Baania
จังหวัด
ประเภทประกาศ
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
จำนวนห้องนอน
ราคา

สาเหตุที่แอร์ตัดบ่อยคืออะไรและแก้อย่างไร

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

จู่ๆ แอร์ในห้องก็ไม่ทำงาน ตัดเองซะดื้อๆ แอร์ตัดบ่อยนับเป็นปัญหากวนใจของใครหลายคน ยิ่งช่วงอากาศร้อนๆ แบบนี้ การได้ทำงานหรือพักผ่อนในห้องแอร์ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุด แต่ถ้าแอร์มีปัญหาแบบนี้ ย่อมไม่ดีแน่ สาเหตุที่แอร์ตัดบ่อยสามารถเกิดขึ้นได้ปกติ หากท่านไม่ได้มีการตรวจเช็ค หรือไม่ทราบสาเหตุของการเกิดปัญหาดังกล่าว วันนี้ทาง Baania ได้รวบรวมสาเหตุที่ทำให้แอร์ตัดบ่อย และวิธีการเช็คแอร์ด้วยตนเองแบบง่ายๆ มาฝากทุกท่าน 

สาเหตุที่แอร์ตัดบ่อย

แอร์ตัดบ่อย ปัญหากวนใจของใครหลายคน สาเหตุที่ทำให้แอร์ตัดบ่อย มักเกิดจากสาเหตุ ดังนี้

1. แอร์เสีย

แอร์เสีย อาจจะเกิดจากแอร์ของท่านหมดอายุการใช้งาน ในกรณีนี้ท่านอาจจะให้ช่างแอร์ที่มีประสบการณ์เข้ามาตรวจสอบดู ว่าต้องมีการเปลี่ยนหรือแก้ไขอย่างไรบ้าง หรือหากแอร์ของท่านเก่าและใช้งานมานานหลายปี อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแอร์ตัวใหม่

2. แอร์สกปรก

หากท่านไม่ได้ล้างแอร์มาเป็นเวลานาน ฝุ่นละอองหรือคราบสกปรกต่างๆ สามารถเข้าไปอุดตันตัวกรองจนเครื่องทำงานหนัก ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แอร์หยุดทำงานหรือแอร์ตัดนั้นเอง

3. ขนาด BTU

ขนาดของ BTU ใหญ่เกินกว่าห้อง หากห้องของท่านมีขนาดเล็ก แต่มีขนาด BTU ใหญ่เกินไป ส่งผลให้แอร์ทำงานปล่อยความเย็นเร็ว จึงตัดการทำงานเร็วตามไปด้วย  หากท่านพบปัญหาดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องซื้อแอร์ตัวใหม่หรือขยายห้องให้กว้างขึ้น สามารถแก้ไขง่ายๆ ด้วยการตั้งค่าแอร์ คือ การตั้งอุณหภูมิให้ต่ำลง เช่น 22-25 องศา เป็นต้น

4. เซ็นเซอร์แอร์เสีย

หากเซ็นเซอร์เสียจะทำให้เกิดความผิดพลาดในการอ่านอุณหภูมิห้อง จึงเป็นสาเหตุที่แอร์ตัดบ่อย เพราะระบบการทำงานของแอร์จะมีการอ่านค่าอุณหภูมิตามที่ตั้งค่าไว้ เช่น 24 องศา แต่อุณภูมิห้องเป็น 27 องศา

5. พัดลมคอยล์เย็นเกินไป

หากอุณภูมิภายนอกไม่ได้มีอากาศร้อนมาก แต่ท่านทำการเปิดแอร์ด้วยคำสั่งแรงพัดลมต่ำ หรือแรงพัดลมต่ำสุด จะทำให้อุณภูมิพัดลมคอยล์เย็นเกินไป จนเป็นน้ำแข็งที่บริเวณคอยล์ ระบบแอร์จึงตัดอัตโนมัติเพื่อป้องกันความผิดพลาดของระบบต่างๆ

6. ใส่น้ำยาแอร์มากเกิน

หากท่านใส่น้ำยาแอร์เพราะต้องการแก้ปัญหาแอร์ไม่เย็น หรือแอร์เย็นช้าในปริมาณมากเกินไป  จะทำให้เกิดแรงดันจนคอมเพรสเซอร์แอร์หยุดทำงาน นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้แอร์ตัดเช่นกัน

สาเหตุที่แอร์ตัดบ่อย

ขนาด BTU ที่มีผลต่อความเย็น

BTU หรือ British Thermal Unit คือขนาดทำความเย็นของแอร์ หรือเครื่องปรับอากาศ ซึ่งต้องมีการติดตั้งให้เหมาะสมกับขนาดของห้องจึงจะมีผลต่อความเย็นของแอร์ เพราะหากขนาด BTU ใหญ่หรือสูงเกินไป จะทำให้แอร์ตัดบ่อยเกินไป ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง หรือหากขนาด BTU ต่ำเกินไป จะทำให้คอมเพรสเซอร์มีการทำงานอยู่ตลอดเวลา และแอร์เสียเร็ว ขนาด BTU ที่เหมาะสมกับขนาดห้อง เช่นดังต่อไปนี้ 

  • ขนาดห้อง 12-15 ตร.ม. ขนาดของ BTU คือ 9,000 Btu/hr.  
  • ขนาดห้อง 16-20 ตร.ม. ขนาดของ BTU คือ 12,000 Btu/hr.  
  • ขนาดห้อง 24-30 ตร.ม. ขนาดของ BTU คือ 18,000 Btu/hr.
  • ขนาดห้อง 28 35 ตร.ม. ขนาดของ BTU คือ 21,000 Btu/hr.
  • ขนาดห้อง 32-40 ตร.ม. ขนาดของ BTU คือ 24,000 Btu/hr.
  • ขนาดห้อง 35-44 ตร.ม. ขนาดของ BTU คือ 25,000 Btu/hr.
  • ขนาดห้อง 40-50 ตร.ม. ขนาดของ BTU คือ 30,000 Btu/hr.
  • ขนาดห้อง 48-60 ตร.ม. ขนาดของ BTU คือ 35,000 Btu/hr.
  • ขนาดห้อง 80-100 ตร.ม. ขนาดของ BTU คือ 80,000 Btu/hr. 

ขนาด BTU ที่มีผลต่อความเย็น

วิธีการเช็คแอร์ด้วยตัวเอง

ท่านสามารถเช็คแอร์ที่บ้านหรือที่ทำงานได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้

1. เช็คขนาด BTU

เพราะขนาดทำความเย็นของแอร์ หรือเครื่องปรับอากาศ ต้องมีการติดตั้งให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความเย็นของแอร์ ถ้าขนาดของ BTU ใหญ่เกินไป จะทำให้แอร์ตัดบ่อย แต่ถ้าขนาด BTU ต่ำเกินไป ก็จะทำให้แอร์เสียเร็ว

2. เช็คจำนวนคนและอุณหภูมิห้อง

หากจำนวนคนในห้องมากเกินไป หรืออุณหภูมิภายนอกและในห้องมีอากาศร้อน จะยิ่งเป็นการแย่งอากาศหายใจระหว่างกัน  ส่งผลให้แอร์เย็นช้า ต้องใช้เวลาสักพักให้แอร์ค่อย ๆ เพิ่มความเย็น

3. เช็คการทำงานของคอมเพรสเซอร์

เช็คดูว่าคอมเพรสเซอร์มีการทำงานหรือไม่ หากมีการทำงานอยู่ แต่แอร์ก็ยังไม่เย็น ท่านอาจลองสับเบรกเกอร์ของแอร์อีกรอบ ถ้ายังไม่ติดและไม่มีการทำงานใด ๆ ควรรีบแจ้งช่างแอร์ทันที

4. เช็ครีโมทแอร์

การเช็ครีโมทเพื่อดูการตั้งค่าที่ตั้งไว้ หากท่านตั้งค่ารีโมทไว้ที่พัดลม ต้องมีการปรับการตั้งค่าใหม่ ไม่เช่นนั้นแอร์จะเย็นช้า

5. เช็คน้ำยาแอร์รั่ว

หากแอร์มีน้ำแข็งเกาะอยู่ และเกิดการรั่วซึมจะทำให้ระบบความเย็นไม่ทำงาน มีแต่ลมที่ลอยออกมา การเช็คน้ำยาแอร์รั่วสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง เช่น สังเกตว่ามีน้ำไหลรั่ว หรือคราบเปื้อนบริเวณท่อแอร์หรือไม่ อีกวิธีคือ การนำแปรงไปจุ่มฟองสบู่หรือน้ำยาล้างจาน แล้วนำไปทาบริเวณท่อแอร์ หากมีฟองอากาศขึ้นมา และเสียงลมที่ท่อแอร์ ก็เป็นสัญญาว่าน้ำยาแอร์รั่ว ต้องรีบทำการแก้ไขทันที

6. เช็คฟิลเตอร์ตัน

หากฟิลเตอร์ตันด้วยฝุ่นหรือคราบสกปรกต่างๆ เพียงแค่นำฟิลเตอร์ออกไปล้างทำความสะอาด เพียงแค่นี้แอร์ของท่านจะกลับมาทำงานและให้ความเย็นได้ตามปกติ

7. เช็คการล้างแอร์

หากท่านไม่ได้มีการล้างแอร์มานาน นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของแอร์ตัดและแอร์ไม่เย็น เพราะคราบสกปรก ฝุ่นละออง สะสมอยู่ในแผลงคอยล์ จึงทำให้ไม่สามารถระบายความร้อนและความเย็นได้สะดวก

8. เช็คสิ่งกีดขวางทางลมของแอร์

สิ่งกีดขวาง หรือตำแหน่งการติดตั้งแอร์อยู่ในจุดที่ไม่เหมาะสม อากาศที่ระบายออกมา ไม่ทั่วถึงภายในห้อง เช่น ฉากกั้นที่ทำให้ทางลมของแอร์กระจายเพียงจุดเดียว ติดตั้งแอร์ต่ำหรือสูงเกินไป เป็นต้น

วิธีการเช็คแอร์ด้วยตัวเอง

แอร์ตัดบ่อย ปัญหาน่ากังวลของหลายท่านๆ  ที่มักเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากแอร์เสีย แอร์เก่าใช้มานาน แอร์สกปรก เพราะไม่ได้ล้างแอร์มานาน ฟิลเตอร์ หรือแผงคอยล์ที่มีคราบสกปรกจากฝุ่นละอองต่างๆ เซ็นเซอร์แอร์เสีย หรือขนาดของ BTU ใหญ่เกินกว่าขนาดห้อง เพราะทำให้แอร์เย็นเร็ว จึงตัดการทำงานเร็ว การเช็คแอร์ด้วยตัวเองจึงเป็นประโยชน์อย่างมาก หากรู้ถึงสาเหตุก็จะทำให้ง่ายต่อการซ่อมแซมหรือแก้ไข   

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร