SAM กับแผนบริหารหนี้หมื่นล้านปี 2562

24/2/2019
Share
x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

นายนิยต มาศะวิสุทธิ์ ผู้บริหารสูงสุด บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า ในปี 2562 เป็นปีที่ท้าทาย คิดว่าทุกคนในองค์กรพร้อมรับความท้าทายนี้ และลุยไปข้างหน้าพร้อมกันทั้งบริษัท

การทำงานในช่วงปีที่ผ่านมา ทุ่มไปกับการเปลี่ยนทรัพย์สินด้อยคุณภาพเป็นเงินสด และซื้อหนี้เพื่อให้ทุกๆปี ภาพรวมของแอสเส็ทมีการเติบโต

ภารกิจซื้อเข้ามาเพิ่มเพื่อขยายพอร์ตในปี 2561 ด้วยการ Bidding จาก 15 สถาบันการเงิน แยกได้เป็น กลุ่มเอสเอ็มอี มาที่สุด 58% กลุ่มคอร์ปอเรท 26% และ เฮ้าส์ซิ่ง 16%

ส่งผลให้มียอดชำระเงินสด 11,422 ล้านบาท จากการบริหารสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ประมาณ 7,000 ล้านบาทในสัดส่วน  62% จากพอร์ตทั้งหมด 

อีกส่วนมาจากการจำหน่ายทรัพย์สินรอการขาย (NPA)กว่า 4,000 ล้านบาท คิดเป็น 38%    

นอกจากนี้ยังมีการซื้อสินทรัพย์ NPL เพิ่มเติมเข้ามาอีกเป็นจำนวน 10,000 ล้านบาท

จากผลงานที่ทำไว้ในปี 2561 ถึงปีนี้ผู้บริหาร SAM กล่าวว่า  กลยุทธ์ปี 2562  สิ่งที่ยังต้องโฟกัสอยู่ที่ “เงินสดรับ”  ซึ่งตั้งเป้าว่าจะทำได้ที่  11,600 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อจากกลุ่มองค์กร และเอสเอ็มอี เป็นหลัก

เป้าหมายที่ขยายในปี 2562 เกิดจากหลายปัจจัยสนับสนุน

เริ่มจากการปรับกระบวนการทำงานของกรมบังคับคดี โดยเฉพาะขั้นตอนการขายทอดตลาด เช่น ห้ามค้านราคา ซึ่งก็ทำให้การขายทรัพย์สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น นั่นก็ทำให้ SAM ได้รับงินเข้ามาได้เร็วขึ้นด้วย

การได้รับผลดีจากนโยบายรัฐที่ขยายการลงทุนไปอีอีซี ทำให้ทรัพย์ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ต้องการและขายได้ดีขึ้น จากเดิม ทรัพย์ในระยองที่เคยค้างเป็นสิบปีที่ผ่านมาขายได้หมดด้วยศักยภาพและโอกาสการลงทุนที่เกิดขึ้น

“ที่น่าสนใจคือ สินทรัพย์ ที่ดินเปล่า มีสภาพคล่องดีขึ้น แต่ถ้ารวมๆ บ้านเดี่ยว ทาวเฮ้าส์ และคอนโด ยังมีสัดส่วนสูงในพอร์ต ซึ่งก็เป็นความท้าทายของทีมขายที่ต้องหาวิธีทำให้ได้ แต่ผมยังเชื่อว่าดีมานด์ของบ้านยังมีอยู่ คอนโดบางทำเลอาจจะเกินไปแล้ว”

เอ็นพีแอล ส่วนหนึ่งที่เราดำเนินการ คลินิกแก้หนี้ ที่มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ใหม่  เดิมเป็นลูกค้าเอ็นพีแอลก่อน เมษายน 2561 ขยับมาเป็นก่อนมกราคม 2562 ซึ่งก็ช่วยให้ลูกค้าที่อยากเข้าโครงการทำได้อีก

นอกจากนี้ ในอนาคตจะมีเรื่องแก้ไขกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันกระบวนการพิจารณาเสร็จแล้ว รอประกาศให้มีผล ถ้ากฎหมายแก้ เนื้อเรื่องสำคัญสองเรื่อง อาทิ การให้กลุ่มนอนแบงก์ เช่น อิออน เคทีซี บัตรกรุงศรี เข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ เชื่อว่าปริมาณลูกค้าจะมีเยอะขึ้น ซึ่งก็สอดคล้องกับวัตถุประสงค์คลินิกแก้หนี้

“ตอนนี้กำลังคุยกับกลุ่มนอนแบงก์ ถ้ากฎหมายประกาศจะรีบประชาสัมพันธ์ เชื่อว่าจะช่วยเหลือคนไทย เพราะวันนี้ทุกคนเป็นหนี้กันหมด เพราะเป้าหมายของโครงการนี้คือช่วยให้ประชาชนแก้ไขปัญหาได้”

โครงการคลินิกแก้หนี้ ในปี 2561 มีผู้สมัครเข้าโครงการ 9,800 ราย  โดยยอดรวมผู้ผ่านคุณสมบัติและลงนามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้วจำนวน 1,087 ราย 

ปัจจุบันมีลูกหนี้ที่ยังผ่อนชำระอยู่กับโครงการเกือบ 1,000 ราย ภาระหนี้รวมทั้งสิ้น 270 ล้านบาท

 สำหรับการทำงานของทีมขายที่ต้องเป็นในเชิงรุกมากขึ้น ทำได้ในหลายแนวทาง เช่น เปิดทำงานวันเสาร์เพื่อเพิ่มความสะดวกในการติดต่อ การประสานเครดิตบูโร ช่วยอำนวยความสะดวก ขอข้อมูลผ่านแอพได้ ส่งตรงมาที่เรา

การเพิ่มพอร์ต วันนี้มีเอเอ็มซี เกิดใหม่เยอะ การแข่งขันก็สูง เรามีประสบการณ์บริหารหนี้มายี่สิบปี นำมาสู่การวิเคราะห์ราคา ถ้าลูกค้าคาแรคเตอร์อย่างนี้ โอกาสปรับหนี้เป็นเท่าไหร่ ซึ่งถึงวันนี้ SAM ทำการวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น และดูรีเทิร์นไปพร้อมกัน

“ผมพยายามหาช่องทางอื่นในการดูแลลูกค้า การตั้งสาขา ความคุ้มค่าอาจจะไม่พอ ก็ต้องหาช่องทางอื่นๆ ดึงเอาเทคโนโลยีมาใช้ การสร้างโมบายล์ทีม ลงไปดูแลลูกค้าเป็นต้น ที่สุดแล้วให้ลูกค้ารับรู้ว่าเราเป็นที่พึ่งแก้ไขปัญหาได้ตลอดเวลา”

ถึงวันนี้ ด้วยขนาดของแอสเส็ท SAM อยู่ในอันดับสองของตลาด และด้วยภาพรวมการแข่งขันในปีนี้เชื่อว่า ราคาทรัพย์ที่ซื้อต้องสูงกว่าในอดีตแน่นอน ขึ้นอยู่กับแต่ละรายจะก็มีวิธีในการบริหารจัดการ ทำอย่างไรให้ซื้อมาแล้วได้ผลตอบแทนที่เหมาะสม ช่วยลูกค้าได้เร็วขึ้น

ขณะที่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แม้จะเป็นเรื่องที่ดี แต่อาจมีปัญหากับกลุ่มที่ดินว่างเปล่า คนที่จะตัดสินใจซื้อที่ดินวันนี้ต้องมั่นใจว่าจะใช้ประโยชน์ได้จริง เพราะเก็บที่ดินเปล่าเอาไว้  ภาษีสูง อาจจะเกิดความไม่คุ้มค่า

และแน่นอนว่าคนที่ถือที่ดินเปล่าเอาไว้เป็นจำนวนมากก็อาจปล่อยออกมา เพราะไม่อยากเสียภาษี ทำให้ซัพพลายในตลาดอาจเยอะขึ้นได้

ในภาพรวม SAM มีเป้าหมายเก็บเงินสดรับที่ 11,600 ล้านบาท และเพิ่มขนาดพอร์ตสินทรัพย์เพิ่มเติมด้วยการเข้าประมูลซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากธนาคารพาณิชย์ตามแผนระยะยาวที่ตั้งไว้ให้ได้ตามเป้าหมายที่  16,500 ล้านบาท 

ด้านสินทรัพย์ NPL คงเหลือมูลค่ารวม 335,000 ล้านบาท แบ่งเป็นลูกหนี้รายใหญ่ 66%  เอสเอ็มอี 30%   และรายย่อย 4  % 

ส่วนทรัพย์สินNPA คงเหลือจำนวน  3,700 รายการ มูลค่ารวม  21,000 ล้านบาท  แบ่งเป็นทรัพย์รายใหญ่มูลค่ามากกว่า 20 ล้าน คิดเป็น 5%   ที่เหลือเป็นทรัพย์มูลค่าต่ำกว่า 20 ล้าน คิดเป็น 95%  และอีก 50 % เป็นทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย 

โดยการทำตลาดเพื่อเข้าถึงลูกค้ารายย่อย ดำเนินการผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดงานประมูลทรัพย์ NPA จำนวน 9 ครั้ง การเข้าร่วมงานมหกรรมกับหน่วยงานพันธมิตร  จำนวน 5 ครั้ง การเปิดบูธ “ทรัพย์มือสองต้อง SAM”  จำนวน 6 ครั้ง รวมทั้งการจัดโปรโมชั่น “SAM อีซี่ โปร”  ฟรีค่าโอน 1% พร้อมอีก 2 โปรโมชั่นยอดนิยม ทั้ง “SAM จัดให้” และ “SAM Light ผ่อนสบายๆ 0%”  และอื่นๆ   คาดว่าจะกระตุ้นยอดขาย NPA ได้ถึงสิ้นปี

รวมทั้งจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ   อาทิ กิจกรรมลดหนี้มีสุข กิจกรรมเปิดบ้านทำงานวันหยุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเข้ามาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้นอกวันทำการ กิจกรรมสัญจร  (Mobile Branch) เพื่อเดินทางไปพบลูกค้าและให้บริการในพื้นที่อย่างทั่วถึง

 

24/2/2019
Share

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร