12 วิธีประหยัดไฟบ้าน ทำอย่างไรให้ค่าไฟไม่เกินงบ

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ค่าไฟเป็นปัญหาหลักสำหรับหลาย ๆ ครอบครัว เพราะเมื่อบิลค่าไฟส่งถึงที่บ้าน ก็ต้องพบว่าค่าไฟเดือนนี้เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดือนที่แล้ว จากเคยเพิ่มขึ้นแค่หลักร้อย แต่เมื่อถึงหน้าร้อนของทุกปี บ้านบางหลังมีค่าไฟปรับเพิ่มสูงขึ้นถึงหลักพัน จนส่งผลกระทบต่อปัญหาการเงินในครอบครัว สาเหตุหลักอาจจะมาจากการใช้ไฟฟ้าสูงเกินความจำเป็น บทความนี้จะทำให้ค่าไฟรายเดือนของบ้านคุณถูกลง หากคุณทำตาม 12 วิธีประหยัดไฟ ดังนี้

วิธีตรวจเช็คค่าไฟบ้าน

ก่อนจะลดค่าไฟในแต่ละเดือนลงไปได้ การตรวจเช็คค่าไฟบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการเก็บค่าไฟของประเทศไทยเก็บแบบอัตราก้าวหน้า การใช้ไฟฟ้าสูงมากกว่าเดือนก่อนเพียงแค่นิดหน่อย ก็ส่งผลให้ค่าไฟปรับสูงขึ้นได้ การตรวจเช็คค่าไฟบ้านอยู่เสมอ จะทำให้คุณสามารถนำไปปรับตัว และหาวิธีประหยัดไฟมาใช้ได้ โดยในปัจจุบันนี้ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้เราสามารถเช็คค่าไฟบ้านได้ง่าย ๆ ผ่านทางแอพพลิเคชั่น ดังต่อไปนี้

  • แอพ Smart Life สำหรับการไฟฟ้านครหลวง พื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี
  • แอพ PEA Smart Plus สำหรับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พื้นที่ต่างจังหวัด 

เมื่อทราบแล้วว่าพื้นที่อาศัยของคุณต้องใช้แอพพลิเคชั่นอะไรในการตรวจเช็คค่าไฟ ก็ให้เริ่มดาวน์โหลด โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้

  1. ผู้ที่ใช้มือถือระบบ IOS ให้เข้าโหลดผ่านทาง App Store ส่วนผู้ใช้มือถือระบบ Android ดาวน์โหลดผ่านทาง Google Play Store
  2. พิมพ์ในช่องค้นหาว่า Smart Life (การไฟฟ้านครหลวง) หรือ PEA Smart Plus (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) แล้วกดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น
  3. เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ให้ผู้ใช้งาน ลงทะเบียน และกรอกข้อมูลพื้นฐานที่มีความจำเป็น เพื่อเริ่มต้นเข้าใช้งานแอพพลิเคชั่น
  4. เข้าใช้แอพพลิเคชั่น โดยเลือกเมนูตรวจสอบค่าไฟ จะมีการอัพเดทค่าไฟในแต่ละเดือนให้ได้รับทราบผ่านทางแอพพลิเคชั่นอยู่เสมอ 

วิธีตรวจเช็คค่าไฟวิธีคำนวณค่าไฟบ้าน

การคำนวณค่าไฟบ้าน ทำให้เราสามารถคาดคะเนค่าไฟในแต่ละเดือนได้แม่นยำขึ้น หากคุณคำนวณค่าไฟบ้านควบคู่ไปกับการทำตามวิธีประหยัดไฟ จะยิ่งเห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม จนคุณเริ่มสังเกตเห็นได้ว่า ค่าไฟจะมีปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

สูตรคำนวณค่าไฟ (จากการไฟฟ้านครหลวง มีวิธีคำนวณดังนี้) 

กำลังไฟฟ้า (จำนวนวัตต์ ) x จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ÷ 1000 x จำนวนชั่วโมงที่ใช้ใน 1 วัน = จำนวนหน่วยต่อวัน (ยูนิต)

ตัวอย่าง

เครื่องปรับอากาศ จะต้องใช้กำลังไฟถึง 2,000 วัตต์ เมื่อเปิดใช้งานจำนวน 2 เครื่อง เป็นระยะเวลากว่า 6 ชั่วโมง
วิธีคำนวณ: กำลังไฟฟ้า 2,000 วัตต์ x 2 เครื่อง ÷ 1000 x 6 ชั่วโมง สรุป 1 วัน = 24 ต่อวัน (24 x 30 = 720 หน่วย)

อัตราการคิดค่าไฟและบริการ

  • 150 หน่วยแรก (1-150) คิดเป็นราคาหน่วยละ 3.2484 บาท
  • 250 หน่วยต่อไป (151-400) คิดเป็นราคาหน่วยละ 4.2218 บาท
  • มากกว่า 400 หน่วย (ตั้งแต่ 401 ขึ้นไป) คิดเป็นราคาหน่วยละ 4.4217 บาท

คำนวณค่าไฟวิธีอ่านมิเตอร์

การอ่านมิเตอร์จะทำให้คุณควบคุมการใช้ไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับการทำตามวิธีประหยัดไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ยิ่งถ้าในช่วงเดือนเมษายนหากอ่านมิเตอร์ถูกวิธีจะทำให้ประหยัดไฟช่วงหน้าร้อนได้อย่างแน่นอน แต่หากอ่านมิเตอร์ผิด อาจจะทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมได้ วันนี้เราจึงมีวิธีอ่านมิเตอร์มาแนะนำ โดยยกตัวอย่างจากมิเตอร์ขนาด 15/45 ซึ่งเป็นมิเตอร์ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้งานกัน โดยมีวิธีการอ่านมิเตอร์ดังต่อไปนี้

  1. ให้สังเกตมิเตอร์ในวันที่ 1 ของทุกเดือน (มิเตอร์รุ่นนี้จะนับช่องสุดท้ายด้วย) สมมุติบนมิเตอร์แสดงตัวเลข 67900 ก็ให้จดบันทึกไว้อย่างครบถ้วน เพื่อนำไปเปรียบเทียบช่วงสิ้นเดือน
  2. ในช่วงทุก ๆ สิ้นเดือน ให้คุณมาอ่านค่าที่มิเตอร์เพื่อจดบันทึกอีกครั้ง สมมุติว่าตอนสิ้นเดือน มิเตอร์แสดงตัวเลข 67990 ก็ให้จดบันทึกไว้ แล้วนำตัวเลขของสิ้นเดือน ไปลบกับตัวเลขของวันที่ 1  
  3. 67990 - 67900 = 90 หน่วย เท่ากับเดือนนี้ ใช้งานไฟฟ้าไปทั้งหมด 90 หน่วย 

วิธีอ่านมิเตอร์12 วิธีประหยัดไฟบ้าน

ประหยัดไฟบ้านได้ง่าย ๆ เริ่มต้นทำได้ทันที ด้วยวิธีประหยัดไฟที่จะทำให้ค่าไฟบ้านคุณลดลงได้อย่างเห็นผลทันใจ ดังต่อไปนี้

1. ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น

สำรวจว่าในบ้านของคุณมีไฟดวงไหนบ้างที่มีความจำเป็นต้องใช้งาน ให้เลือกปิดไฟดวงที่ไม่มีประโยชน์ ในช่วงกลางคืนให้เปิดแค่ไฟหน้าบ้านและในบ้านเพียงบางดวง จะช่วยประหยัดค่าไฟได้

ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น2. ใช้แอร์อย่างประหยัด

ให้เปิดแอร์เฉพาะช่วงที่รู้สึกว่าอากาศร้อนมากจริง ๆ และเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ เพียงแค่ 25 องศา ก็ทำให้อากาศเย็นมากเพียงพอแล้ว

ใช้แอร์อย่างประหยัด3. ถอดปลั๊กไฟเมื่อไม่ใช้งาน

ถึงแม้จะไม่ได้ใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่กระแสไฟฟ้าจะยังคงไหลเวียนอยู่เสมอ หากเราไม่ถอดปลั๊กไฟออก

ถอดปลั๊กไฟ4. จัดระเบียบตู้เย็น

เมื่อเราสะสมของกินไว้ในตู้เย็นเป็นจำนวนเยอะ ๆ ทำให้ตู้เย็นกินไฟเพิ่มขึ้น จึงควรจัดระเบียบตู้เย็นให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ จะช่วยประหยัดพลังงานได้อีกเยอะ

จัดระเบียบตู้เย็น5. ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นแบบประหยัด

ถ้าอากาศไม่ได้หนาวจนเกินไป ก็ไม่จำเป็นต้องใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่น และเลือกปรับความร้อนของเครื่องทำน้ำอุ่นแบบพอเหมาะ

เครื่องทำน้ำอุ่น6. ลดการใช้เครื่องดูดฝุ่น

พื้นกระเบื้องให้ใช้ไม้กวาดทำความสะอาดแทน ส่วนพรมใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด และใช้งานเพียงเดือนละ 2-3 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว      

เครื่องดูดฝุ่น7. ใช้พัดลมอย่างประหยัด

เลือกเปิดความแรงของพัดลมอย่างเหมาะสม และให้ปิดพัดลมทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน หากช่วงไหนที่ลมพัดดี ก็เปิดหน้าต่างรับลมแทน

พัดลม8. ใช้โทรทัศน์อย่างประหยัด

ไม่ควรเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้หากคุณไม่ได้ดู โทรทัศน์ยิ่งมีขนาดหน้าจอใหญ่ก็จะกินไฟมากขึ้น จึงควรปรับแสงของหน้าจอให้มีความสว่างพอเหมาะ

โทรทัศน์9. งดการใช้ที่โกนหนวดไฟฟ้า

ที่โกนหนวดแบบธรรมดาที่ไม่ต้องพึ่งพลังงานไฟฟ้า ก็โกนหนวดให้สะอาดหมดจดได้

ที่โกนหนวดไฟฟ้า10. ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้น้อยลง

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้จำเป็นมากนัก เช่น เครื่องปั่น ไมโครเวฟ หรือกระทะไฟฟ้า หากเลี่ยงการใช้งานได้จะช่วยประหยัดไฟได้มาก

ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้น้อยลง11. ใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์

หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์จะช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดไฟทั่วไปถึง 75 เปอร์เซ็นต์ แถมยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดไฟชนิดอื่น ๆ

หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์12. ใช้เครื่องเสียงอย่างเหมาะสม

เปิดเครื่องเสียงในช่วงที่ต้องการใช้งาน และปรับระดับความดังอย่างพอเหมาะ เพราะถ้ายิ่งเปิดเสียงดังจะยิ่งกินไฟสูง เป็นอีกสาเหตุที่ค่าไฟแพง
เครื่องเสียงเมื่อคุณได้ลองทำตามวิธีประหยัดไฟที่ได้นำเสนอไปในบทความนี้ พอเดือนถัดไปเมื่อบิลค่าไฟมาส่งที่บ้านคุณ การันตีได้เลยว่า ยอดค่าไฟจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหมาะกับการนำไปปรับใช้ในช่วงหน้าร้อนของทุกปี จะทำให้ประหยัดไฟช่วงหน้าร้อนไปได้เยอะ เพียงแค่ตรวจเช็คค่าไฟบ้าน คำนวณค่าไฟ อ่านมิเตอร์ และปฏิบัติตามวิธีประหยัดไฟอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนี้ปัญหาเรื่องค่าไฟจะกลายเป็นเรื่องเล็กสำหรับคุณ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร