Baania
จังหวัด
ประเภทประกาศ
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
จำนวนห้องนอน
ราคา

วัดความสำเร็จจากเล็กสู่ใหญ่ ‘เฮเฟเล่ ไทย’

24/1/2019
x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

เฮเฟเล่ที่มีจุดเริ่มต้นโดยชายหนุ่มสองคน Adolf Hafele และ Hermann Funk ที่ตัดสินใจตั้งร้านจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ขึ้นในปี 1923 ที่เมือง Aulendorf ประเทศเยอรมนี ด้วยความเชี่ยวชาญการจัดหาสินค้าให้กับช่างไม้ ช่างต่อตู้และโต๊ะเฟอร์นิเจอร์จนเป็นที่ยอมรับและสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจจากนั้นได้รุกออกไปตั้งสำนักงานขายในต่างประเทศ หนึ่งในนั้นมีประเทศไทยอยู่ในแผนที่ของการลงทุน

จนถึงวันนี้ 96 ปีของการออกเดินในตลาดเยอรมนี และนับเป็น 25 ปีในไทย โมเดลและแนวทางการทำงานยังคงสไตล์ไว้อย่างชัดเจนนั่นคือ ก้าวจากเล็กสู่ใหญ่ ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ เติบโต โดยมองที่ความยั่งยืนของธุรกิจเป็นหลัก

นอกจากนี้ การสร้างสินค้านวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดก็เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยแห่งความสำเร็จ ด้วยยอดขายที่ไทยทำได้สามารถรั้งอันดับหนึ่งในเอเชีย เหนือกว่า เฮเฟเล่ในอินเดียและเวียดนาม และเมื่อมองในภาพใหญ่เฮเฟเล่ในไทยก้าวสู่อันดับ 3 ได้สำเร็จ เป็นรองแค่เบอร์หนึ่งในตลาดคือ สหรัฐอเมริกา และเบอร์สองรองลงมาคืออังกฤษ

ทั้งนี้ ยอดขายในไทยในปี 2561 อยู่ที่ 3,700 ล้านบาท ส่วนในปี 2562 ตั้งเป้าขยับยอดขายให้ถึง 4,000 ล้านบาท มียอดขายมาจาก 4 หมวดหลักๆ ได้แก่ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ 50% สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ 30% เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว 15% อุปกรณ์ช่าง เครื่องมือต่างๆ อีก 5%

ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเติบโตนั้น นายโฟลเคอร์ เฮลสเติร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เฮเฟเล่ในไทยเป็นการเติบโตจากเล็กๆ ออฟฟิศตั้งอยู่ถนนพระราม 3 เพื่อสร้างตลาด และรากฐานที่มั่นคงก่อน จากนั้นจึงเริ่มนำเสนอเซอร์วิสใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการ รวมถึงนวัตกรรม และดีไซน์ในตัวสินค้า โดยมีรายการสินค้าที่นำเสนอมากกว่า 20,000 รายการ 

อีกส่วนมาจากการลงทุนเพิ่ม ทั้งเฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ สุขุมวิท การรุกสร้างสตูดิโอที่เชียงใหม่ การสร้างร้านค้าออนไลน์ www.hafeleshop.com

ขณะที่การลงทุนในปี 2562 กว่า 450 ล้านบาท ทำทั้งในส่วนการคลังสินค้าบนถนนบางนา-ตราด บนพื้นที่ 14,000 ตารางเมตร จะทำให้รองรับสินค้าคงคลังได้มากขึ้น คิดเป็นมูลค่าถึง 1,250 ล้านบาท หรือมีสต๊อกสินค้ามากกว่า 25,000 รายการ นับเป็นสินค้ากว่า 45,000 รายการ สำหรับกระจายไปยัง 6 โชว์รูมทั่วประเทศ ได้แก่ สุขุมวิท 64  สาขาบางโพธิ์ พัทยา หัวหิน ภูเก็ต และเชียงใหม่

ถึงวันนี้ ฮาเฟเล่ ยังคงให้น้ำหนักกับตลาด B2B เป็นหลัก หรือคิดเป็น 95% ที่เหลืออีก 5% เป็นตลาด B2C ซึ่งผู้บริหารยอมรับว่า แม้จะอยู่ในตลาดไทยเป็นเวลา 25 ปี แต่ตลาด B2C ยังเพิ่งเริ่มต้นอย่างจริงจังในปีนี้ หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการรุกเข้าตลาดออนไลน์ นอกจากการลงทุนเพื่อขยายคลังสินค้า ในอีกด้าน เฮเฟเล่ ยังเตรียมลงทุนในระบบ SAP อีก 200 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้การบริหารจัดการที่เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

การลงทุนและปรับกระบวนการดังกล่าวก็เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคผ่านสตูดิโอ เร่งยอดขายให้เติบโตในช่องทางหลักๆ ได้แก่ ร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ และที่สำคัญการขายกับโครงการพัฒนาต่างๆ

“ในปีนี้ทิศทางตลาดอสังหาฯ เป็นไปในทางบวก โดยเฉพาะกลุ่มสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม โดยบริษัทมุ่งนำเสนอไอเดียสินค้า รวมถึงสินค้าในกลุ่มที่เป็นกรีนโปรดักต์ให้มากขึ้น เพื่อเป้าหมายสร้างการเติบโตให้ได้ 10% ในปีนี้” นายเฮลสเติร์น กล่าว 

 

24/1/2019

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร