‘กรีน มิชชั่น’ โมเดลเคลื่อนทัพบิ๊กอสังหาฯ

27/2/2019
x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นอกจากจะต้องชิงความเป็นหนึ่งเรื่องทำเลที่ตั้ง สร้างบ้านสวย และปั๊มยอดขายแล้ว  ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ผู้บริหารธุรกิจยุคใหม่ให้ความสำคัญนั่นคือ การเป็นส่วนหนึ่งในสังคม และมุมมองความยั่งยืนทางธุรกิจ

กรีนโปรดักต์ บ้านที่สร้างจากกระบวนคิดและการทำงานที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม การนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้ และอีกหลายไอเดียที่บิ๊กอสังหาฯ เริ่มคลื่อนทัพให้เห็นอย่างจริงจังในปีนี้

“Sansiri Green Mission” จะเป็นเหมือนกับแผนที่การเดินทางของแสนสิริในช่วง 3 ปีนับจากนี้ (2562-2564) โดยมี 4 เรื่องหลักที่โฟกัส ได้แก่ Waste Management, Energy Saving & Generation, Smart Move และ Sustainability 

การจัดการของเสียเกิดขึ้นในกระบวนการทำงานโดยนำระบบพรีคาสต์มาใช้ในการก่อสร้างคอนโดมิเนียมจาก 50% เป็น 80% ภายในปี 2564 คาดหวังว่าจะช่วยลดขยะคอนกรีตจากการก่อสร้างด้วยวิธีก่ออิฐฉาบปูนได้มากถึง 1,600 ตันต่อปี และสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 48 ตันต่อปี

จากแนวคิดดังกล่าวจะทำให้แสนสิริลดปริมาณขยะคอนกรีตจากการก่อสร้างทั้งในรูปแบบก่ออิฐฉาบปูน และพรีคาสต์ โดยนำเศษคอนกรีตมวลเบาเหลือใช้จากการก่อสร้างกลับมาเป็นส่วนผสมในการแปรรูปเพื่อสร้างบล็อกคอนกรีตใหม่ เช่น นำกลับมาใช้ทำแผ่นทางเท้า ช่องลมระบายอากาศ

นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีการจัดการขยะ  Food Waste Machine ติดตั้งในโครงการ เริ่มที่โครงการคอนโดมิเนียมในปีนี้ และเตรียมขยายไปใช้ใน 23 โครงการภายใน 3 ปี

ข้อดีคือสามารถแปรรูปขยะมูลฝอยได้ 18 ตันต่อปี จาก 10 โครงการแรก หากทำได้ครบ 23 โครงการตามแผน จะสามารถแปรรูปขยะมูลฝอยได้มากถึง 42 ตันต่อปี

นอกจากเรื่องขยะ ยังมีการนำนวัตกรรม Cooliving Designed Home อย่างเช่น  Solar Attic การใช้พัดลมที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ช่วยลดความร้อนใต้หลังคาบ้าน ไปจนถึงแผนติดตั้ง Solar Roof ใน 31 โครงการ ภายในปี 2564 การดำเนินการในแนวทางนี้จะทำให้การผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 2 เมกกะวัตต์ เทียบเท่ากับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จสมาร์ทโฟน 1,400 ล้านเครื่อง และเป็นการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 2,223 ตันต่อปี

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI กล่าวว่า แผนงานการบริหารเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในอนาคต รวมถึงเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย

ขณะเดียวกัน บริษัท พร็อพเพอร์ตี้  เพอร์เฟค เป็นอีกบริษัทที่วางแผนธุรกิจที่จะปูทางสู่ความยั่งยืนจากแนวคิด Perfect Smart Green Living ที่ปักธงไว้ตั้งแต่ต้นปี

มุ่งเน้นการสร้างที่อยู่อาศัยที่ในสภาวะแวดล้อมที่ดีโดยจับมือเซกิซุย เคมิคอล นำระบบโมดูลาร์จากประเทศญี่ปุ่น พัฒนาบ้านระบบโมดูลาร์ที่ช่วยปกป้องมลพิษจากภายนอก เช่น ระบบปิดซีลตามช่องต่างๆ ป้องกันฝุ่นและเสียงจากภายนอกได้ดี,  ระบบหมุนเวียนอากาศ ที่กรองฝุ่นขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน, ผนังกันความร้อนที่ช่วยให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็น ประหยัดพลังงาน และระบบผนังกระเบื้องเซรามิก ป้องกันเชื้อรา ตะไคร่น้ำ

ยังมีเรื่องการเติม “เทคโนโลยี” ด้านพลังงาน โดยร่วมกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) โดยติดตั้ง Ultra EV ระบบ EV Wall Charger และรองรับ EV Ready ให้กับบ้านในโครงการ

รวมทั้งการใส่พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เข้าไปในโครงการ เริ่มแล้วที่โครงการเพอร์เฟค เพลส สุขุมวิท 77 ในสัดส่วนพื้นที่สีเขียวอยู่ที่ 11 ตร.ม.ต่อคน รวมถึงการนำการก่อสร้างบ้านในระบบฟรีแฟบเข้ามาใช้มากถึง 80% จากจำนวนบ้าน 2,000 ยูนิต 

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้  เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนงานดังกล่าวเป็นสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจรวมเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การยกระดับมาตรฐานและสร้างภาพลักษณ์บริษัทให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากขึ้น

นอกจากที่กล่าวมา ยังมีอีกหลายบริษัทที่ประกาศชัดถึง “กรีน มิชชั่น” ที่จะเดินไปควบคู่กับแผนสร้างการเติบโตในเชิงยอดขาย เช่นในกรณี  “เนอวานา” ที่ยกประเด็น “Living Revolution” การนำนวัตกรรมอันทันสมัยมาใช้ในการออกแบบการอยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด Eco & Health Concern การนำระบบ Air Control System ช่วยเรื่องสภาพอากาศภายในบ้าน ลดเรื่องฝุ่นละอองภูมิแพ้ รวมถึงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้กับพื้นที่ส่วนกลาง เป็นต้น

จากที่กล่าวมา เห็นได้ว่าธุรกิจเริ่มตระหนักแล้วว่า การเดินเพียงลำพังและเติบโตด้านยอดขายอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับธุรกิจยุคนี้

 

27/2/2019

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร