่อไปเป็นโครงการ 3 จำนวนบ้านที่ไม่เกิน 9 ยูนิต อยู่ในบรรยากาศบ้านชานเมือง ที่บริเวณน้ำแพร่ ลักษณะบ้านเป็นสไตล์โมเดิร์น เป็นบ้านกล่องและออกแบบเพื่อตอนแก่ ส่วนโครงการที่ 4 วางไว้เป็นแบบวิลล่า บ้านพร้อมสระว่ายน้ำ โซนสันป่าตอง เป็นบ้านหลังเดียว แนวฝรั่งเศส กลุ่มของลูกค้าเป็นลูกค้าที่อยากเกษียณอายุ เป็นวัยรุ่นที่ชอบความเป็นส่วนตัว แต่ต้องมีเพื่อนบ้านที่ดูแลกันได้ ฝากบ้านได้เหมือนคนเหนือ ในระยะยาวตั้งใจว่าจะสร้างโครงการต่อไปเรื่อยๆ นอกจากนั้นแต่ละโครงการจะมีซินแสมาดูหลักฮวงจุ้ยทุกโครงการด้วย

อีกทั้งยังมีโครงการนำสินค้าหรือวัสดุเกี่ยวกับงานก่อสร้างที่นำเข้ามาผลิตเอง โดยสามารถนำมาใช้ในงานก่อสร้างที่เราสามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าแต่ละชิ้นเองได้ เพราะเราได้เลือกวัตถุดิบในการผลิตเองเพื่อโครงการของเราเองโดยเฉพาะทำให้โครงการของเรามีเอกลักษณ์มากขึ้น ซึ่งลูกค้าแต่ละคนมีความฝันต่างกัน เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์กับลูกค้าได้มากขึ้น หากเป็นไปตามแผนคาดว่าอีกประมาณ 5 ปี ก็จะผันตัวเองเป็นที่ปรึกษา ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้น้องๆ หรือลูกเราเอง ได้ขึ้นมาเหมือนที่เรายืนอยู่ตรงจุดนี้ เพราะมีความเชื่อว่า ณ จุดหนึ่งเราก็ต้องแบ่งผลกำไรคืนกับไปให้กับลูกน้อง เสมือนกับเขาเป็นเจ้าของบริษัท

เข้าใจเขา เข้าใจเรา ช่วยให้การทำงานบรรลุผล

หลักการในการทำงานต้องมีความเข้าใจ เราต้องมีความเข้าใจในคนอื่นมิใช่เอาเราเป็นที่ตั้งอย่างเดียว เราใช่ชีวิตแบบครอบครัว ถ้าเขาเข้าใจเราเขาจะอยู่กับเราได้ แต่ถ้าเขาไม่เข้าใจเราเขาก็จะไปจากเราเอง เราก็ต้องหาผลประโยชน์ให้เขาพัฒนาตัวเองได้เพิ่มขึ้น เก่งขึ้น ส่วนชีวิตยามว่าง วันเสาร์-อาทิตย์ก็จะอยู่กับลูก ใช้ชีวิตครอบครัวไปกับลูก พาลูกไปเที่ยว ทานขนม และไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่จะไปปีละ 2 ครั้ง แบบแบ็คแพค ซึ่งชอบความเป็นธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ซึ่งคนญี่ปุ่นคิดทุกกระบวนการความละเอียดในการใช้ชีวิตเราก็นำมาปรับใช้ในชีวิต ปีหน้าก็จะไปยุโรปเพื่อไปดูไลฟ์สไตล์ว่าเป็นอย่างไร พาลูกไปด้วยเพื่อไปซึมซับวัฒนธรรม

 

หลายเรื่องราวที่ได้พูดคุยกับคุณนุ่น “จุฬาภรณ์ มณีวรรณ์” แม้จะไม่สามารถถ่ายทอด อารมณ์ความรู้สึกผ่านตัวหนังสือได้ทั้งหมด แต่ก็สัมผัสได้ว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการ อสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนการทำงานด้วยความรักจากหัวใจอย่างแท้จริง...