เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเจาะตลาดจีน

24/1/2019
Share
x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

กำลังซื้อขนาด 1,300 ล้านคน และอำนาจการใช้จ่ายที่สูงขึ้นในทุกๆ ปีทำให้ตลาดประเทศจีนเป็นที่หมายตาของผู้ประกอบการและแบรนด์ต่างๆ จากทั่วโลก

ทำไมต้องตลาดจีน? ที่ปรึกษาด้านธุรกิจและบริหารจัดการ บริษัท แมคคินซีย์ ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการ คาดการณ์ว่า ภายในปี 2020 จีนจะมีจำนวนผู้บริโภคกระแสหลักของโลก ความน่าสนใจและเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยคิดจะเจาะตลาดจีนต้องรู้ เพราะวันนี้มุมมองใหม่ตลาดจีนได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปแล้ว

จาก Copycat สู่ผู้สร้างนวัตกรรม
หลายสิบปีที่ผ่านมาภาพชัดของจีนคือการก๊อปปี้สินค้าออกขายในปริมาณมากๆ สร้างกลยุทธ์ราคาต่ำที่ใครก็ยากจะลอกเลียนแบบ แตกต่างจากในวันนี้ บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ล้วนมาจากจีนทั้งสิ้น เช่น Huawei Alibaba ขณะที่พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของคนจีน เฉลี่ย 9 ชั่วโมงต่อวัน เป็นตัวเร่งอย่างดีให้คอมเมิร์ซโตแบบฉุดไม่อยู่ มีการประเมินว่า เมืองที่มีการซื้อขายสินค้าออนไลน์มากที่สุด คิดเป็นมูลค่าการทำธุรกรรมรวม 3.4 พันล้านหยวน คือ อี้อู มณฑลเจ้อเจียง และชิงหลิว มณฑลฝูเจี้ยน

ขณะที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตมากถึง 731 ล้านคน เป็นการใช้งานเพื่อซื้อของออนไลน์ถึง 448 ล้านคน  คิดเป็นมูลค่าซื้อขายออนไลน์ 759,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และภายในปี 2030  จีนจะเป็นประเทศที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 345 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 80% เมื่อเทียบกับปี 2013 ซึ่งคนกลุ่มนี้ใช้อินเทอร์เน็ต และทำธุรกิจผ่านออนไลน์

มองไปที่ไหนในจีนทุกที่ คือ “โอกาส” ตั้งแต่กำลังซื้อวัยเด็ก หนุ่มสาว จนถึงคนสูงวัย แต่เท่านี้ยังไม่พอหากใครคิดค้าขายกับจีน

เข้าใจ  - คนจีนเน้นความไว้ใจ เชื่อเนื้อเชื่อใจมาก่อน การเรียนรู้วัฒนธรรม สร้างความคุ้นเคย และทำในสิ่งที่ได้ตกลงกันเอาไว้
เข้าถึง - รู้ว่าช่องทางการเข้าถึงคนจีนยุคนี้คือทางไหนบ้าง เพราะสื่อสารผิดช่องทาง หมายถึงต้นทุนที่สิ้นเปลือง   

วันนี้การค้าขายจีนผ่านแพลตฟอร์มหลักๆ โดยมี Taobao เป็นที่นิยมในการสั่งซื้อมากที่สุดด้วยยอดผู้ใช้งาน 450 ล้านคน ด้านการสื่อสารและธุรกิจผ่าน WeChat Pay มีผู้ใช้งานมากถึง 850 ล้านคน ส่วนการจ่ายเงินผ่านระบบ E-payment ใน Alipay มีผู้ใช้งานมากเป็น 350 ล้านคน

ต่อยอด - การเรียนรู้และเข้าใจตลาดจีนจะนำทางไปสู่การเข้าถึงเน็ตเวิร์กการค้า และกำลังซื้อขนาดใหญ่ได้ไม่ยาก

มาที่ฝั่งอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ได้มีการเข้าไปเจาะตลาดคนจีนมาขึ้น ทำกันถึงขนาดมีการเชิญกรุ๊ปนักลงทุนจีนมาทัวร์ เยี่ยมชมและจองกันถึงโครงการ โดยในปีเว็บไซต์ Juwai.com ประเมินว่า มีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในไทยให้กับจีนและฮ่องกงรวมกัน 15,000 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนเกินครึ่งของจำนวนอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ขายให้ต่างชาติทั้งหมด โดยเฉลี่ยยูนิตละ 5 ล้านบาท เท่ากับว่า ในปีที่ผ่านมามีการซื้อขายอสังหาฯในตลาดจีนมูลค่าสูงถึง 75,000 ล้านบาท แต่บางบริษัทมองว่า อาจจะมีตัวเลขที่สูงกว่านั้นเป็นแสนล้านบาท

หลายคนแสดงความกังวลว่า การขายอสังหาริมทรัพย์ให้กับกลุ่มนักลงทุนจากจีนนั้นมีความอ่อนไหว จากภาวะเศรษฐกิจโลก หรือความไม่แน่นอนของมาตรการที่ทางการจีนอาจจะออกมาบังคับใช้ เพื่อไม่ให้เงินทุนไหลออกนอกประเทศ แต่ก็ได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทยว่า การโอนของกลุ่มนักลงทุนจีนยังไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพียงแต่อาจจะใช้เวลานานกว่า เนื่องจากมีกระบวนการที่แตกต่างกันกับการซื้อของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน การกู้เงิน หรือบางคนซื้อไว้เป็น 10 ห้องเพื่อปล่อยต่อ ทำให้การโอนล่าช้าออกไป กว่าจะโอนได้ 50% ของคนจีนที่เข้ามาซื้อโครงการก็ต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือน จึงเป็นสิ่งท่ต้องวางแผนรองรับเอาไว้ให้ดี  

ขอบคุณข้อมูลจาก : Thailand e-Business Center (TeC)

24/1/2019
Share

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร