Baania
Baania
จังหวัด
ประเภทประกาศ
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
ราคา

วิธีการเลือกสีทาไม้ให้ได้งานที่ถูกใจ

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

สีทาไม้ เป็นสีที่ใช้ในการทาเคลือบเงาไม้ ซึ่งไม่ได้มีคุณสมบัติเพื่อการตกแต่งเท่านั้น ยังสามารถช่วยปกปิดเนื้อไม้ ลายไม้และรักษาเนื้อไม้เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานหลายสิบปี ซึ่งในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการพัฒนาคุณภาพสีและผลิตภัณฑ์ ทำให้มีสีทาไม้ออกมาให้เลือกหลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น  ทาง Baania จึงขอนำทุกท่านมารู้จักกับสีทาไม้แต่ละประเภทและการใช้งานในหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้ 

ทำความรู้จักชนิดของสีทาไม้

เริ่มต้นกันที่ชนิดของสีทาไม้ ซึ่งจะแบ่งตามลักษณะการใช้งาน โดยมีคุณสมบัติช่วยในการป้องกันไม่ให้ความชื้นจากภายนอกไปทำลายเนื้อไม้และยังคงรักษาความชื้นสัมพัทธ์ของเนื้อไม้ไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 

  • สีทารองพื้นไม้ 

ชนิดผสมอะลูมิเนียม จะใช้ในการทารองพื้นไม้ชั้นแรก เพื่อช่วยในการป้องกันความชื้นและยางไม้ภายในไม่ให้ไหลมาปะปนกับสีจริง ชนิดสีน้ำมัน ซึ่งมีส่วนผสมของทินเนอร์ทำให้สีค่อนข้างแห้งเร็ว เหมาะกับการทาทับครั้งแรกหรือทาทับไม้ที่ไม่เคยผ่านการทาสีมาก่อน สีประเภทนี้ค่อนข้างทนความร้อนได้ดีถึง 90 องศาเซลเซียสและทนต่อรอยขีดข่วนต่างๆ

  • สีทาไม้จริง

สีทาไม้จริง คือ สีที่นำไปทาชั้นนอกสุดเพื่อเพิ่มความสวยงามและสามารถเลือกโทนสีได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน สีที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นสีที่ทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์เพราะเมื่อทาลงไปแล้วจะให้ความเงางาม ต้านทานเชื้อรา ทนความร้อนได้ดีและทนรอยขีดข่วยได้พอสมควร สำหรับสีชนิดทึบแสงเมื่อทาแล้วผิวไม้จะค่อนข้างดูเรียบเนียนเสมอกันทั้งแผ่นมากกว่าสีชนิดโปร่งแสง แต่สีชนิดโปร่งแสงจะให้ความเป็นธรรมชาติใกล้เคียงไม้จริงมากกว่า 

การเลือกสีทาไม้ที่เหมาะกับงานไม้

การเลือกสีทาไม้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้ใช้งานควรจะมีพื้นฐานเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาและเลือกใช้สีให้เหมาะสมกับงานไม้ โดยมีทั้งหมด 4 ประเภทดังนี้

1. สีอะคริลิก

เหมาะสำหรับการลงรองพื้น สีชนิดนี้ค่อนข้างลอกยาก กันน้ำได้ ไม่มีกลิ่น ทำความสะอาดค่อนข้างง่าย เพียงแค่ใช้น้ำเปล่าเช็ดทำความสะอาด และที่สำคัญเป็นสารที่มีค่า VOCs (สารระเหยอินทรีย์)ที่ค่อนข้างต่ำ จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2. สีน้ำมัน

สีชนิดนี้ค่อนข้างใช้เวลานานกว่าจะแห้งประมาณ 8 ชั่วโมงและค่อนข้างมีกลิ่นเหม็น ข้อดีคือช่วยให้ไม้สะท้อนแสง ป้องกันความชื้นได้ดีและมีการยึดเหนี่ยวโมเลกุลที่แน่นหนา แต่สีชนิดนี้ไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่านได้ ทำให้น้ำสามารถแทรกซึมผ่านได้เกิดการหลุดลอกได้ง่าย

3. สีเคลือบไม้

เป็นสีที่ดีที่สุดในการป้องกันไม้ ทั้งยังสามารถเคลือบทับสีเคลือบได้อีกชั้น และสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นแบบธรรมดาหรือเพิ่มชีนความแข็งแรง นอกจากนี้ยังสามารถทำให้สีย้อมนั้นเข้มขึ้นหรือจางลงได้อีกด้วย

4. สีย้อมไม้  

คือสีที่ช่วยในการเเสดงความเป็นเนื้อไม้ออกมา ซึ่งมีคุณสมบัติซึมเข้ากับเนื้อไม้ ป้องกันไม่ให้มีราหรือแมลงขึ้น มีการเว้นช่องว่างทำให้กันน้ำได้ดี 

งานไม้เป็นงานที่ค่อนข้างต้องความละเอียดอ่อนและประณีต การดูแลสีและพื้นผิวเนื้อไม้จึงถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น จึงควรจะศึกษาและเลือกใช้สีแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับการใช้งาน 

เลือกสีทาไม้

วิธีการใช้สีทาไม้

สำหรับหัวข้อสุดท้ายจะกล่าวถึงวิธีการเลือกใช้สีทาไม้ ตั้งแต่ต้นจนจบมาฝากทุกท่าน โดยเริ่มกันที่  

1. ตรวจสอบสภาพพื้นผิวและเตรียมพื้นผิว 

ก่อนจะทาสีลงไปคุณควรจะทราบถึงลักษณะพื้นผิวของวัสดุก่อน เพื่อที่จะช่วยให้การทาสีลงไปนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและไม่ปะปนกับสีเดิม หากวัสดุนั้นเคยผ่านการใช้งานมาแล้ว สำหรับไม้เก่าที่มีการเสื่อมสภาพหรือการหลุดลอก ก็ควรจะใช้เกรียงขูดแซะและใช้กระดาษทรายขัดเพื่อเสริมสร้างแรงยึดเกาะพื้นผิวไม้เดิมที่มีรอยแตกหรือรอยร้าวให้ทำการอุดด้วยโป๊วให้เรียบร้อยก่อนจะนำไปทาสีต่อไป 

2. การทำความสะอาด

หลังจากที่เตรียมพื้นผิวไม้เรียบร้อยแล้ว ควรจะทำความสะอาดไม้ให้แห้งและสะอาด โดยกำจัดฝุ่น รา หรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ ออกให้หมดเสียก่อนนำมาใช้งาน

3. การลงสีรองพื้น

สำหรับไม้แบบโปร่งแสงเพื่อเป็นการป้องกันมอด ปลวกหรือสัตว์กัดกินเนื้อไม้อื่นๆ ให้ทำการทาน้ำยารักษาเนื้อไม้ก่อน แต่ถ้าหากเป็นแบบทึบแสงให้ทำการลงน้ำยารองพื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา อย่างน้อย 1-2 เที่ยว ซึ่งสำหรับบางท่านอาจมีข้อสงสัยว่าไม่ทาได้หรือไม่ จริง ๆ ไม่ทาก็ได้ แต่ประมาณ 2 ปีท่านจะต้องทาสีใหม่และการทาสีอีกครั้งซึ่งต้นทุนค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงควรทาให้ครบตามระบบสีจะดีกว่า

4. การทาสีจริง 

สีโปร่งแสง แนะนำให้ใช้สีจำพวกสีเคลือบหรือสีย้อมไม้ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน เช่น ต้องการโชว์เนื้อไม้หรือความต้องการสีให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดนั่นเอง

สีทึบแสง เลือกใช้พวกสีน้ำมัน ที่ค่อนข้างให้ความเงางาม แต่ก็มีข้อควรระวังในการทาคือระยะเวลาในการแห้งประมาณ 6-8 ชั่วโมง ดังนั้นหากทาซ้ำอีกรอบต้องรอตามระยะเวลาที่กำหนด 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับการเลือกสีทาไม้ ที่จะช่วยให้ท่านทราบและเข้าใจถึงชนิดของสี การเลือกใช้สี ตลอดจนวิธีการใช้งานสีทาไม้ เพื่อช่วยให้ท่านได้นำไปพิจารณาและประยุกต์ใช้กับบ้านของท่านให้ดูดี มีสไตล์ได้อย่างลงตัว  

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร