ขอเลื่อนคุมสินเชื่อหวั่นกระทบโอนคอนโด 3 แสนล้าน

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

หวั่นมาตรการคุมสินเชื่อกระทบโอนคอนโด 3 แสนล้าน ภาคอสังหาฯเสนอธปท.เลื่อนใช้ คุมบ้านหลังที่ 3 ขึ้นไป

นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า แนวนโยบายในการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้ผู้ที่จะโอนคอนโดมิเนียมที่เป็นสัญญาที่ 2 และคอนโดมิเนียมที่ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป หลังประกาศใช้มาตรการนี้ในวันที่ 1 มกราคม 2562 จะต้องหาเงินมาจ่ายเพิ่มอีก 10% เช่น ซื้อคอนโดราคา 1 ล้านบาท จะต้องหาเงินมาโปะอีก 1 แสนบาท ซึ่งจะเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นของคนในระดับกลางที่ต้องการซื่อคอนโดในเมือง เป็นบ้านหลังที่สองไว้อยู่อาศัยจริง และนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวในสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์เป็นการความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดทุน อาจจะมีปัญหาในการโอนได้

ทั้งนี้ สมาคมอาคารชุดจึงเสนอ 5 มาตรการ อาทิ 1.เข้มงวดกับธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อภายเงื่อนไขสัดส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) แบบเดิม 2.หากต้องปรับลด LTV ควรดำเนินการเป็นขั้นบันได ให้ผู้ซื้อได้รับรู้มาตรการล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยหรือตลาดกลางล่าง เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะซื้อที่อยู่อาศัยหรือไม่หากมีเงื่อนไขใหม่ เพราะการสร้างที่อยู่อาศัย จึงขอเวลา 1-1ปีครึ่ง เพื่อปรับตัว  

3.หากต้องลดวงเงินให้สินเชื่อ สำหรับสินเชื่อสัญญาที่ 2 ขอให้เว้นมาตรการกับอสังหาฯในเขตกรุงเทพฯเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) หรือพิจารณาเป็นรายพื้นที่ 4.ปรับลดวงเเงินให้สินเชื่อในสัญญาที่ 3 พิจารณาเฉพาะผู้ที่มีหนี้สินเชื่อบ้านอยู่ 5.ผู้ที่ซื้อบ้านหลังที่ 2-3 ยังคงใช้เกณฑ์เดิม ณ วันทำสัญญาซื้อที่อยู่อาศัย 

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ธปท.ควรระบุคำจำกัดความของบ้านหลังที่สองให้ชัดเจน กล่าวว่าคือ 1.ควรเป็นกรณีที่ผู้ซื้อมีสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกับสถาบันการเงินอยู่ ในขณะปัจจุบันอยู่แล้ว 1 สัญญา และต้องการจะขอกู้เพิ่มอีก 1 สัญญาสินเชื่อเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับความหมายที่เคยถูกใช้เรียกคำว่า บ้านหลังที่สอง ที่หมายถึงผู้ซื้อมีกรรมสิทธิ์ในบ้านหลังที่หนึ่ง ไม่ว่าจะปลอดภาระสินเชื่อหรือไม่ก็ตาม 

2.ต้องสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน กรณีที่สัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ในปัจจุบันมีผู้กู้ร่วมอยู่มากกว่า 1 คน ผู้กู้ร่วมหรือผู้ค้ำประกันคนที่ 2 หรือคนถัดไปจะถูกนับว่าเป็นผู้กู้ในสัญญาแรก และเสียโอกาสในการทำสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อซื้อเป็นของตนเองโดยถูกนับเป็นสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อซื้อเป็นของตนเองโดยถูกนับเป็นสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลังที่สองหรือไม่

3. เสนอให้ใช้มาตรการกับสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในบ้านหลังที่ 3  เนื่องจาก ผู้ซื้อเดิมมีบ้านซึ่งยังผ่อนอยู่แต่อยู่ชานเมือง เมื่อมีการสร้างรถไฟฟ้าและมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้รถไฟฟ้าหรือใกล้ที่ทำงานหรือสถานศึกษาของลูกหลาน ก็ต้องการซื้อเพื่อความสะดวกในการมาทำงานหรือส่งบุตรหลาน   

นอกจากนี้ต้องการขยายระยะเวลาการใช้มาตรการออกไปอย่างน้อยควรจะเริ่ม 1 ก.ค. 2562 เพื่อให้มีเวลาตั้งตัว เนื่องจากประชาชนต้องเดือดร้อนจากสัญญากู้หลังที่ 2 ที่จะได้รับผลกระทบกับตลาดคอนโดฯที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า  3 แสนล้านบาท หากจะเริ่มบังคับใช้มาตรการดังกล่าวในวันที่ 1 ม.ค. 2562  

ทั้งนี้จากข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบันตัวเลขการเปิดตัวอาคารชุดจริงๆแล้วแนวโน้มตัวเลขไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง บางปีมีจำนวนลดลง อย่างปี 2560 ที่เพิ่มขึ้นแต่กกลับไปอยู่ในสถานะที่เคยเป็นประมาณ 6.4 หมื่นหน่วย และในปีนี้อาจจะใกล้เคียงกับของเดิมหรืออาจจะปรับลดลงเล็กน้อย ซึ่งอุปทานใหม่ที่เข้าไปสู่อาคารชุดจึงไม่ได้น่ากลัว สำหรับบ้านจัดสรรจะเห็นได้ชัดเจนว่าโครงการบ้านจัดสรร เปิดตัวต่อปีเฉลี่ยกว่า 4.2-4.5  หมื่นหน่วย และบางปีมีแนวโน้มที่จะลดลง 

ส่วนการโอนต้องเข้าใจว่าโครงการแนวสูงคิดการนำของที่ขายไปแล้วเมื่อประมาณ 2 ปี มาโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้ ฉะนั้นไม่ใช่การขายใหม่ในปีนี้ทั้งหมด ส่วนโครงการแนวราบสถานะตลาดดีขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนมานิยมซื้อทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้น ส่วนตัวเลขสร้างเสร็จจดทะเบียนตัวเลขแนวราบเพิ่มขึ้น ขณะที่แนวสูงโดยเฉลี่ยลดลง ซึ่งฟองสบู่กับโอเวอร์ซัพพลายไม่มีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

Baania มี Line แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร