Baania
เลือกจังหวัด
ประเภทประกาศ
ประเภทอสังหา
ห้องนอน
ราคา

เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง ตั้งเป้าปี 64 เพิ่มแนวราบ ดันเวลเนส

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

บริษัท เอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)  ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งแนวราบ แนวสูง ภายใต้ แนวคิด Home Expert Living Care คุณภาพมาตรฐาน  ISO รายแรกของไทย  เสริมแกร่งปี 64 รับดีมานด์แนวราบโตต่อ สบโอกาสเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่เตรียมลุยธุรกิจบริการด้านเวลเนส 

สมนึก  ตันฑเทอดธรรม

นายสมนึก  ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ  บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางอสังหาริมทรัพย์  ปีนี้ ยังคงเป็นโอกาสทองของผู้ซื้อบ้านแนวราบ และยังเป็นตลาดของผู้ซื้อที่มีความพร้อมเรื่องบ้าน ด้วยปัจจัยบวกทั้งอัตราดอกเบี้ยซื้อบ้านที่ลดลงและ จากมาตรการรัฐ ที่มอบให้กับกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรก ที่ผ่านมา เอ็น.ซี ได้มีการเรียนรู้จากวิกฤตโควิด-19 มีมาตรการป้องกันรองรับอย่างฉับไวทุกส่วนงาน สร้างความเชื่อมั่นทุกโครงการ ในฐานะผู้ประกอบการอสังหาฯ คาดการณ์ว่าตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดระดับราคาบ้าน 3-5 ล้านบาท เอ็น.ซี มีการปรับตัวได้ดี มีการควบคุมเข้มเรื่องการบริหารต้นทุนในองค์กร มีระบบบริการออกมาดูแลลูกค้า ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยผนวกนวัตกรรม Smart Eco, Smart Care เพื่อเดินหน้าทำตลาดแนวราบ ปีนี้  

แผนการดำเนินงานของ เอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่ง ปี 2564

สำหรับแผนการดำเนินงานปี 2564  เอ็น.ซี  เตรียมพัฒนาโครงการแนวราบใหม่เพิ่ม กระจายบนทำเลศักยภาพ ซึ่งเป็น Prime Area เหมาะกับการอยู่อาศัย และเพิ่มความคุ้มค่าให้กับผู้ซื้อบ้าน พร้อมเดินหน้าเสริมทีมงานคุณภาพตอบรับกลยุทธ์เพิ่ม Value บ้านแนวราบ ตั้งเป้าโตในสินค้าแนวราบ ซึ่งปีนี้ เอ็น.ซี ได้มีกลยุทธ์ 3 หลักดังนี้

1.เปิดตลาดเชิงรุก พัฒนาโครงการแนวราบใหม่เพิ่ม 7 โครงการ

เปิดตลาดเชิงรุก พัฒนาโครงการแนวราบใหม่เพิ่ม 7 โครงการ มูลค่าร่วม 5,000 ล้านบาท เจาะ Segment กลุ่มใหญ่แนวราบ ทาวน์เฮ้าส์, บ้านแฝด, บ้านเดี่ยว ระดับราคา 3-5 ล้านบาท ด้วยราคาที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดบ้านแนวราบ โดยขยายทำเลเพิ่มครอบคลุมพื้นที่ 4 ทำเลศักยภาพ (โซนเหนือ , โซนตะวันตก,โซนใต้ และตะวันออก ของกรุงเทพฯและปริมณฑล) เพิ่มกำลังการผลิตบ้านด้วยระบบเทคโนโลยีการก่อสร้างทันสมัย ให้ความสำคัญในการวางกลยุทธ์ด้าน Segment ของบริษัทด้วยมีอัตราการเติบโตที่ดี และสอดคล้องกับลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการบ้านในยุคโควิค-19  และยังคงเดินหน้าพัฒนากลุ่มฐานการผลิตใหญ่ภายใต้ Brand โครงการบ้านฟ้ากรีนเนอร์รี่ และบ้านฟ้ากรีนพาร์ค เป็นเรือธงเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม อีกทั้งยังรุกขยายหาฐานลูกค้าใหม่ ตลาดใหม่เพื่อเพิ่ม Market Share ของบริษัท ควบคู่การพัฒนาคุณภาพการผลิตบ้านด้วยระบบเทคโนโลยีก่อสร้างทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น พร้อมมอบทางเลือกการมีบ้านให้ง่ายขึ้น เข้าถึงทุกครอบครัวที่อยากมีบ้านด้วยช่องทางการสื่อสารออนไลน์ แพลตฟอร์มดิจิทัลการชมบ้าน 360 องศา และ Facebook Live เรียลไทม์ เพื่อมอบความคุ้มค่าด้วยความใส่ใจ ยังคงเดินตามจุดยืนหลัก เอ็น.ซี รู้จักบ้าน รู้ใจคุณ  

2.พัฒนาโปรดักส์นวัตกรรมบ้านตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย a///gen

พัฒนาโปรดักส์นวัตกรรมบ้านตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าทุกช่วงวัย a///gen  ควบคู่การพัฒนาต่อยอดสินค้าด้วยนวัตกรรมผ่าน Smart Eco, Smart Care เพิ่มความแตกต่าง Function ที่ตอบรับครอบครัววิถีใหม่ เพิ่มทางเลือกรูปแบบการใช้ชีวิต Life Style หลากหลาย การอยู่บ้านอย่างมีความสุข ผสานเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตในบ้านสะดวกสบายมากขึ้น การดูแลสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวยุค New Normal  

3.ผนึกพันธมิตร

ผนึกพันธมิตร เอ็น.ซี ไม่หยุดการพัฒนา ที่อยู่อาศัย สินค้า การบริการรูปแบบใหม่ รวมถึงมีการต่อยอดพันธมิตร ในธุรกิจหลัก อาทิ Home Innovation, เทคโนโลยีบ้าน,พันธมิตรการเงิน,พันธมิตรธุรกิจการบริการ, อสังหาริมทรัพย์ New Business ซึ่งเอ็น.ซี ได้ร่วมทุนผนึกพันธมิตรในธุรกิจใหม่ ศูนย์บริการด้านการฟื้นฟูสุขภาพ และดูแลผู้สูงอายุ มีการบริการเพื่อรองรับเรื่องสุขภาพ  ครบวงจร Wellness & Healthcare Business  เพื่อเป็นฐานรายได้ธุรกิจในอนาคต ด้วยมาตรฐานทันสมัย ปัจจุบันมีการให้บริการแล้ว 3 ศูนย์ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด Vacation Time

โดยปีนี้ เอ็น.ซี พร้อมรุกขยายโครงการฐานใหญ่แนวราบ เพิ่มขึ้น ยังมุ่งเติบโตบ้านทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว  ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์แตกต่างโดดเด่น และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงกลุ่ม Segment  ใหม่ สร้างฐานลูกค้าให้กว้างมากขึ้น ด้วยสื่อการตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อบ้าน และกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อรองรับการเปิดโครงการใหม่แนวราบเพิ่มอีก  7 โครงการ  4  ทำเลศักยภาพ  มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยทำตลาดบ้านระดับราคา 3-5  ล้านบาทในสัดส่วนที่เพิ่มขี้นกว่าปีที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้ายอยดขาย 3,500 ล้านบาท และรับรู้รายได้ปี 2564  ที่ 2,000  ล้านบาท นายสมนึกกล่าวปิดท้าย

บทความแนะนำ

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร