อสังหาฯ รับอานิสงส์เศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

อีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ วิเคราะห์เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง หลังตัวเลขเศรษฐกิจครึ่งปีแรก ขยับขึ้นยกแผง ขณะที่ผู้ประกอบการฯมั่นใจตลาดอสังหาฯ โตตาม

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลข GDP ของไทยในไตรมาส 2 ปี 2018 ขยายตัว 4.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน (YoY) และเติบโต 1% หากเทียบกับไตรมาสก่อนแบบปรับฤดูกาล ทำให้ GDP ของไทยครึ่งปีแรกขยายตัวได้ที่ 4.8% YoY

เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2018 ขยายตัวจากทุกหมวดการใช้จ่าย (broad-based) ทั้งการบริโภคและการลงทุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงอุปสงค์จากต่างประเทศมีการขยายตัวพร้อมกันคล้ายกับลักษณะการเติบโตในไตรมาสแรก โดยในไตรมาสที่ 2 หลายหมวดการใช้จ่ายมีการเติบโตแบบเร่งขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนและการส่งออกสินค้า

ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนเร่งตัวขึ้นสูงจากยอดขายรถยนต์ แต่การบริโภคสินค้าไม่คงทนยังชะลอตัว การบริโภคภาคเอกชนในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวได้ 4.5% YoY เร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 3.7% YoY และถือเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1/2013 โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการบริโภคในหมวดยานพาหนะที่เติบโตถึง 15.3% YoY ตามยอดขายรถยนต์นั่งที่เติบโตสูง 

ด้านการบริโภคสินค้ากึ่งคงทนขยายตัวที่ 3.8% YoY เร่งขึ้นจาก 2.4%  ในไตรมาสก่อนหน้าเช่นกัน อย่างไรก็ดี การบริโภคสินค้าไม่คงทนเติบโตที่ 1.5% YoY ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 2.1% YoY  นำโดยการชะลอตัวของการบริโภคหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ที่ขยายตัวที่ 2.% YoY ชะลอลงจาก 2.7% YoY ในไตรมาสก่อนหน้า 

ทั้งนี้ กำลังซื้อจากต่างประเทศยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในไตรมาส 2 มูลค่าการส่งออกสินค้าที่แท้จริงในรูปสกุลเงินบาทในไตรมาส 2 ขยายตัวที่ 7.4% YoY เร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.7% YoY โดยยังเป็นการขยายตัวที่ต่อเนื่องในหลายสินค้าและตลาดส่งออกส่วนใหญ่ แสดงให้เห็นถึงภาวะการค้าโลกที่ยังเติบโตและผลกระทบจากการกีดกันทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ต่อสินค้าส่งออกของไทยที่ยังมีจำกัด 

สำหรับมูลค่าการส่งออกภาคบริการที่แท้จริงในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวได้ที่ 3.1% YoY ชะลอลงพอสมควรจากไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ถึง 9.5% YoY ตามการชะลอลงของการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยว

ส่วนการลงทุนทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐขยายตัวเร่งขึ้น การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้ 3.2% เร่งขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 3.1% นำโดยการลงทุนด้านเครื่องมือเครื่องจักรที่ขยายตัวที่ 3.3% เร่งขึ้นจาก 3.1% แต่การลงทุนด้านการก่อสร้างเติบโต 2.8% ชะลอลงจาก 3.4% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ด้านการลงทุนภาครัฐขยายตัวที่ 4.9% เร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 4% นำโดยการลงทุนของรัฐวิสาหกิจเป็นสำคัญ

อีไอซี (Economic Intelligence Center) ธนาคารไทยพาณิชย์ มองเศรษฐกิจไทยจะยังขยายตัวได้ดีในช่วงครึ่งหลังของปี 2018 ไปจนถึงปีหน้า แต่อาจชะลอความร้อนแรงลง อีไอซีประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2018 จะขยายตัวที่ 4.5% (ปรับขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 4.3%) โดยในครึ่งปีหลังคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยที่ราว 4.2% ซึ่งยังถือเป็นอัตราการเติบโตที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาที่ราว 2.8%  โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์ในประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การเติบโตในครึ่งปีหลังจะชะลอลงบ้างจากปัจจัยฐานสูงและการชะลอตัวของอุปสงค์จากต่างประเทศ 

ในด้านการส่งออกสินค้า อีไอซีมองว่าในภาพรวมจะยังขยายตัวได้ดีกว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมาแต่อาจเริ่มชะลอตัวลงบ้างเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกตามการค้าโลกที่เริ่มเติบโตช้าลงจากช่วงก่อนหน้า สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมของโลก (Global Manufacturing Purchasing Managers’ Index) ที่ยังบ่งชี้การขยายตัวแต่มีทิศทางชะลอลงตั้งแต่ช่วงต้นปี 

ทั้งนี้ ทิศทางการส่งออกในปีหน้าก็มีแนวโน้มจะขยายตัวในอัตราชะลอลงเช่นกัน โดยจากการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2019 ของคู่ค้าสำคัญของไทย ได้แก่ สหรัฐฯ กลุ่มประเทศยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีน จะชะลอลงกว่าในปีนี้ นอกจากนี้ จากการประเมินขององค์การการค้าโลก หรือ WTO มูลค่าการค้าโลกในปี 2019 ก็จะขยายตัวช้ากว่าในปี 2018 เช่นกัน 

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาผลกระทบของสงครามการค้าจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่บังคับใช้ไปแล้ว รวมถึงความเสี่ยงที่จะมีมาตรการอื่น ๆ ออกมาอีกเพิ่มเติมในระยะต่อไป
ในด้านการท่องเที่ยวจากต่างชาติ อีไอซีมองว่าจะยังมีการเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน แต่ในช่วงครึ่งปีหลังอาจชะลอลงจากการลดลงในระยะสั้นของนักท่องเที่ยวจีนบางส่วนจากกรณีอุบัติเหตุเรือล่มที่ภูเก็ต และปัจจัยฐานสูงในช่วงไตรมาสที่ 4 นอกจากนี้ การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวในปีหน้ายังอาจเริ่มเผชิญกับข้อจำกัดของกำลังการรองรับของสนามบินหลัก

ส่วนรายได้ภาคครัวเรือนเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่การเร่งการใช้จ่ายยังต้องใช้เวลา สัญญาณในด้านรายได้ของภาคครัวเรือนเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีแรก จากจำนวนผู้มีงานทำและค่าจ้างเฉลี่ยรายเดือนของลูกจ้างปรับเพิ่มสูงขึ้นที่ 0.3% และ 2.1% ตามลำดับ รวมไปถึงรายได้เกษตรกรที่เริ่มเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ราว 1.7% (คำนวณจากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร) 

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าในไตรมาสที่ 2 การบริโภคสินค้าไม่คงทนซึ่งสะท้อนสัดส่วนการบริโภคที่ค่อนข้างสูงของกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยถึงปานกลางยังคงเติบโตในระดับต่ำและชะลอตัวลง บ่งชี้ว่าการที่ครัวเรือนจะเพิ่มการใช้จ่ายน่าจะยังมีข้อจำกัด เพราะ รายได้เพิ่งเริ่มฟื้นตัวและไม่ได้เป็นการฟื้นตัวในอัตราที่สูงมากนัก ขณะเดียวกันครัวเรือนในกลุ่มนี้ก็ยังคงมีภาระหนี้ต่อรายได้ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การเติบโตของการบริโภคภาคเอกชนยังคงต้องพึ่งพาการใช้จ่ายของผู้มีรายได้สูงเป็นหลัก

สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ตลาดจะยังขยายตัวตามเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตได้ดี ขณะที่ปัญหาหนี้ครัวเรือนจะลดลงต่อเนื่อง จากรายได้ครัวเรือนที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น แม้จะมีสัญญาณของดอกเบี้ยขาขึ้น แต่คาดว่าจะกระทบกับการซื้อและผ่อนอสังหาริมทรัพย์ เพียงเล็กน้อย โดยคาดว่า อัตราดอกเบี้ยมีโอกาสจะปรับขึ้น 0.25-0.5% ภายในปีนี้ไปจนถึงปีหน้า ขณะนี้ ความต้องการซื้อบ้านยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะในกลุ่มกลาง-บน ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย 

ขณะที่ นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประเมินว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้จะมีการเติบโตมากกว่าปีที่แล้วคาดว่าจะมีการขยายตัวขึ้นกว่า 8% จากเศรษฐกิจที่มีการเติบโตต่อเนื่อง การบริโภคมีสัญญาณที่ดีขึ้น รวมถึงความชัดเจนของการลงทุนจากภาครัฐโดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ แต่ก็ยัมีความท้าทายในเรื่องของความผันผวนของตลาดเงินที่อาจส่งผลกระทบกับกำลังซื้อ

 

 

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร