Baania
เลือกจังหวัด
ประเภทประกาศ
ประเภทอสังหา
ห้องนอน
ราคา

เลือกสีทาภายในอย่างไรให้บ้านสวยสดใส

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

สีทาบ้านเป็นสิ่งที่ช่วยให้บ้านของเรามีสีสันสวยงาม สร้างบรรยากาศให้บ้านน่าอยู่ ซึ่งหลายคนอาจจะมีสีที่ต้องการไว้ในใจอยู่แล้ว แต่พอถึงเวลาไปเลือกซื้อจริงก็อาจเกิดความลังเล เพราะเมื่อทาไปแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และจะติดอยู่กับบ้านอีกไปเป็นสิบปี อีกทั้งยังต้องเลือกสีทาภายในบ้านให้ถูกประเภทเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นภายในอนาคตอีกด้วย

1. ความต่างจากสีทาภายนอก

สีทาภายในกับสีทาภายนอกแน่นอนว่ามีความแตกต่างกัน โดยสีทาภายในจะเป็นสีที่ใช้สำหรับงานภายในตัวบ้านหรืออาคารเท่านั้น ระหว่างที่สีทาบ้านภายนอกจะใช้สำหรับงานนอกตัวบ้านหรือนอกอาคาร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วทั้งสีทาภายในและภายนอกจะนิยมใช้สีอะคริลิค เนื่องจากสามารถใช้ทากับหลายโครงสร้างได้ อาทิ ผนังปูน พื้นผิวซีเมนต์ แต่โดยปกติแล้วสีทาภายนอกมักจะมีราคาสูงกว่าสีทาภายในเพราะสีทาภายนอกต้องมีความทนทานต่อสภาพอากาศ ความร้อน แสงแดด ความชื้น และมีอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่าสีทาภายใน

ความต่างจากสีทาภายนอก

2. ลักษณะของสีทาบ้าน

สำหรับประเภทของสีทาบ้านจะแตกต่างกันไปตามวัสดุและกรรมวิธีที่ใช้ในการผลิต รวมถึงคุณสมบัติในการนำไปใช้งาน สีทาบ้านแต่ละชนิดจะมีความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกัน ผู้ใช้จะต้องเลือกซื้อสีทาบ้านให้ถูกกับลักษณะการใช้งานมากที่สุดถึงจะได้งานที่ออกมามีคุณภาพ โดยสีทาบ้านสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ได้แก่ สีอะคริลิค สีทาไม้ สีน้ำมัน และสีงานเหล็ก

ความแตกต่าง

3. คุณสมบัติพิเศษ

ในส่วนของคุณสมบัติพิเศษของสีต่าง ๆ มาเริ่มจากสีอะคริลิคกันก่อน เป็นสีทาบ้านที่ช่างทาสีนิยมใช้มากที่สุด สีประเภทนี้เหมาะกับการทาผนังคอนกรีตหรือกำแพงซีเมนต์ ซึ่งสีอะคริลิคมีคุณสมบัติที่ติดแน่นทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี ไม่ว่าจะฝนตก แดดออก ลมแรงแค่ไหนก็ยังอยู่ทน อีกทั้งยังสามารถต้านทานเชื้อราและความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ต่อมาเป็นสีทาไม้ เป็นสีอีกประเภทที่นิยมใช้ในการตกแต่งบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าเหมาะกับงานไม้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ พื้นไม่หรือผนังไม้ล้วนใช้สีทาไม้ทั้งสิ้น โดยสีทาไม้จะมีคุณสมบัติให้ความเงางามและช่วยให้สีไม้ดูสดใสมากยิ่งขึ้น 

ถัดมาเป็นสีน้ำมัน สีชนิดนี้เมื่อทาแล้วจะค่อนข้างสวยงามเพราะมีความเงาวาววับสะท้อนแสง ทำให้ได้รับความนิยมนำไปทาประตูรั้วบ้าน ราวโลหะ หรือประตูรั้ว แต่จะมีข้อเสียในเรื่องของความแห้งช้า และมีราคาค่อนข้างสูงกว่าสีชนิดอื่น ๆ 

ปิดท้ายด้วยสีงานเหล็ก สีชนิดนี้ก็เหมาะกับงานเหล็กทุกประเภท ซึ่งทุก ๆ โครงสร้างงานจะต้องมีเหล็กเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว หากจำเป็นต้องใช้สีทาเหล็กส่วนใหญ่ก็เพื่อนำมาตกแต่งหรือเพื่อเคลือบให้สวยงามนั่นเอง

คุณสมบัติพิเศษ

4. สีกึ่งเงาและสีเงา

สำหรับสีชนิดเงาที่เรามักพบเจอส่วนใหญ่จะเป็นสีจำพวกสีน้ำมันหรือสีอุตสาหกรรม โดยสีชนิดนี้จะให้ความเงางามที่สวยงาม สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งส่วนใหญ่จะพบเจอได้ตามงานโครงสร้างต่าง ๆ งานผนังกันเปื้อนตามห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล เป็นต้น 

ระหว่างที่สีชนิดกึ่งเงาจะมีความเงาน้อยกว่าสีชนิดเงา 1 ระดับ ส่วนใหญ่มักจะใช้กับพวกผลิตภัณฑ์สีน้ำทาอาคาร โดยสีกึ่งเงาจะใช้ทาบนพื้นผิวปูน หากใช้ทาภายนอกเมื่อโดนแสงแดดจะทำให้บ้านดูสวยงาม สะท้อนแสง แต่หากพื้นผิวของอาคารไม่เรียบ การทาสีกึ่งเงาจะไม่น่ามองเลยทีเดียว ทำให้สีกึ่งเงานิยมใช้ทาภายในมากกว่า เพราะสามารถทำความสะอาดพื้นผิวได้ง่าย

สีกึ่งเงาและสีเงา

5. เหมาะกับระดับแสงในบ้าน

ก่อนจะเลือกซื้อสีทาภายในบ้าน เราต้องสำรวจก่อนว่าจะเอาไปทาส่วนใด เมื่อรู้ระดับแสงสว่างภายในบ้านแล้ว หากมีแสงน้อยก็ควรเลือกใช้สีโทนสว่าง เช่น สีขาว สีฟ้า หรือสีชมพู เป็นต้น เพราะหากใช้โทนสีเข้มจะยิ่งทำให้บ้านมืดทึบ ดูแคบไม่น่าอยู่

เหมาะกับระดับแสงในบ้าน

6. โทนสีของเฟอร์นิเจอร์

โทนสีที่เรียบง่ายจะช่วยทำให้บ้านดูสบายตา ปลอดโปร่ง ไม่รู้สึกอึดอัด แต่ถึงก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกสีอะไรก็ได้เพราะการเลือกสีทาบ้านที่เข้ากับโทนของเฟอร์นิเจอร์จะช่วยทำให้บ้านน่าอยู่มากยิ่งขึ้น อาทิ หากเฟอร์นิเจอร์เป็นโทนสีขาว น้ำตาล ก็สามารถใช้สีทาบ้านโทนสีเบจให้ดูสวยงามอบอุ่น หากเฟอร์นิเจอร์เป็นโทนขาวดำก็สามารถเลือกใช้สีทาบ้านโทนสีเทา เพื่อให้บ้านดูโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

โทนสีของเฟอร์นิเจอร์

7. วิธีเลือกสีโปรดสำหรับห้องโปรด

นอกจากนี้การเลือกใช้สีให้เหมาะกับห้องต่างๆก็มีความสำคัญเช่นกัน เช่น ห้องนั่งเล่นควรเลือกใช้สีโทนสบายตา มีความสว่าง ผ่อนคลาย เช่น สีครีม สีขาว สีชมพูอ่อน เป็นต้น จะช่วยให้ห้องนั่งเล่นน่านั่งมากยิ่งขึ้น 

  • ห้องนั่งเล่นควรเลือกใช้สีโทนสบายตา มีความสว่าง ผ่อนคลาย เช่น สีครีม สีขาว สีชมพูอ่อน เป็นต้น จะช่วยให้ห้องนั่งเล่นน่านั่งมากยิ่งขึ้น 
  • ห้องรับประทานอาหารควรใช้โทนสีที่ดูอบอุ่น เช่น สีส้มอ่อน สีเหลือง ช่วยให้รู้สึกอยากรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้น 
  • ห้องน้ำควรใช้สีที่ดูสดชื่น เช่นสีขาว สีฟ้าน้ำทะเล ทำให้ห้องน้ำดูสว่าง สดชื่น และกว้างมากยิ่งขึ้น 
  • สำหรับห้องนอนควรใช้โทนสีที่เหมาะสมเพราะเราใช้เวลาอยู่ในห้องนี้นานที่สุด ควรเลือกสีที่ดูอบอุ่น ผ่อนคลาย เช่น สีฟ้า สีเขียวอ่อน หรือสีเบจ เป็นต้น

เหมาะกับห้อง

8. ฮวงจุ้ย

ความเชื่อเรื่อง "สี" ตามหลักฮวงจุ้ยยังคงได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแต่ละสีนั้นก็มีความหมายที่แตกต่างกัน อาทิ 

  • สีขาวเหมาะกับคนทำธุรกิจความคิดสร้างสรรค์ การเสนอผลงาน ไอเดียแปลกใหม่ 
  • สีฟ้าและสีม่วงเป็นสีแห่งความร่ำรวย 
  • สีเขียวเป็นสีแห่งการเจริญเติบโตและสีแห่งสุขภาพ 
  • สีแดงหรือชมพูเป็นสีแห่งความมั่นคง ช่วยส่งเสริมเรื่องความรัก 
  • สีน้ำตาลหรือสีหม่นเป็นสีแห่งความมั่นคงในชีวิต มีรากฐานครอบครัวที่ดี 
  • สีเหลืองหรือสีทอง เป็นสีแห่งการศึกษาของคนในบ้าน ช่วยเรื่องความสำเร็จในการเรียน

ฮวงจุ้ย

9. จับคู่สี

การจับคู่สีเป็นวิชาศิลปะที่ทุกคนน่าจะทราบกันดี โดยเบื้องต้นจะมีแม่สี 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน เมื่อเอาไปผสมกันจะได้สีต่าง ๆ ออกมา ซึ่งเมื่อนำสีต่าง ๆ มาผสมจนได้สี 12 สีแล้วจะแบ่งครึ่งเป็นสีอุ่นและสีเย็น สีที่อยู่ตรงข้ามวงล้อสีจะเป็นสีที่คู่กัน ถ้านำมาใช้ร่วมกันจะเกิดความสดใส ให้พลังความจัดของสีซึ่งกันและกัน และเกิดการตัดกันอย่างมาก

จับคู่สี

10. ทดลองสี

หลายครั้งที่เราทำการเลือกสีทาภายในบ้านแต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นสีที่ใช่จริง ๆ หรือเปล่า ปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์เป็นแอปพลิเคชันให้เราสามารถลองเข้าไปเล่น ลองออกแบบสี ตกแต่งห้องโทนสีต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ช่วยให้สามารถมองภาพรวมและเห็นตัวอย่างสีก่อนซื้อได้ ช่วยให้การออกแบบบ้านเป็นไปตามที่คิดมากยิ่งขึ้น

ทดลองสี

11. การทาสี

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการทาสีบ้านด้วยตนเอง ขั้นแรกต้องทำความสะอาดผนังโดยใช้ฟองน้ำหรือผงซักฟอกเพื่อทำความสะอาดฝุ่นและคราบต่าง ๆ ให้เรียบร้อยเสียก่อน จากนั้นใช้เทปปิดขอบหน้าต่าง ประตูและส่วนอื่น ๆ ที่เราไม่ต้องการให้โดยสีและค่อยนำออกเมื่อทาเสร็จแล้ว 
ทำการทาสีรองพื้นตามลักษณะผนังเพื่อให้พื้นผนังพร้อมสำหรับการทาสี ใช้แปรงลงสีบริเวณขอบประมาณ 2-3 นิ้ว จากนั้นใช้ลูกกลิ้งทาสีและเลื่อนเป็นรูป W โดยไม่ต้องยกลูกกลิ้ง ทาไปจนทั่วผนัง เมื่อเสร็จแล้วให้ลอกเทปและเก็บรายละเอียดขอบต่าง ๆ ที่เราปิดไว้ตอนแรกออก

การทาสี

12. การดูแล

การจะดูแลรักษาสีภายในตัวบ้านให้เป็นเรื่องง่ายนั้น ต้องย้อนไปดูถึงจุดเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนการทาสี กล่าวคือ ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนจะเริ่มลงมือละเลงสีลงไปบนตัวบ้าน โดยส่วนใหญ่มักจะตรวจสอบ ความเรียบของพื้นผิว การรั่วซึม รวมไปถึงหมั่นทำความสะอาดคราบสิ่งสกปรกออก เพื่อไม่ให้เกิดเป็นคราบฝังแน่นในอนาคต

การดูแล

หลังจากที่เราได้เริ่มรู้จักกับสีทาภายในบ้านประเภทต่าง ๆไปแล้วจะเห็นได้ว่าสีทาภายในบ้านมีหลายชนิดตามการใช้งานที่แตกต่างกัน มีหลายแบบและมีความสวยงามที่ไม่เหมือนกัน เราจึงต้องเลือกสีทาภายในบ้านให้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยคำนึงถึงคุณสมบัติของสีนั้น ๆ เป็นหลักเพื่อจะได้นำมาใช้งานได้อย่างถูกต้อง

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร