Noble ส่ง NUE ชิงกำลังซื้อคอนโด 2-3 ล้าน

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ตลาดที่อยู่อาศัยในกลุ่ม Mid to  High เกาะทำเลกลางเมือง เป็นเซ็กเม้นท์ที่โนเบิล เชี่ยวชาญและสร้างยอดขายมาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อทิศทางตลาดเปลี่ยน กำลังซื้อถอยลง การพัฒนาแบรนด์ใหม่ที่คล่องตัวกว่าและประเมินแล้วว่าสามารถสร้างโอกาสได้มากกว่านำมาซึ่งการเปิดตัว NUE         

กลยุทธ์ Mid to High สู่ Mass

หากวิเคราะห์จากดีมานด์และซัพพลายในตลาดพบว่า โปรดักท์ในกลุ่ม Mid to High ที่เจาะกลุ่มกำลังซื้อในเมืองยังคงเป็นโปรดักท์ยืนหนึ่งในช่วงที่ผ่านมา โดยแบรนด์โนเบิล มีสัดส่วนการขายอยู่ที่ 89% ,  NUE มีสีดส่วนที่ 11% ในปี 2562 จากนั้น NUE ขยับมาเป็น 22% และเตรียมปรับเพิ่มเป็น 50% เทียบเท่าแบรนด์โนเบิลที่ 50% ภายในปี 2563

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ธีรพล วรนิธิพงศ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ ตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลาง และระดับบน ที่มีราคาตั้งแต่5 ล้านบาทขึ้นไปยอดขายชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากโควิด ทำให้โนเบิล เริ่มหันมาขยายฐานตลาดคอนโดระดับกลาง- ล่าง ระดับราคา2-3 ล้านบาทมากขึ้นเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ “นิว” (NUE)

“ก่อนหน้านี้ได้ทดลองทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งมาจากข้อจำกัดในเรื่องราคาที่ดินที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาคอนโดสูงเกินกำลังซื้อของลูกค้าส่วนใหญ่ การขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ในระดับราคาลดลงช่วยให้เราสร้างโปรดักท์ที่คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น”

เจาะพฤติกรรมซื้อคอนโด 2-3 ล้าน

ไม่ว่าจะเป็นช่วงก่อนโควิด-19 หรือ ในช่วงที่เกิดสถานการณ์ระบาด ธีรพล กล่าวว่าพฤติกรรมการเลือกและตัดสินใจซื้อคอนโดยังไม่ค่อยแตกต่าง

คอนโดราคาแพงขึ้นมาหน่อยในเมือง ส่วนใหญ่คนที่สนใจจะแวะเวียนเข้ามาดูกันหลายรอบก่อนจะตัดสินใจซื้อ เมื่อเทียบกับคอนโดที่ราคาปรับลงมาหน่อยแต่อยู่ทำเลรอบนอกออกไปจะพบว่า เข้ามาดูห้องจริง หากสนใจจะตัดสินใจได้เลย

ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะคนซื้อคอนโดในเมืองจะมีด้วยกันสองกลุ่ม ได้แก่ ซื้อลงทุนที่เอาไปปล่อยเช่า บางคนซื้อเก็บไว้ให้ลูกหลาน  กับซื้อเพื่ออยู่เอง จึงมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ต้องนำมาพิจารณา ขณะที่คอนโดรอบนอกเมืองออกไปคนซื้อจะมีความต้องการอยู่อาศัยจริง หรือ Real Demand  ทำให้เมื่อชอบโปรดักท์และทำเลแล้วจะตัดสินใจได้ง่ายกว่า

การเลือกซื้อ นอกจากที่กล่าวมาแล้ว การตัดสินใจยังพิจารณาจากความคุ้นชินกับทำเลที่ตั้ง ความเป็นย่าน หรือ อยู่ใกล้กับครอบครัว โดยเป็นสัดส่วนที่น้อยมากที่คิดจะซื้อโครงการไกลจากแหล่งที่อยู่เดิม

3 โครงการเปิดใหม่ในชื่อ NUE

ในครึ่งหลังของปี 2563 โนเบิลเตรียมเปิดตัวคอนโดแบรนด์ “นิว” จำนวน 3 โครงการ

1.นิว โนเบิล งามวงศ์วาน มูลค่า 1,800 ล้านบาท ติดรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำตาล สถานีจุฬาเกษม เชื่อมต่อรถไฟฟ้า 5 สาย , 2.นิว โนเบิล รัชดา – ลาดพร้าว มูลค่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการแรกที่ร่วมมือกับ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ในกลุ่ม บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดยมีสัดส่วนการลงทุน 50:50 ที่ตั้งโครงการอยู่ติดรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน

3.นิว โนเบิล ไฟฉาย – วังหลัง คอนโดไฮไรซ์ มูลค่า 1,200 ล้านบาท ทำเลติดรถไฟฟ้าสถานีไฟฉาย รวมมูลค่าทั้ง 3 โครงการ5,000 ล้านบาท

ด้าน อรัฐ เศวตะทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากเปิดตัวนิว โนเบิล งามวงศ์วาน ราคาเริ่มต้น1.59 ล้านบาทต่อยูนิต ล่าสุด สามารถทำยอดขายกว่า 50% จากมูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาทจากกลุ่มลูกค้าภายในประเทศ และคาดว่าจะสร้างยอดขายจากลูกค้าต่างประเทศ 20% และจะสามารถทำยอดขายรวมได้ 70 % ส่วนโครงการนิว โนเบิล รัชดา – ลาดพร้าวราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาทต่อยูนิต และนิว โนเบิล ไฟฉาย – วังหลัง โดยคาดว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าเช่นกัน

แผนพัฒนาโครงการใหม่ปี 64

ในปี 2564 บริษัทเตรียมเปิดตัวคอนโดแบรนด์นิว อย่างน้อย 3 โครงการจากปัจจุบันที่มีที่ดินอยู่จำนวน 4 แปลงในทำเลที่ติดรถไฟฟ้าและจุดเชื่อมต่อ ซึ่งแต่ละโครงการใช้พื้นที่2-3ไร่ คาดว่าในปีหน้าสัดส่วนรายได้จากแบรนด์นิวเพิ่มขึ้น 50% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 22% ส่วนที่เหลือจะเป็นแบรนด์โนเบิล

 

สำหรับยอดขายที่จะเกิดขึ้นนั้น อรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท โนเบิล    ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างรายได้ทั้งปีได้มากกว่า 10,000 ล้านบาท จากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการที่สร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนมูลค่ากว่า 8,600 ล้านบาท และการขายยูนิตเพิ่มจากโครงการที่สร้างเสร็จอีกเพียง 1,400 ล้านบาท โดยที่บริษัทมียอดขายรอโอน (backlog) มากกว่า 15,000 ล้านที่จะทยอยรับรู้ภายใน 3 ปีข้างหน้า

จากนี้จะได้เห็น โนเบิล กับ การเดินทางไปพร้อมกันทั้งสองแบรนด์​ “NOBLE-NUE” ในสองตลาดหลัก Mid to High และ Mass แม้จะมีความท้าทายแต่ก็ทำให้โนเบิล สามารถขยายตลาดกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นกว่าเดิม

 

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร