16 วิธีล้างผักให้สะอาด และปลอดภัย

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ก่อนนำผักมาปรุงอาหารต้องล้างผักให้สะอาด เป็นสิ่งที่ได้ยินมา และควรจะปฏิบัติตาม เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าผักที่ซื้อมาจากตลาด หรือห้างสรรพสินค้านั้นมีความสะอาดมากน้อยเพียงใด ซึ่งเรื่องความสะอาดของผักนั้นบางครั้งอาจจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ตกค้างอยู่บนพืชผักที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้นการล้างผักอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากก่อนการนำผักมาบริโภคทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นผักที่ซื้อมาจากไหนก็ตาม

ทำไมต้องล้างผักก่อนบริโภค

การล้างผักทุกชนิด ทุกแหล่งที่มาก่อนนำมาทานนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำทุกครั้งโดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะว่านอกจากความสกปรกจากดินโคลน และเชื้อโรคแล้ว ผักยังมีความเสี่ยงที่จะมีสารพิษ หรือสารต่างๆ ที่อาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกายติดค้างมาในผักนั้นมีความเป็นไปได้สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ หรือตั้งใจของเกษตรกรในช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิต มีการฉีดยาเพื่อให้ผลผลิตสวยงาม ทำให้มียาฆ่าแมลง หรือสารที่ก่อให้เกิดอันตรายติดค้างมาในผัก

ส่วนอีกหนึ่งกรณีที่ทำให้เกิดสารตกค้างในผักคือความเอาเปรียบของผู้ค้าที่ต้องการให้ผักนั้นคงความสดเป็นเวลานานกว่าปกติ จึงมีการเอาสารอันตรายบางประเภทมาฉีดพ่นลงบนผัก ทำให้ผักเหล่านั้นมีสารพิษต่างๆ ติดมาด้วยนั่นเอง

ล้างผักก่อนบริโภค

โรคที่เกิดขึ้นจากการทานผักไม่สะอาด

ผักไม่สะอาดในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผักเปื้อนดินโคลนเพียงงอย่างเดียว ยังหมายถึงผักที่ปนเปื้อนสารพิษต่างๆ แล้วไม่ได้ทำความสะอาดก่อนบริโภค การบริโภคผักไม่สะอาดเหล่านี้จะทำให้เกิดอาการท้องเสีย และอาหารเป็นพิษ ในกรณีที่ผักมีการปนเปื้อนของดินโคลน หรือเชื้อโรคต่างๆ แต่ถ้าเป็นการปนเปื้อนของสารเคมี ไม่ว่าจะการตกค้างของยาฆ่าแมลง รวมไปถึงสารเคมีอื่นๆ นั้น ในระยะสั้นจะทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด อาเจียน ปากชา ลิ้นชา ส่วนในระยะยาวจะทำให้เกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้แบบไม่ทราบสาเหตุ โรคอัลไซเมอร์ โรคกระเพาะอาหาร โรคมะเร็ง เป็นต้น

โรค

15 วิธีการล้างผักให้สะอาดปลอดภัย

การล้างผักให้สะอาดและปลอดภัยสามารถทำได้หลากหลายวิธีการ ตามแต่ความสะดวก และความเหมาะสมของผู้บริโภคเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามควรล้างผักทุกครั้งก่อนนำมาประกอบอาหาร 

    1. การแช่น้ำ เป็นวิธีการง่ายที่สุดในการล้างผัก ซึ่งเริ่มต้นโดยล้างผักทั้งต้นให้สะอาด หมดคราบดินโคลน จากนั้นให้เด็ดผักออกเป็นใบ และนำมาแช่น้ำในภาชนะที่เตรียมไว้ประมาณ 15 นาที 
    2. การล้างผักโดยให้น้ำไหลผ่าน การล้างผักด้วยวิธีนี้คือการเด็ดผักออกมาเป็นใบๆ แล้วใส่ภาชนะที่โปร่ง น้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวก อย่างเช่นตะกร้า หรือตะแกรง จากนั้นเปิดน้ำให้แรงพอประมาณใส่ผัก วิธีการนี้ต้องใช้มือคลี่ใบผัก และถูไปมาบริเวณผิวของใบด้วยเพื่อช่วยในการทำความสะอาด วิธีล้างแบบน้ำไหลผ่านจะช่วยกำจัดการตกค้างที่ใบของสารพิษต่างๆ ได้ดีพอสมควร ส่วนข้อเสียของวิธีนี้คือค่อนข้างเปลืองน้ำ 
    3. ปอกเปลือกก่อนค่อยล้าง พืชผักบางชนิดที่ไม่จำเป็นต้องกินทั้งเปลือก หรือมีลักษณะที่ติดกันมีใบชั้นนอกหุ้มอยู่อย่างเช่น แครอท กะหล่ำปลี สามารถปอกเปลือก หรือลอกใบชั้นนอกทิ้งก่อนได้ เพราะสารตกค้างจะติดอยู่ที่เปลือก หรือใบชั้นนอก เมื่อปอกเปลือกเสร็จแล้วให้นำไปแช่น้ำประมาณ 20 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง 
    4. การลวกหรือต้ม การที่ลวกผักด้วยน้ำร้อนจะสามารถลดสารพิษตกค้างได้ถึง 50% แต่ก่อนที่จะนำผักไปลวกนั้นต้องล้างให้สะอาดก่อน และเมื่อต้มเสร็จแล้วควรเทน้ำทิ้ง แล้วเปลี่ยนน้ำใหม่ก่อนที่จะประกอบอาหารต่อไป 
    5. ล้างผักด้วยน้ำซาวข้าว เป็นการนำน้ำซาวข้าวมาแช่ผักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง 
    6. ล้างผักด้วยน้ำเกลือ เตรียมน้ำเกลือด้วยการใช้เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับน้ำประมาณ 4 – 5 ลิตร จากนั้นแช่ผักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แต่วิธีนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะจะทำให้ผักมีรสเค็มมากขึ้น 
    7. ใช้น้ำปูนใสล้างผัก น้ำปูนใสคือการผสมน้ำกับปูนแดง หรือปูนกินหมาก น้ำจะมีสีแดงอมส้ม มีลักษณะใส เมื่อได้น้ำปูนใสแล้วให้นำผักมาแช่ประมาณ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ก็จะช่วยลดสารพิษที่ตกค้างในผักได้มากพอสมควร 
    8. การใช้ด่างทับทิม วิธีการนี้ให้ใช้ด่างทับทิมประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำประมาณ 4 ลิตร แล้วนำผักมาแช่ไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดอีกครั้ง แต่วิธีการนี้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ไม่ควรใส่ด่างทับทิมเยอะเกินไป เพราะจะเป็นอันตรายต่อระบบทาเดินอาหาร รวมไปถึงไม่ควรให้เข้าตาอย่างเด็ดขาด 
    9. ใช้ผงปูนคลอรีน เป็นการล้างผักที่ได้ผลในการกำจัดสารตกค้างเป็นอย่างมาก วิธีการคือนำผงปูนคลอรีนความเข้มข้น 60% ครึ่งช้อนชา ผสมกับน้ำ 20 ลิตร จากนั้นนำผักมาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 
    10. ใช้เบกกิ้งโซดา เบกกิ้งโซดาเป็นส่วนผสมที่จำเป็นสำหรับการทำขนมปัง แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าสามารถใช้ทำความสะอาดผักได้เป็นอย่างดี และกำจัดสารตกค้างต่างๆ ได้เกือบ 100% เลยทีเดียว วิธีการเพียงแค่นำเบกกิ้งโซดาประมาณครึ่งช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 10 ลิตร แล้วแช่ผักทิ้งไว้ 15 นาที เมื่อครบเวลาแล้วให้ล้างผักด้วยน้ำสะอาดอีก 2 ครั้ง 
    11. ล้างผักด้วยน้ำส้มสายชู ใช้น้ำส้มสายชู 5% ซึ่งคือน้ำส้มสายชูสำหรับทำอาหารทั่วไปผสมกับน้ำในอัตราน้ำส้มสายชู 1 ส่วน น้ำ 10 ส่วน แล้วแช่ผักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แต่การล้างผักด้วยวิธีนี้ภาชนะไม่ควรเป็นพลาสติก เนื่องจากน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์กัดกร่อนเล็กน้อย รวมไปถึงผักบางชนิดอย่างเช่น ผักกาดต่างๆ จะดูดความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูเข้าไป
    12. ล้างผักด้วยน้ำยาล้างขวดนม การใช้น้ำยาล้างขวดนมในการล้างผักนั้นสามารถทำได้ เนื่องจากน้ำยาล้างขวดนมนั้นมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ เพียงใช้ฟองน้ำที่บีบน้ำยาล้างขวดนมใส่ แล้วถูเบาๆ ที่ผัก เพียงเท่านี้ก็สามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ได้มากกว่า 90%
    13. ใช้ผงฟู ผงฟูนั้นคือเบกกิ้งโซดาในรูปแบบหนึ่ง การใช้ผงฟูล้างผักจึงใช้วิธีการเดียวกันกับการใช้เบกกิ้งโซดา คือนำผงฟูครึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 10 ลิตร แช่ผักทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง ซึ่งการใช้ผงฟูเป็นวิธีการที่ล้างสารพิษออกจากผักได้ประมาณ 90% และไม่มีอันตราย
    14. ใช้ผงถ่าน หลายคนอาจจะสงสัยว่าผงถ่านนั้นสามารถใช้ล้างผักเพื่อกำจัดสารตกค้างต่างๆ ได้อย่างไร ซึ่งผงถ่านนั้นมีองค์ประกอบของคาร์บอนที่สูงมาก ทำให้มีความสามารถในการดูดซับสารต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ผงถ่านจะดูดกลิ่น ดูดสี ดูดสารพิษที่จับอยู่ภายนอกของผักออกไป แต่จะไม่ดูดซับแร่ธาตุต่างๆ ในตัวผักออกไปด้วย และการใช้ผงถ่านไม่มีอันตรายต่อร่างกาย ส่วนวิธีการนั้นเพียงแค่ใช้ผงถ่าน 1 ช้อนชาผสมกับน้ำประมาณ 5 ลิตร แช่ผักทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
    15. ใช้น้ำยาล้างจาน หลายคนอาจไม่เชื่อว่าน้ำยาล้างจานสามารถใช้ล้างผักได้ แต่ถ้ามองตามหลักความเป็นจริงแล้วน้ำยาล้างจานนั้นมีความสามารถในการฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเพราะใช้ล้างจาน วิธีการล้างผักด้วยน้ำยาล้างจานเหมือนกับการล้างจานทั่วไป ต่างกันเพียงการถูผักนั้นต้องถูเบาๆ เมื่อล้างสะอาดดีแล้ว ให้ล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดอีก 1 ครั้ง
    16. ใช้น้ำยาล้างผักสำเร็จรูป การใช้น้ำยาล้างผักสำเร็จรูปเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่สะดวกรวดเร็ว และปลอดภัย ส่วนวิธีการนั้นก็แตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อที่เลือกใช้ แต่การเลือกน้ำยาล้างผักมาใช้ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ ก่อนใช้จึงควรอ่านวิธีการใช้ให้ละเอียด 

วิธีการล้างผักจากบทความนี้จะเห็นได้ว่าวิธีการล้างผักนั้นมีหลายวิธี การทำความสะอาดผักนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะว่าผู้บริโภคไม่มีทางรู้เลยว่าผักที่ซื้อมานั้นปนเปื้อนสารพิษอะไรมาบ้าง ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงควรล้างผักทุกครั้งก่อนบริโภค ซึ่งวิธีการล้างผักที่ได้แนะนำไปในบทความนี้ผู้อ่านสามารถเลือกนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสมและ รับรองว่าปริมาณสารตกค้างต่างๆ ที่มีอยู่ในผักจะลดลงมากอย่างแน่นอน

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร