โกลเด้นแลนด์ ปีกธงตลาดบ้านเดี่ยวกลาง-บน

21/2/2019
Share
x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

การเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อและสภาพตลาดที่มีซัพพลายเกินความต้องการโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เป็นปัจจัยหลักที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เริ่มปรับกลยุทธ์ จาก “แนวสูง” สู่ “แนวราบ” มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2562

ขณะที่ แผนลงทุนในปี 2562 สำหรับโกลเด้นแลนด์ วิรัชต์ มั่นเจริญพร กรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ มองถึงการโฟกัสไปใน 2 แบรนด์หลักก็คือ GRANDIO (แกรนดิโอ) ระดับราคา 7-15 ล้านบาท และ THE GRAND (เดอะ แกรนด์) ระดับราคา 20-100 ล้านบาท กับอีก 1 แบรนด์ใหม่ที่เป็นซิตี้โฮม ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาตลาด

ทำไมต้องเป็นบ้านเดี่ยว และ ซิตี้โฮม ในช่วงเวลานี้  วิรัชต์ บอกว่า ต้นทุนที่ดินยังคงเป็นปัจจัยหลักในการนำมาพิจารณา โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว เกณฑ์การตัดสินใจซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการและการเลือกโปรดักต์ในการพัฒนาจึงมีความสำคัญ

รวมทั้งฐานลูกค้าหลักของบริษัทจะอยู่ในกลุ่ม่ระดับราคาบ้านที่กล่าวไว้ข้างต้น ขณะที่ที่ดินกลางเมืองเริ่มหายากขึ้นทุกวัน หากหาได้อาจไม่ได้ราคาในระดับที่ต้องการ ทำให้เริ่มมองถึงทำเลใหม่ๆ ในการพัฒนาโครงการในปีนี้ต่อเนื่องไปถึง 5 ปีข้างหน้า โดยทำเลหลักๆ ยังมองไว้ที่รังสิต ตอนเหนือของกรุงเทพฯ  เพชรเกษม บางนา และรัตนาธิเบศร์

สำหรับปีนี้มีแผนเปิด 6 โครงการใหม่ ที่จะเปิดตัวในไตรมาแรก 1 โครงการ ได้แก้  THE GRAND LUX (เดอะ แกรนด์ ลักซ์) บางนา-สวนหลวง มูลค่า 1,500 ล้านบาท

รูปแบบโครงการบ้านเดี่ยวระดับราคา 20-60 ล้านบาท ฟังก์ชั่นบ้านเป็นบ้าน Court ที่มีสวน หรือสระตรงกลาง เน้นความเป็นส่วนตัวจากจำนวนโครงการที่มีเพียง 61 หลัง

ส่วนในไตรมาสที่ 2 เปิดอีก 1 โครงการ มูลค่า 980 ล้านบาท  ไตรมาส 3 เปิด 2 โครงการ มูลค่า 3,300 ล้านบาท และไตรมาสที่ 4 อีก 2 โครงการ มูลค่า 4,220 ล้านบาท

รวมทั้งหมดจะเปิด 6 โครงการใหม่มูลค่า 10,000 ล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมาบริษัทเปิดโครงการใหม่เพียง 2 โครงการเท่านั้น

โดยหนึ่งใน 6 โครงการเปิดใหม่จะมี City Home เน้นทำเลเมือง อาทิ ย่านสาทร, ลาดพร้าว, แจ้งวัฒนะ เป็นต้น ในราคา 10-20 ล้านบาท รวมอยู่ด้วย โดยที่ปัจจัยของต้นทุนที่ดินในเมืองขยับตัว แต่ในความต้องการมีบ้านที่อยู่ใกล้เมืองยังคงมีอยู่ ทำให้บริษัทเริ่มพัฒนาโปรดักต์ที่ตอบโจทย์ แบบใช้พื้นที่น้อยกว่าบ้านเดี่ยว

สำหรับปีนี้ บริษัทตั้งเป้าขายสำหรับโครงการบ้านเดี่ยว 8,000 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ที่ 5,000 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของเป้ารับรู้รายได้ธุรกิจที่อยู่อาศัยทั้งหมด 18,000 ล้านบาท นับเป็นการเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่มียอดรับรู้รายได้ 4,171 ล้านบาท ส่วน Backlog หรือยอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการเปิดตัวโครงการใหม่เมื่อปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 800 ล้านบาท

21/2/2019
Share

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร