ราชาเฟอร์รี่รุกเดินรถ ต่อยอดโตระยะยาว

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

นับเป็นอีกปีทองของการท่องเที่ยวไทย หลังจากในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าทะลุไปมากกว่า 1 ล้านล้านบาท จนมีการคาดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวใน ปีนี้จะสูงถึง 38 ล้านคน ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวทำให้มีการคาดการณ์ว่า ภาคการท่องเที่ยวปีนี้จะโกยรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจไทยไม่ต่ำกว่า 4 ล้านล้านบาท

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแม่เหล็กทำรายได้ให้ประเทศไทยไม่น้อย คือ "เกาะสมุย" และ "เกาะพะงัน" แน่นอนว่านักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก "เกาะสมุย" และ "เกาะพะงัน" เช่นเดียวกับเทศกาลฮิต "ฟูลมูนปาร์ตี้"

อภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ หรือ RP ผู้ให้บริการเดินเรือเฟอร์รี่รายใหญ่ที่สุดใน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การท่องเที่ยวใน จ.สุราษฎร์ธานี ในแต่ละปีมีมูลค่า ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท จากมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มหาศาลทำให้บริษัท เล็งเห็นโอกาส ด้วยการปรับแผนการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่เพื่อการเติบโตระยะยาว ด้วยการก่อตั้งบริษัทลูกภายใต้ ชื่อว่า RP Transport เพื่อทรานส์ฟอร์มกิจการเดินเรือไปรับงานเดินรถ โดยเบื้องต้นมีแผนจะเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวตามที่สำคัญของแนวชายฝั่งทะเล อ่าวไทยอย่างเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เข้ากับแหล่งท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านทั้ง เมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว และมาเลเซีย

จากแนวทางดังกล่าว ราชาเฟอร์รี่ ตั้งเป้ามีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจดังกล่าวเป็น 30% ของรายได้ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันรายได้ด้านการเดินรถมีสัดส่วนไม่ถึง 10%

ทั้งนี้ ในอนาคตจะมีจำนวนรถโดยสาร 2 คัน เป็นแบบเช่าเหมา และมีแผนจะเช่าเพิ่มอีกเส้นทางละ 4-8 คัน ซึ่งเป็นรถวีไอพีขนาด 29 ที่นั่ง และ รถชั้นหนึ่งขนาด 45 ที่นั่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการด้านขนส่งเพื่อเข้ามาร่วมลงทุนในการจัดหารถคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้

สำหรับค่าโดยสารคาดว่าเส้นทางท่าเรือดอนสัก-กรุงเทพฯ จะอยู่ที่ 900 บาท ขณะที่เส้นทางท่าเรือดอนสักไปถึงแหล่งท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านอยู่ที่ราว 1,200 บาท

อย่างไรก็ดี ภายในปีนี้ ราชาเฟอร์รี่ คาดว่าจะพร้อมเปิดเดินรถได้ใน 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.ท่าเรือดอนสัก (จ.สุราษฎร์ ธานี)-กรุงเทพฯ-เสียมราฐ (กัมพูชา) 2.ท่าเรือดอนสัก (จ.สุราษฎร์ธานี)กรุงเทพฯ-มะริด (เมียนมา) และ 3.ท่าเรือดอนสัก (จ.สุราษฎร์ธานี)-กรุงเทพฯเชียงใหม่ ซึ่งสามารถเดินทางไปยัง อ.เชียงของ เพื่อเข้าไป สปป.ลาวได้ จากปัจจุบันมีเส้นทางให้บริการเพื่อเชื่อมต่อมาเลเซีย ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ-ท่าเรือดอนสัก (จ.สุราษฎร์ธานี)-ปีนัง (มาเลเซีย) ซึ่งเป็นการจับมือกับกลุ่มเอกชนด้านการเดินรถในภาคใต้เพื่อเข้าไปยังมาเลเซีย

อภิชาติ กล่าวว่า กิจการเดินเรือ ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทตั้งเป้าปริมาณ ผู้โดยสารในปีนี้อยู่ที่ 1.5 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเปรียบเทียบกับ ปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1.3 ล้านคน เช่นเดียวกับรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ ไม่แตกต่างกัน

ด้านผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2561 นั้น ราชาเฟอร์รี่ มีรายได้อยู่ที่ 187 ล้านบาทเติบโตขึ้นราว 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 176 ล้านบาท ขณะที่กำไรนั้นพบว่าขยายตัวถึง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากจะให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจเดินรถแล้ว ในส่วนของธุรกิจเดินเรือ ราชาเฟอร์รี่ มีแผนที่จะซื้อเรือเฟอร์รี่เพิ่มเติมอีกจำนวน 2 ลำ ภายใต้งบลงทุน 200 ล้านบาท โดยปัจจุบัน มีเรือให้บริการ 14 ลำ ควบคู่ไปกับการเพิ่มเที่ยวเรือเส้นทางดอนสัก-สมุย ดอนสัก-พะงัน และสมุย-พะงัน จากเดิม 3 เที่ยว/วัน เป็น 4 เที่ยว/วัน รวมถึง มีแผนที่จะเพิ่มการให้บริการในเส้นทางเกาะพะงัน-เกาะพะลวย ซึ่งต้องลงทุนก่อสร้างท่าเทียบเรือ 20 ล้านบาท โดยได้มีการเตรียมขออนุมัติกรมเจ้าท่าแล้วและคาดว่าจะได้สัมปทาน 30 ปี จากกรมธนารักษ์เพื่อพัฒนาเป็นท่าเรือเชิงพาณิชย์

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค จากธุรกิจดั้งเดิมอย่างการเดินเรือของราชาเฟอร์รี่ จึงจำเป็นต้องแปลงร่างกิจการไปสู่ผู้ให้บริการเดินทางและแพ็กเกจทัวร์ครบวงจรผ่านการลงทุน RP Marketplace พร้อมจับมือกับพันธมิตรทั้งที่พักโรงแรมและสายการบิน เพื่อขายตั๋วผ่านระบบออนไลน์แบบวันสต็อปทั้งตั๋วเครื่องบิน รถโดยสาร เรือเฟอร์รี่ รวมถึงที่พัก และโปรแกรมท่องเที่ยวอีกด้วย ที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากลูกค้าโดยมีผู้ใช้ระบบจองผ่านออนไลน์กว่าเดือนละ 2 แสนคน จึงคาดว่าอนาคตไม่กี่ปี ข้างหน้าการจองผ่านออนไลน์จะมีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 30% ของยอดจองทั้งหมด

ด้าน สาธิต อรุณ รองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ฝ่ายเดินเรือและท่าเรือ กล่าวว่า บริษัทยังคงมองโอกาสการขยายกิจการไปยังพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวศักยภาพอย่างฝั่งทะเลอันดามันใน  จ.กระบี่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือและศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางเดินเรือ ควบคู่ไปกับการพิจารณาแนวทางการเปิดเส้นทางเดินเรือเฟอร์รี่ช่วงดอนสัก-เกาะเต่า พร้อมกับการลงทุนก่อสร้างท่าเทียบเรือที่เกาะเต่า เพราะจะเป็นผู้ประกอบกิจการเรือเฟอร์รี่ เจ้าแรกที่เกาะเต่าหากเปิดให้บริการ พร้อมกันนี้ ยังมีการศึกษาความเป็นไปในการเปิดเส้นทางเดินเรือในเส้นทางพัทยา-เกาะล้าน

แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเดินตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการการเดินเรือเชื่อมต่ออีอีซี กับพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะการเชื่อมเส้นทางต่อเนื่องจากปราณบุรี สู่ท่าเรือดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าเกาะสมุย และเกาะพะงัน

ที่มา : posttoday

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร