เลือกกระจกที่ใช่ได้ง่าย ๆ ก่อนนำมาแต่งบ้าน

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

การใช้กระจกมาตกแต่งบ้านหรืออาคารนั้น ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากกระจกถูกพัฒนาไปไกลเกินกว่าคำว่า “เปราะบาง แตกหักง่ายไปแล้ว” แต่การเลือกกระจกเพื่อมาตกแต่งบ้านนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ รูปแบบของบ้าน ทิศทางการรับแดด การถ่ายเทของอากาศ เป็นต้น ซึ่งในบทความนี้จะมาแนะนำถึงวิธีการเลือกกระจกที่ใช่ก่อนนำมาแต่งบ้าน

1. ชนิดกระจก

กระจก มีหลากหลายประเภท หลากหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไปตามลักษณะการใช้งาน จึงควรทำความรู้จักกระจกประเภทต่าง ๆ ก่อนที่จะเลือกใช้งานตามความเหมาะสมต่อไป

  • กระจกแผ่น เป็นกระจกทั่วไปที่เรามักพบเห็นกัน ไม่มีความทนทาน แตกง่าย นิยมนำไปใช้ทำกระจกเงาหรือกรอบรูป
  • กระจกโฟลต เป็นกระจกผิวเรียบ มีความโปร่งแสง มีความแข็งแรงกว่ากระจกเรียบ เหมาะสำหรับทำตู้โชว์กระจก
  • กระจกกึ่งนิรภัย คือกระจกโฟลตที่ผ่านกระบวนการอบความร้อนมาแล้ว ทำให้มีความแข็งแรงกว่ากระจกโฟลตประมาณ 3 เท่า เวลาแตกจะไม่กระจายออก นิยมใช้กับงานตกแต่งภายนอกอาคาร
  • กระจกนิรภัยเทมเปอร์ เป็นกระจกโฟลตที่นำมาผ่านกระบวนการอบให้ร้อนแล้วทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าถึง 10 เท่า เมื่อแตกจะมีลักษณะเป็นเม็ดข้าวโพด นิยมนำไปทำประตูกระจก ผนังกั้นต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกอาคารในส่วนที่เสี่ยงต่อการถูกกระแทก
  • กระจกสะท้อนแสง เป็นการนำกระจกโฟลตไปเคลือบออกไซด์ ทำให้มีความมันวาวมากขึ้น โดยกระจกสะท้อนแสง นิยมนำมาใช้กับผนังภายนอกอาคารเพื่อลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
  • กระจกฉนวนความร้อน กระจกกันความร้อนคือกระจกตั้งแต่ 2 แผ่นขึ้นไปมาประกบกัน โดยที่ภายในบรรจุด้วยสารที่สามารถสะท้อนความร้อนออกไปได้มากกว่าถึง 90%
  • กระจกนิรภัยหลายชั้น คือกระจกที่มากกว่า 2 แผ่นขึ้นไปมาประกบกันด้วยสาร PVB ข้อพิเศษของกระจกประเภทนี้คือ สามารถใช้กระจกหลากหลายประเภทมาประกบกันเพื่อให้เกิดคุณสมบัติต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น กระจกประเภทนี้นิยมใช้เป็นผนังภายนอกอาคารสูง ราวกันตก

ชนิดกระจก

2. แต่งบ้านด้วยกระจก

การแต่งบ้านด้วยกระจกนั้นนอกจากจะเป็นการออกแบบที่ดูทันสมัยแล้ว กระจกยังช่วยสร้างความรู้สึกให้บ้านดูกว้าง โปร่งสบาย และมีมิติเพิ่มมากขึ้น แต่การแต่งบ้านด้วยกระจกนั้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงแต่แรกคือขนาดของพื้นที่และขนาดของกระจก เจ้าของบ้านต้องรู้ว่ามุมใดของบ้านที่อยากติดกระจก เพราะจะทำให้ซื้อกระจกมาตกแต่งได้ตรงกับความต้องการนั่นเอง

นอกจากเรื่องขนาดแล้ว รูปทรงของกระจกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่ารูปทรงของกระจกนั้นต้องไปในทิศทางเดียวกับการแต่งบ้านโดยรวม ซึ่งการแต่งบ้านส่วนใหญ่นิยมใช้กระจกทรงกลม กระจกสี่เหลี่ยม แต่การใช้กระจกทรงอื่น ๆ ตามจินตนาการของเจ้าของบ้านก็ไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใด

แต่งบ้านด้วยกระจก

3. เหมาะกับบ้าน

ส่วนมากการออกแบบและเลือกกระจกหน้าต่างนั้นจะเสร็จสิ้นตั้งแต่ขั้นตอนของการออกแบบ เพราะว่าสถาปนิกหรือวิศวกรได้มีการปรึกษาความต้องการกับเจ้าของบ้านแล้วว่า รูปแบบบ้านที่ต้องการนั้นเหมาะสมกับการใช้กระจกประเภทไหน ทั้งในเรื่องของความสวยงามลงตัวรวมถึงความปลอดภัยในการใช้งาน

หากเจ้าของบ้านต้องการเปลี่ยนกระจกหน้าต่างใหม่แทนของเดิม ควรคำนึงถึงเรื่องของความปลอดภัยในการใช้งานเป็นหลัก เพราะหากเลือกใช้กระจกแตกง่ายขึ้นมาจะทำให้เกิดอันตรายได้ 

ดังนั้นการเลือกกระจกหน้าต่างควรเลือกใช้กระจกนิรภัยเทมเปอร์เป็นมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นกระจกบานยาวที่ต้องการโชว์ความโปร่งก็อาจจะเลือกใช้กระจกนิรภัยหลายชั้นหรือกระจกฉนวนกันความร้อน เป็นต้น

เหมาะกับบ้าน

4. ฮวงจุ้ย

ศาสตร์ฮวงจุ้ยที่มีมายาวนานกว่า 4,000 ปีนั้นเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านหลายคนเชื่อมั่นและศรัทธา ซึ่งการวางกระจกในบริเวณต่าง ๆ ของบ้านให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้ ถึงแม้ว่าหลาย ๆ คนอาจจะไม่ให้น้ำหนักเรื่องของฮวงจุ้ยมากกว่าความสะดวกในการตกแต่งบ้าน หรือความชอบส่วนตัว แต่การรู้วิธีวางกระจกตามหลักฮวงจุ้ยก็สามารถนำไปปรับเข้ากับรสนิยมส่วนตัวได้

 มีหลักการวางกระจกตามหลักฮวงจุ้ยมาฝากกัน เช่น

  • การไม่ตั้งกระจกสองบานประจันหน้ากัน เพราะจะเป็นการสะท้อนพลังไปมา ทำให้บ้านวุ่นวาย 
  • การวางกระจกไว้หน้าบันไดถือว่าเป็นพื้นที่หลัก ทำให้กระจกสามารถสะท้อนพลังดี ๆ เข้ามาในตัวบ้านได้
  • การติดกระจกในห้องนั่งเล่นไม่ควรติดไว้ต่ำ จนสะท้อนมากเกินไปเพราะจะทำให้อึดอัด การติดกระจกประดับในห้องนั่งเล่นต้องติดให้สูง
  • การติดกระจกในห้องอาหารนั้นจำเป็นต้องมี อาจจะเป็นกระจกบานใหญ่ที่ผนังฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เพราะตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่ากระจกในห้องกินข้าวจะช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จและความอุดมสมบูรณ์ 
  • การติดกระจกในห้องน้ำ ไม่ควรติดตรงกับประตู หรือชักโครกเพราะจะเป็นการสะท้อนพลังไม่ดีเข้ามาหาตัวเอง รวมไปถึงคนในบ้านอีกด้วย

ฮวงจุ้ย

5. เลือกกระจกเงา

กระจกเงา คือกระจกที่สะท้อนภาพต่าง ๆ ออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งการสะท้อนนั้นเกิดขึ้นจากการฉาบผิวด้านหนึ่งด้วยโลหะเงิน แล้วเคลือบทับอีกครั้งนั่นเอง ส่วนการเลือกกระจกเงาที่ดีนั้นมีหลักการเลือกง่าย ๆ คือ ถ้าเลือกแค่ตัวกระจกควรเลือกกระจกเงาที่มีความหนามากกว่า 6 มิลลิเมตรขึ้นไป เพื่อที่จะให้ได้ภาพสะท้อนเหมือนจริงที่สุด ไม่หลอกตา
แต่ปัจจัยในการเลือกกระจกเงานั้นมีมากกว่าแค่คุณภาพแต่ยังต้องคำนึงถึงการนำมาใช้งานด้วย เช่น หากเลือกมาใช้แต่งหน้า กระจกเงาทรงกลมนั้นเหมาะที่สุด เพราะทำให้เห็นหน้าได้ชัดมากที่สุด นอกจากนั้นวัสดุที่นำมาทำของกระจกต้องมีความแข็งแรง สวยงามตามรูปแบบการใช้งานและความต้องการของเจ้าของอีกด้วย  

เลือกกระจกเงา

6. วิธีดูแล

“อยากให้กระจกใสก็ต้องขยันเช็ด” คำพูดนี้อาจจะถูกต้องเพียงครึ่งเดียวหากเช็ดกระจกอย่างไม่ถูกวิธี เพราะการดูแลกระจกให้ใสนั้นมีมากกว่าการนำผ้าชุบน้ำมาเช็ด แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้ง เพราะอาจทำให้เกิดริ้วรอยบนกระจกได้ การดูแลกระจกให้ใสสะอาดนั้น ควรใส่ใจและทำด้วยความระมัดระวัง

ขั้นตอนการดูแลกระจกให้ใสนั้นเริ่มจากการนำผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม ไม่มีเศษสิ่งสกปรกใด ๆ เพื่อไม่ให้กระจกเป็นรอย เช็ดเบา ๆ เพื่อเป็นการกำจัดฝุ่นก่อน จากนั้นใช้นำยาทำความสะอาดกระจกมาฉีดพ่นลงไปบนกระจกให้ทั่วแล้วค่อยเช็ดออกให้แห้งด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ถ้าเป็นกระจกหน้าต่างที่ต้องเช็ดสองด้านควรเช็ดด้านหนึ่งตามยาว ส่วนอีกด้านให้เช็ดตามขวาง การทำแบบนี้จะช่วยให้รอยสกปรกได้ชัดเจนขึ้น

ส่วนน้ำยาทำความสะอาดกระจกนั้นควรหลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียหรือมีน้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด เพราะสารเหล่านั้นมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนสูง อาจทำให้กระจกเป็นรอยได้ รวมไปถึงเมื่อกระจกมีคราบกาวติด ห้ามนำของแข็งหรือของมีคมไปขูดออกเด็ดขาด เพราะอาจทำให้กระจกเกิดความเสียหายเพิ่มมากขึ้น ควรจัดการโดยใช้น้ำยาขจัดคราบกาวโดยเฉพาะ

วิธีดูแล

จะเห็นได้ว่าการนำกระจกมาใช้แต่งบ้านนั้นสามารถทำได้ในหลากหลายรูปแบบและใช้กระจกได้หลากหลายประเภท แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกใช้กระจกให้ถูกประเภท ไม่ใช่เอากระจกสำหรับตกแต่งภายในไปใช้ภายนอก อย่างนี้ก็ไม่ถูกต้อง หรือถ้ามีความเชื่อในเรื่องของฮวงจุ้ยก็ต้องใส่ใจกับการนำกระจกไปแขวนตามที่ต่าง ๆ ของบ้าน

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร