Big Data ต่อยอดธุรกิจดิจิทัล SCG

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

SCG  บริษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจซีเมนต์ และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ปิโตรเคมี และแพคเกจจิ้ง กำลังอยู่ในวาระของ Digital Transformation องค์กร โดยส่วนหนึ่ง SCG พัฒนากันเองภายในองค์กร อีกส่วนหนึ่งใช้การเข้าไปร่วมลงทุน เพื่อให้ได้ Digital Technology ที่ต้องการผ่านการเลือกสรรของ AddVentures บริษัท Corporate Venture Capital ในเครือ SCG และหนึ่งในบริษัทที่ SCG ให้ความสนใจคือ Baania โดยได้เข้ามาเป็น 1 ใน 3 ผู้ร่วมทุนรายใหม่ของ Baania พร้อมกับ กรุงศรี ฟินโนเวต ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และปตท.   

อะไรที่ทำให้ SCG  สนใจ platfrom ที่เกี่ยวข้องกับ Real Estate Big Data และจะมีส่วนเชื่อมโยงไปที่ digital transformation และต่อยอดให้กับธุรกิจของ SCG  อย่างไร   ดร.จาซซัว  แพส  กรรมการผู้จัดการ  AddVentures by SCG เป็นผู้ไขคำตอบ พร้อมกับมุมมองการนำ digital technology มาใช้ในองค์กรและ real estate big data มีส่วนสำคัญอย่างไร ในงาน real estate big data เทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ทาง Baania จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ 


ดร.จาซซัว

ดร.จาซซัว มองว่า เรื่องของ digital technology จะเป็นสเต็ปที่ 3 ที่จะเข้าเสริม สเต็ปที่ 1 กับ 2 ซึ่งการสร้างธุรกิจใหม่ในสเต็ปแรกจะเป็นเรื่องของ jobs to be done คือเรื่องของ customer pain point, design thinking ต้องมาก่อน สเต็ปที่ 2 จะเป็นเรื่องของ business model เมื่อ drive 1 กับ 2 แล้ว ตัวเทคโนโลยีจะทำให้เจ๋งหรือไม่เจ๋ง ทำให้คนอยากใช้หรือไม่อยากใช้ ทำแล้วมันจะ efficient หรือไม่ efficient เพราะฉะนั้นเรื่องของ Digital Technology จะเป็นสเต็ปที่ 3 แต่เป็นตัวที่จะโชว์ว่า 'คุณป๋ามั๊ย'

ถ้ามองในมุม SCG  เราไม่ได้มองแค่ฝั่งที่เป็นเรื่องของ big data  อย่างเดียว จริงๆ เรื่องของ digital technology มันมีเยอะไปหมด เรามองว่ามีบางตัวที่เกี่ยวกับเรา บางตัวไม่เกี่ยว ตัวที่เกี่ยวแน่ๆ ก็คือเรื่องของ data analytics เรื่องของ mobility เพราะ SCG มีเรื่องของการทำ e-commerce อยู่ด้วย ส่วนบางตัวที่อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องของ data เท่าไหร่อย่างเช่นเรื่องของ drone หรือ 3D printing เป็นต้น ก็เป็นเรื่องที่เราดูอยู่เช่นกัน เพราะฉะนั้นใน context ภาพใหญ่ เรามองว่า digital technology มันมีค่อนข้างจะหลากหลายและเรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องที่ modernize วิธีการใช้ชีวิตของคน

ในส่วนของ data analytic เรื่องแรกที่ SCG มองคือ  business intelligence และ data visualization แค่มี 2 ตัวนี้ก่อนก็ทำให้คนสามารถตัดสินในได้ดีขึ้น เมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ เราเห็น trend เราสามารถตัดสินใจเป็น 1 2 3 มี proposal อย่างไรได้บ้าง ผมว่าแค่นี้ก็เจ๋งเป้งแล้วล่ะ นอกจากนี้ เรายังมีการทดลองอันนี้กับอันนี้แล้วอันที่ 3 จะเป็นอย่างไร แล้วก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป เป็นการทดลองของตัวเอง

ที่กล่าวมาเป็นการเอาข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหา demand หรือว่าการหา insight  ซึ่งวิธีการทำของเรามีอยู่ 2 แบบ แบบแรกคือ มีคนให้โจทย์มาว่าอยากจะ หาวิธีการแก้ปัญหาเรื่องนี้ช่วยตอบคำถามหน่อย อันนี้ก็หาได้ตามทั่วไป แต่มันก็มีอีกแบบหนึ่งที่เป็นเรื่อง explore เราเห็นข้อมูลที่มีเยอะแยะมากมาย เราคิดว่าตรงนี้ทำได้ไหม ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง 

“ตอนผมไปที่ MIT เพื่อไปเรียนเรื่อง data analytic และ digital marketing เรื่องหนึ่งที่อาจารย์ที่ MIT พูดเลยว่าเป็น trend แน่ๆ คือ VDO เขาบอกว่าในอีก 10 ข้างหน้านี้เป็นเรื่องของ unstructured data และมี VDO เป็นตัวสำคัญ เขาคิดว่า จากนี้ไปทุกคนสามารถจะแสดงความเห็นอะไรต่างๆ ได้ และถ้าเกิดเรามี AI ที่สามารถเอาข้อมูลจาก VDO มาหา feeling และนำมาวิเคราะห์ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้” 

เรื่องที่ 2 ที่จะทำแน่ๆ ก็คือว่า connect กับ customer จริงๆ ก็คือ ทำอย่างไรให้ขายได้ดีขึ้น หรือเรื่อง digital marketing ซึ่งเรื่องของ structured data และ unstructured data นั้น SCG ก็ทำอยู่หลายๆ เรื่อง และก็เริ่มทำมาแล้วพอสมควร   

อันสุดท้ายก็จะเป็นเรื่อง CRM เพราะว่าตอนจบก็จะกลับไปเรื่องแรกคือว่า digital technology ก็คือตัวที่ 3 ที่จะเสริมตัวที่ 1 ก็คือเรื่องของ customer เขามี jobs to be done เขามี pain point อย่างไร และที่เราต้องการสุดท้ายเลยคือต้องการ segmentation ที่ extreme มากขึ้น ในระดับที่เป็น personalize  อันนี้เป็น goal เพราะสุดท้าย data มันต้อง personalize ได้ สมัยก่อนที่บอกว่ามี segment มา 3 segment มันไม่ใช่ปัจจุบันจะต้องไปถึงการ personalize 

ในหน่วยงานผมจะมีน้องๆ ที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ ก็ที่พยายามจะหา new business แล้วเราพยายามที่จะทำให้เป็น start up ข้างใน เป็นตัว lean start up ข้างในองค์กร ทุกคนต้องใช้เรื่องของ digital technology ในการทำ เพราะถือว่าธุรกิจปัจจุบันเริ่มแบบสมัยก่อนมันคงยาก เพราะว่า lifetime ของธุรกิจมันไม่เหมือนเดิมแล้ว เราก็เลยคิดว่า ตอนนี้เนื่องจากโลกมันเป็นอย่างนี้ ก็ต้องเอาเรื่องพวกนี้มาใช้ แต่ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า ทำมาแล้วจะดีหรือไม่ดี อย่างไร แต่ว่าเรื่องหลังบ้าน ฝั่งที่เป็นเรื่องของโรงงาน อันนี้เห็นผลมานานแล้วว่า การเอา data มาหาวิธีการแก้ปัญหา อาจจะไม่ใช่เป็นเรื่องเงิน แต่เป็นเรื่อง ความปลอดภัย ที่เราสนใจที่สุด และเป็นความสำคัญอันดับแรกซึ่งก็ทำได้หลายเรื่องเหมือนกัน

ส่วน data จาก Baania จะเชื่อมกับ cement building material ค่อนข้างมาก อย่างที่ทราบ SCG จะทำอะไรก็ตามที่มันเกี่ยวกับเรื่องบ้าน เราก็มองว่าถ้าเกิดคนจะสร้างบ้านใหม่ หรือคนจะปรับปรุงบ้าน เราสามารถมาช่วยกันได้ ในฝั่งที่ Baania อาจจะเอาข้อมูลบางอย่างจาก SCG แล้วก็ลองทำอะไรบางอย่าง SCG ก็สามารถเชื่อมโยงกับ Baania ว่าคนจะซื้อบ้านตรงนี้ เราจะสามารถขายสินค้าได้ไหม หรือทำหลายๆ อย่างได้

เพราะอย่างที่อเมริกา การซื้อบ้าน เช่าอพาร์ตเมนต์  ซื้อคอนโดมิเนียม ทุกอย่างเราก็เข้าไปตามพวก Zillow แล้วก็เห็นข้อมูลอะไรทุกอย่างเลย เพราะฉะนั้นเรามองแล้วว่า Baania มันเป็น proven concept บริษัทแนวๆ นี้ในประเทศที่มันพัฒนาทั้งหลายมัน work แน่ๆ แล้วก็มีประโยชน์แน่ๆ เพราะฉะนั้นก็คือว่า เรามองว่าตรงนี้ potential มันเยอะมาก

ค่อนข้างเห็นภาพที่ชัดเจนถึงประโยชน์จาก  digital technology และการใช้ real estate big data  มาเติมเต็มและต่อยอดให้กับธุรกิจ SCG ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจในรูปแบบเดิมไปสู่การทำธุรกิจรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล  วันนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนอีกครั้งก่อนจะสายเกินไป

Baania มี Line แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร