Baania
จังหวัด
ประเภทประกาศ
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
จำนวนห้องนอน
ราคา

5 ขั้นตอนล้างเครื่องซักผ้าให้สะอาด เหมือนได้เครื่องใหม่

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

มาทำเครื่องซักผ้าให้สะอาดอย่างง่ายด้วย 5 วิธีล้างเครื่องซักผ้า เพื่อให้ผู้ช่วยของคุณกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อยู่คู่บ้านไปอีกนาน เหมือนได้เครื่องใหม่ ทำให้เสื้อผ้าของคุณไม่มีกลิ่นอับ ใส่แล้วระคายเคือง หรือมีคราบสกปรกจนทำให้สูญเสียความมั่นใจ มาล้างเครื่องซักผ้ากันด้วยขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้ที่ประหยัดเวลาแถมยังใช้งบประมาณน้อย

1. เตรียมอุปกรณ์

ก่อนการทำความสะอาด จำเป็นต้องสำรวจเครื่องซักผ้าก่อนทุกครั้งว่า ทำความสะอาดล่าสุดเมื่อไหร่ และสภาพของเครื่องมีคราบดำ ตะกอน หรือกลิ่นเหม็นติดแน่นมากเพียงใด เพื่อให้เตรียมน้ำยาและอุปกรณ์ทำความสะอาดได้ถูกต้อง

เบกกิ้งโซดา (Sodium Bicarbonate) ที่ใช้สำหรับทำขนม แต่ก็มีคุณสมบัติอื่นอีก เว็บไซต์ Honestdocs เผยว่า โซดาทำขนมสามารถล้างสารพิษออกจากผัก ผลไม้ บำรุงผิว และทำความสะอาดสิ่งสกปรกได้ เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ลักษณะเป็นผลึกสีขาว ผิวหยาบเล็กน้อย คล้ายเกลือ โดยนิยมใช้ล้างเครื่องซักผ้าที่มีการทำความสะอาดในระยะ 1-3 เดือนหรือคราบสกปรกน้อย ขจัดออกง่าย

น้ำส้มสายชู ก็สามารถจัดการคราบได้โดย ดร.สุภาวดี ปาทาธนานนท์ อาจารย์วิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวว่า ในตัวน้ำส้มสายชูมีกรดเข้มข้น สามารถยับยั้ง ป้องกัน และขจัดเชื้อรา รวมถึงคราบตะกอนได้ มักใช้กับเครื่องซักผ้าที่ทำความสะอาด 6 เดือนขึ้นไป หรือมีคราบสกปรกมาก ขจัดออกยาก

น้ำยาฆ่าเชื้อ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการทำความสะอาดเครื่องซักผ้า และยังสามารถนำไปทำความสะอาดอย่างอื่นได้หลากหลาย ด้วยตัวของน้ำยาเองถูกออกแบบมาเพื่อจัดการแบคทีเรียโดยตรง จึงมีค่าใช้จ่ายสูง และเป็นอันตราย ใช้ได้กับเครื่องซักผ้าทุกการทำความสะอาด หรือคราบสกปรกทุกรูปแบบ

น้ำยาล้างจาน เป็นตัวช่วยทำความสะอาดอีกทางเลือกหนึ่งในการขจัดเมือก และกลิ่นเหม็น โดยตัวน้ำยามีฤทธิ์เป็นเบส ช่วยจัดการน้ำมัน หรือคราบมันได้ มักใช้ทำความสะอาดอุปกรณ์ถอดได้ต่างๆ ของเครื่องซักผ้า

อุปกรณ์ทำความสะอาด จะเน้นไปที่การขัดคราบสกปรกที่ติดแน่น โดยมีแปรงขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง สามารถนำแปรงสีฟันเก่า แปรงซักผ้า หรือฟองน้ำมาใช้แทนได้ แปรงมีด้ามยาวขนาดเล็ก หรือหัวฉีดแรงดันน้ำ สำหรับขัดตามซอกที่มือไม่สามารถเข้าไปได้ ตะไบเหล็กและไขควงชนิดต่าง ๆ เพื่อใช้งัดและถอดชิ้นส่วนของเครื่อง

เตรียมอุปกรณ์

2. เครื่องซักผ้าฝาหน้า

สำหรับการทำความสะอาดเครื่องซักผ้าชนิดนี้ค่อนข้างมีความสะดวก เนื่องจากตัวเครื่องมีราคาสูง จึงมีระบบมากมายในการล้าง แต่ไม่ควรถอดชิ้นส่วนเครื่องออกมาเอง เพราะมีความซับซ้อน โดยการใส่น้ำยา 1 ถ้วยตวงลงไปในช่อง เปิดเครื่อง กดโหมดซักผ้า (ปกติจะมีโหมดล้างเครื่องก็สามารถกดได้เลย) 

ปรับอุณหภูมิให้มีความร้อนหากมีคราบมาก หรือติดแน่น ควรปรับให้สูงเข้าไว้ จะทำให้น้ำยาเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่นำผ้าใส่ และปั่นเป็นเวลา 3-10 นาทีโดยขึ้นอยู่กับน้ำยาที่ใส่มีกรดมากหรือน้อย หลังซักเสร็จนำแปรงเล็กมาทำความช่องเก็บสิ่งแปลกปลอม เก็บคราบที่ติดตามมุมหรือซอก และเปิดเครื่องซักเหมือนเดิมอีกครั้งโดยไม่ใส่น้ำยา เป็นเวลา 30 นาที

เครื่องซักผ้าฝาหน้า

3. เครื่องซักผ้าฝาบน

เครื่องเหล่านี้จะมีกลไกไม่ซับซ้อน และสามารถทำความสะอาดได้มากกว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้า แต่ใช้น้ำเยอะพอสมควร โดยวิธีการให้เทน้ำยาลงไปบนจุดที่มีคราบฝังแน่นก่อนประมาณ 3-5 นาที (หากเป็นเบกกิ้งโซดา สามารถผสมน้ำเล็กน้อยเพื่อให้เนื้อเกาะติดได้) แล้วฉีดน้ำ หรือใช้แปรงขัดออก 

จากนั้นเปิดเครื่อง แล้วปรับโหมดน้ำให้อยู่ระดับสูงสุดพร้อมเทน้ำยาลงไป 3 ถ้วยตวง และปั่นโดยไม่มีผ้าเป็นเวลา 3-10 นาทีโดยขึ้นอยู่กับน้ำยาที่ใส่มีกรดมากหรือน้อย สังเกตในเครื่องว่ามีคราบ ตะกอน หรือกลิ่นอยู่หรือไม่ หากมีอยู่ให้ทำตามขั้นตอนเดิมอีกครั้ง และปิดท้ายด้วยซักเครื่องด้วยน้ำเปล่า 30 นาที

เครื่องซักผ้าฝาบน

4. ช่องใส่ผงซักฟอก

การล้างอุปกรณ์ที่สามารถแยกออกจากตัวเครื่องได้ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างแรกในการความสะอาด เพราะไม่หนักและเก็บคราบได้ง่าย เพียงกดปุ่มล็อคของชิ้นส่วนนั้นออก นำมาขัดด้วยแปรงอ่อนผสมน้ำยา และล้างให้สะอาดก่อนนำมาใส่ที่ล็อคดังเดิม

ช่องใส่ผงซักฟอก

5. เคล็ดลับน้ำยาล้างเครื่องซักผ้า

น้ำยาที่ใช้ในการทำความสะอาดเครื่องซักผ้านั้นมีทั้งกรดและเบสตั้งแต่ค่าต่ำไปถึงสูง หากใช้ในปริมาณมากอาจกัดกร่อนชิ้นส่วนภายในเครื่องได้ ถ้าจำเป็นต้องปล่อยทิ้งไว้นานๆ จึงไม่ควรเกิน 10 ชั่วโมงเป็นอย่างมาก การทำความสะอาดที่ดีต้องมีน้ำยาเบส และน้ำยากรด เพื่อขจัดคราบได้อย่างหมดจด ควรล้างเครื่องเดือนละ 1-2 ครั้ง จะทำให้เครื่องซักผ้าใช้ได้นานยิ่งขึ้น

เคล็ดลับ

การทำความสะอาดเครื่องซักผ้าไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่ลองทำตามวิธีล้างเครื่องซักผ้าเหล่านี้เป็นประจำทุกเดือน ก็ทำให้เครื่องซักผ้าของคุณสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการซัก ช่วยให้เสื้อผ้าไม่มีกลิ่นอับ คราบเปรอะเปื้อน หรือระคายเคืองผิวอีกต่อไป 

บทความแนะนำ

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร