แอล.พี.เอ็น. ส่ง BAAN 365 ลุยตลาดบ้านหรู

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

เปิดโฉมให้เห็นกันแล้วสำหรับผลงานระดับ Masterpiece ของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กับการรุกตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี "BAAN 365 By LPN" หนึ่งใน Jigsaw สำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ  Year of Change

แต่ก่อนจะว่ากันด้วยเรื่อง "BAAN 365 By LPN" โอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ ได้อัพเดตแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นการเปิดหัวก่อนว่า ตลาดยังคงทรงตัว กำลังซื้อระดับกลาง-ล่าง ยังไม่ได้ฟื้นตัวดีขึ้น แต่กลับมีแนวโน้มที่จะแย่ลงได้อีก เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างประเทศ ที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย ทำให้ธนาคารพาณิชย์ยังคงเข้มงวดกับลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ต่อไป ผู้ประกอบการจึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องขยายตลาดไปยังตลาดบน ซึ่งจริงๆ ก็มีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน 

แอล.พี.เอ็น. เลือกเข้าตลาดบ้านแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม ระดับลักชัวรี เพราะมองเห็นว่า ตลาดนี้ยังมีดีมานด์ตอบรับที่ดี ที่สำคัญคือ เป็นเรียลดีมานด์ เป็นบ้านที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่จริง ขณะที่คอนโดมิเนียมลักชัวรี ส่วนหนึ่งจะเป็นดีมานด์ที่ต้องการซื้อเพื่อลงทุน โดยตั้งเป้ายอดขายบ้าน 365 ถึงสิ้นปีไว้ที่ 1,200 ล้านบาท ส่วนรายได้ที่อยู่อาศัยแนวราบ ทั้งบ้าน 365 และบ้านลุมพินี ที่ดำเนินงานโดย บริษัท พรสันติ ปีนี้วางไว้ที่ 2,000 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือมีสัดส่วนประมาณ 30%

ซีอีโอ บริษัท แอล.พี.อ็น. มองว่า จุดเปลี่ยนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี่ แต่ในความคิดเห็นของเขา จุดเปลี่ยนจะเกิดจาก ราคา และ Mindset ของคนที่เปลี่ยนไป ถ้าราคาที่ดินเพิ่มขึ้นจนคนไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ ต่อไป ขณะที่ชีวิตคนรุ่นใหม่ทำงานอิสระมากขึ้น พฤติกรรมคนจะเปลี่ยนจากการอยากมีเป็นกรรมสิทธิ์ เป็นการเช่า หรือเช่าเซ้งแทน ซึ่งใน 5 ปีข้างหน้าภาพเหล่านี้จะชัดเจนขึ้น 

เมื่อตลาดเปลี่ยนจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกเข้ามากระทบ ผู้ประกอบการต่างก็พยายามลดความเสี่ยงกันตามแต่จะหาวิธีได้ หลักๆ ก็คือ การขยายตลาดไปในเซ็กเมนต์อื่น ขยายไปในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพิ่มจากขายไปเป็นเช่า เป็นต้น ในส่วนของ แอล.พี.เอ็น. ได้ขยายเซ็กเมนต์ไปยังกลุ่มลักชัวรี่  ขยายอาคารสำนักงาน การขยายธุรกิจบริการด้านวิศวกรรม งานระบบ และการบริหารอาคาร เนื่องจากตึกสูงมีเพิ่มมากขึ้นจึงมีโอกาสในการขยายการบริการที่บริษัทมีความชำนาญ 

นอกจากนี้ยังมีการขยายไปทำตลาดเช่าในโครงการที่ยังขายได้ไม่หมด ก็จะกันส่วนหนึ่งมาให้เช่าแทน ขณะที่การลงทุน จะเน้นโครงการที่เล็กลง เพราะกำลังซื้อมีไม่มาก และเลือกทำเลที่ใกล้เมืองมากขึ้น  

ขณะที่ สุรวุฒิ สุขเจริญสิน เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า BAAN 365 By LPN เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ เพื่อเป็นเรือธงสำคัญในการพัฒนาโครงการประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมระดับไพร์ม เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในระดับ B+ ขึ้นไป ซึ่งเชื่อมั่นว่าตลาดนี้ยังมีความต้องการอยู่ ดังนั้นการพัฒนาโครงการ BAAN 365 จะสามารถทำให้รายได้ในหมวดบ้านพักอาศัย (Housing) ของบริษัทเติบโตขึ้นถึง 100%

สำหรับโครงการ BAAN 365 พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Livable Simple Luxury House เรียบง่ายแต่พิถีพิถันกับทุกรายละเอียด โดยมี ทิฆัมพร เปล่งศรีสุข และ พิเชษฐ ศุภกิจจานุสันติ์ อดีตผู้บริหารแอล.พี.เอ็น. ดูแลรายละเอียดโครงการอย่างใกล้ชิด   ตั้งแต่การเลือกที่ดิน การออกแบบที่ให้ความสำคัญ และคำนึงถึงการอยู่อาศัยจริง จึงลดทอนความซับซ้อนและสิ่งที่เกินความจำเป็นออกไป 
ตลอดจนการวางผังพื้นที่ใช้งานให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการอยู่อาศัยของคนหลายวัยในครอบครัว สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นทั้งพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่สังสรรค์ร่วมกันได้ เลือกใช้วัสดุที่คงทน ดูแลง่าย ผนวกกับการก่อสร้างที่พิถีพิถัน และที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารโครงการภายใต้กลยุทธ์ “Livable Community” หรือ “ชุมชนน่าอยู่” เพื่อสร้างความสุขที่แท้จริงของการอยู่อาศัยให้กับทุกครอบครัว
ทั้งนี้ โครงการ BAAN 365 พระราม 3 มีมูลค่าประมาณ 3,200 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น 41 หลัง ราคาเริ่มต้น 35-60 ล้านบาท บนที่ดิน 56-100 ตารางวา(ตร.ว.)  แบ่งเป็น 3 สไตล์ ได้แก่ The Garden Villa พื้นที่ใช้สอย 340 ตารางเมตร(ตร.ม.) ให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวในบริเวณบ้าน The Pool Villa พื้นที่ใช้สอย 490 ตร.ม. เหมาะกับผู้ที่ต้องการสระว่ายน้ำส่วนตัว 

The Pavilion Villa พื้นที่ใช้สอย 490 ตร.ม. เป็นแปลงที่ดินพิเศษมีพื้นที่ขนาดใหญ่ และสระว่ายน้ำส่วนตัว โดยทุกหลังมีลิฟต์อำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัย ส่วนทาวน์โฮม 4 ชั้นครึ่งของ BAAN 365 พระราม 3 นั้น มีจำนวน 58 หลัง ราคาเริ่มต้น 18 ล้านบาท บนที่ดิน 26 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 310-320 ตร.ม. จะเปิดขายวันที่ 14-15 ก.ค. นี้  โดยตั้งเป้าหมายยอดขาย 6 เดือนไว้ที่ 1,200 ล้านบาท และในอนาคตบริษัทเตรียมพัฒนาโครงการ BAAN 365 By LPNเพิ่ม โดยยังคงเลือกทำเลในเมืองเป็นหลัก 

ด้าน ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น บริษัทในเครือแอล.พี.เอ็น. กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดบ้านแนวราบระดับ Premium จากปี 2558 ถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2561 มีอุปทานผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่และรายย่อยรวม 42 โครงการ จำนวน 1,554 ยูนิต โดยในปี 2560 มีที่อยู่อาศัยแนวราบระดับ Premium มีการเปิดตัวเข้าสู่ตลาดกว่า 400 หน่วย สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการบ้านระดับ Premium ที่มีอย่างต่อเนื่อง 

สำหรับทำเลที่เป็นที่สนใจหลักเรียงตามความหนาแน่นของโครงการที่เปิดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ (1) สุขุมวิท (พร้อมพงษ์-เอกมัย)(2) ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ (3) พระรามเก้า-ศรีนครินทร์-พัฒนาการ (4) ราชพฤกษ์ (5) สาทร พระราม 3 (ที่มา: เน็กซัสพรอพเพอร์ตี้มาร์เก็ตติ้ง)

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลข้างต้น จะเห็นว่าการพัฒนาบ้านแนวราบระดับ Premium นั้น มีปัจจัยเรื่องขนาดที่ดินและราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นมาเกี่ยวข้องด้วยในการพัฒนาโครงการ โดยในช่วง 5 เดือนแรกปี 2561 มีบ้านเดี่ยวที่ระดับราคา 10–20 ล้านบาทเข้าสู่ตลาดกว่า 600 หน่วย และทาวน์เฮาส์ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปประมาณ 30 หน่วย

ในทำเลพระราม 3 ซึ่งถือเป็นทำเลที่ติดกับย่านธุรกิจ การค้าที่สำคัญของประเทศ CBD–สาทร–พระราม 4 แวดล้อมไปด้วยสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาลชั้นนำ มีทางขึ้น – ลง ทางด่วน สามารถเดินทางไปอีกฝากฝั่งของเมืองและสนามบินได้สะดวก รวมถึงใกล้ทางเข้า-ออกสู่ต่างจากหวัด มีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาในอนาคต ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างพิจารณา ขณะที่อัตราค่าเช่าทาวน์โฮมพื้นที่นี้ ประมาณ 45,000 – 50,000 บาทต่อเดือน และถือเป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับกลางสูงถึงไฮเอนด์ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่แออัดเกินไป เงียบสงบ แต่อยู่ติดกับย่านธุรกิจการค้า CBD 
ปัจจุบันมีในย่านพระราม 3 มีทาวน์โฮมเปิดขายมากที่สุด  2,700 หน่วย รองลงมาคืออาคารพาณิชย์/โฮมออฟฟิศ และบ้านแฝด ส่วนบ้านเดี่ยวเปิดขายในพื้นที่จำนวน 200 หน่วย ทั้งนี้ในย่านพระราม 3 ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมานั้น ทาวน์โฮมถือว่ามีการตอบรับจากผู้ซื้อสูงมาก สามารถขายได้เกือบ100% ทุกโครงการ โดยในพื้นที่มีจำนวนหน่วยเหลือขายน้อยมาก โดยในย่านนี้ช่วงก่อนปี 2558 ทาวน์โฮมมีราคาเริ่มต้นที่ 7-8 ล้านบาท มีเนื้อที่ประมาณ 28 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยเฉลี่ยอยู่ที่ 250-280 ตร.ม. แต่ปัจจุบันราคาทาวน์โฮมย่านพระราม 3 เริ่มต้นที่ราคาประมาณ 14 ล้านบาทขึ้นไป จนถึง 20-30 ล้านบาท

Baania มี Line แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

 

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร