AP ในวันที่ Space Expert ไม่ใช่คำตอบ

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

เมื่อการเดินในแนวทาง Space Expert for Living Solution หรือการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพื้นที่เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เคยปฏิบัติและสร้างการเติบโตให้กับเอพี ไทยแลนด์ มาตลอด 5 ปีก็มาถึงวันที่ อนุพงศ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) เห็นแล้วว่า แนวคิดนี้เริ่มไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป

ในวันที่ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยี ตลาดเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน  การค้นหาคำตอบเพื่อ “เปลี่ยน” เอพี ไปสู่สิ่งใหม่เริ่มต้นตั้งแต่กลางปี 2560 จนเป็นที่มาของ  AP WORLD,A New Vision of Quality of Life พิมพ์เขียวธุรกิจที่จะใช้เป็นแนวทางต่อจากนี้ไปอีก 4 ปีข้างหน้า (2562-2565)

กระบวนคิดที่เปลี่ยนไปเริ่มชัดเจนมากขึ้นหลัง อนุพงศ์ ตัดสินใจเดินเข้าสู่ห้องเรียน(หนังสือ)  อีกครั้ง

5 วันในรั้วมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด ที่ซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐอเมริกา อนุพงศ์ ชี้ว่าทำให้มุมมองและวิธีคิดเปลี่ยนไป ที่สำคัญคือความกลัว 
Space expert for living solution แนวทางที่ทำมาตลอด 3-5 ปีมานี้ กับการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพื้นที่เพื่อสร้างความพึงพอใจในการอยู่อาศัยของลูกค้า แม้จะสำเร็จมาได้ด้วยดี แต่จากนี้ไปยังคงใช่คำตอบอยู่หรือไม่

“มันพอหรือเปล่า มันใช่หรือเปล่า มันแคบเกินไปหรือเปล่า นี่เป็นสิ่งที่ผมคิด หลังจากเรียนมา ทำให้การมองโลกเปลี่ยนเลย มองโลกวันนี้แล้วน่ากลัวจริงๆ วันนี้คนพูดถึงดิจิทัล ดิสรัปชันแต่สำหรับผมมองว่าเป็นเทคโนโลยี ดิสรัปชัน นั่นก็ทำให้เริ่มกลับมามองว่า วิชั่นเดิมที่วางไว้กับเอพี และเคยทำให้เอพี ประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ต่อไปอีกมั้ย"

ช่วงปี 2559 ถึงกลางปี 2560 จึงเป็นช่วงเวลาของการหาคำตอบ
“เราคุยกับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเพื่อทำวิจัยกัน หัวข้อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต อยากจะรู้ว่า ไดเร็คชั่นไหนที่เรายังไปได้อีก ไม่อย่างนั้นก็ซื้อที่สร้างตึกขายอยู่เหมือนเดิม”

การวิจัยใช้เวลาเกือบปี ศึกษาบริษัทพร็อพเพอร์ตี้ทั่วโลก และมองพร็อพเพอร์ตี้ไทย พบว่า ส่วนใหญ่สร้างของขายที่เป็น Physical Product สร้างของขาย อาจมีเซอร์วิสประกอบบ้าง เซอร์วิสที่มีโดยมากเป็นบริการหลังการขาย 

ผลจากการทำวิจัยที่สุด และการนำแนวคิดเรื่อง Design Thinking มาใช้ ทั้งเพื่อค้นหาความต้องการที่แท้จริง พัฒนาเป็นไอเดีย แล้วทดสอบไอเดียนั้น ที่สุดก็ได้ว่า เอพีจะทำเรื่องโซลูชั่น  Provider of quality of life  ก่อนพัฒนามาเป็น AP WORLD ในที่สุด เพื่อใช้เป็นวิชั่นหลักนับแต่ปี 2562-2565 
เป้าหมายคือ การเป็นองค์กรที่ยกระดับคุณภาพชีวิตคนให้ดีขึ้น ผ่านสินค้าและบริการ ภายใต้ AP WORLD จะทำใน 3 เรื่องหลัก ผ่าน 3 บริษัทจัดตั้งใหม่

  • เคลย์มอร์ (CLAYMORE) ทำหน้าที่เปรียบเป็น Innovation Lab ย่อมๆ ข้างในองค์กร พร้อมกับดึงคนรุ่นใหม่ 5 คนที่อยู่นอกอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ แต่มีหัวใจการเป็นผู้ประกอบการมาร่วมกันสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งเพื่อสนับสนุนธุรกิจหลักของเอพี และการมองถึงโอกาสพลิกเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ในอนาคต โดยเร็วๆ นี้จะมีโปรดักต์และเซอร์วิสออกมาให้เห็นอย่างน้อยสองตัว
  • วาริ (VAARI) ทำหน้าที่สร้างระบบนิเวศทางด้านการบริหารจัดการคุณภาพชีวิต (LIFE MANAGEMENT ECOSYSTEM) เพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้อยู่อาศัย
  • เอสอีเอซี (SEAC)  ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นก้าวแรกของ เอพี ที่รุกเข้าสู่ธุรกิจการศึกษาอย่างเต็มตัว โดยจะได้เห็นคอร์สเรียนออกมาอีกมากในเดือนเมษายน 2562 

“โลกวันนี้เมื่อจบการศึกษาในวันรับปริญญาความรู้ก็นับว่าล้าสมัยแล้ว ขณะที่มีการศึกษาพบว่าคนที่ทำงานไปแล้ว 5 ปีความรู้ก็ล้าสมัยเช่นกัน สิ่งที่ SEAC ทำคือการ Re-Skills คนในวัยทำงานให้พร้อมกับการทำงานในปัจจุบัน โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์  อาทิ Stanford University”

ภายในปี 2565 ทั้ง 3 ธุรกิจใหม่จะมีส่วนช่วยผลักดันรายได้มากเป็น 6,000 ล้านบาท นับเป็นสัดส่วน 10% จากรายได้รวมที่คาดว่าจะแตะหลัก 60,000 ล้านบาท  

ในช่วงเวลาของการเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ และการรุกเข้าสู่ 3 ธุรกิจใหม่ที่กล่าวมา อนุพงศ์ ย้ำว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นเส้นเลือดหลัก ในอีกด้านก็มองหาโอกาสใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มเพื่อให้เอพี เป็นมากกว่า ซื้อที่-พัฒนา-แล้วขาย

โดยปี 2562 มีแผนพัฒนาโครงการจำนวน 39 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 56,800 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการแนวสูง 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาทในจำนวนนี้เป็นโครงการร่วมทุน 3 โครงการ โครงการแนวราบ 34 โครงการ มูลค่า 34,400 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทมียอดขายที่ 41,300 ล้านบาท 

ทั้งนี้ยังมี บีซี ธุรกิจในเครือที่ให้บริการรับฝากขายเช่าอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ เมเนจเม้นท์ ในชื่อ บริษัท สมาร์ท รับบริหารโครงการทั้งของเอพี และโครงการ รวมกว่า 200 โครงการ จำนวน 55,000 ครอบครัว ซึ่งทั้งสองบริษัทสร้างการเติบโตได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่เรียนรู้จากรั้วสแตนฟอร์ดทำให้ อนุพงศ์ เห็นว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 
“เทียบกับก่อนและหลังไปเรียน สิ่งที่แตกต่างคือ กลัว กลัวว่าถ้าก้าวพลาดก้าวเดียว ทุกอย่างจบเลย วันนี้สปีดของความผิดพลาดเกิดขึ้นเร็วมาก เมื่อพลาดโอกาสจะกลับไปแก้ตัวก็ยากมากๆ เช่นกัน จากเดิมที่ห่วงเรื่องการซื้อที่ พัฒนา แล้วขาย แต่วันนี้เราห่วงอนาคต”
 
จากพิมพ์เขียวครั้งใหม่ AP WORLD อนุพงศ์ มองว่า ก้าวเดินในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับเปลี่ยนโฉมหน้าของเอพี ไทยแลนด์ ไปสู่การเป็นบริษัทที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมแทนที่การเป็นเพียงผู้ส่งมอบที่อยู่อาศัยเพียงเท่านั้น

สุดท้ายแล้วนวัตกรรมหรือระบบนิเวศต่างๆ ที่ถูกพัฒนาจะเปิดกว้างให้บริการกับทุกคนไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นลูกค้าเอพีเท่านั้น
“โลกปัจจุบันนี้ต้องปรับตัว ถ้าไม่รู้จักปรับตัว เราคงไปไม่รอด  เรียกว่า วันนี้ เรากำลังวางพื้นฐานในการดิสรัปตัวเอง ก่อนที่จะถูกคนอื่นดิสรัป จากนี้ไป AP WORLD จะเริ่มออกสินค้าและบริการใหม่ๆ ออกมาให้เห็น คาดหวังว่า วิชั่นเก่าที่เคยทำสำเร็จมาแล้วก็หวังว่าวิชั่นใหม่จะทำให้เราดับเบิลรายได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าได้” อนุพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย 
 

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร