ฟันธงอสังหาฯ ปี 61 ดีมานด์-ซัพพลาย โตยกแผง

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ชี้ตลาดบ้านปี 61 ขยายตัวต่อเนื่องทั้งดีมานด์-ซัพพลาย คาดผุดโครงการใหม่ 1.17 แสนหน่วย ทาวน์เฮ้าส์ 3-5 ล้านครองตลาด พร้อมเปิด 5 ทำเลเด่นบ้าน-คอนโด

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) สรุปสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ในครึ่งแรกของปี 2561 ว่า ทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทานปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560 เป็นสัญญาณว่าตลาดที่อยู่อาศัยยังคงมีการขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2560 โดยมีปัจจัยบวกจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมถึงการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และรถไฟฟ้าความเร็วสูง

ผุดโครงการใหม่เพิ่มทั้งปี 1.17 แสนหน่วย
สำหรับในครึ่งหลังปี 2561 คาดว่าสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทานยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งหลังปี 2561 ด้านอุปทาน โครงการเปิดตัวใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560 และเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกปี 2561 ที่มีการชะลอตัวลง โดยคาดการณ์ว่าตลอดทั้งปี 2561 จะมีโครงการเปิดใหม่จำนวน 117,100 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.5%  เมื่อเทียบกับปี 2560 แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 49,600 หน่วย เพิ่มขึ้น 0.7% และคอนโดมิเนียม 67,500 หน่วย เพิ่มขึ้น  3.9 % จากปีที่แล้ว  
ส่วนอุปทานจากที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนในช่วงครึ่งหลังปี 2561 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560 และเพิ่มขึ้น 16.2% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกปี 2561 โดยคาดว่าตลอดทั้งปี  2561 จะมีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 128,000 หน่วย เพิ่มขึ้น 11.7% เมื่อเทียบกับปี 2560 แบ่งเป็น ที่อยู่อาศัยแนวราบ  58,128 หน่วย เพิ่มขึ้น 13.4% และคอนโดมิเนียม  69,872 หน่วย เพิ่มขึ้น  10.3% เมื่อเทียบกับปี 2560 

คาดโอนกรรมสิทธิ์ โต 9.2% 4.5 แสนล้าน
ในขณะอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีจำนวน 86,482 หน่วย มูลค่า 202,887 หน่วย ซึ่งลดลง 8.3% และ 16.9% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560 และลดลงร้อยละ -6.0 และ -21.0 ตามลำดับเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกปี 2561 

ทั้งนี้คาดว่า ตลอดทั้งปีจะมีที่อยู่อาศัยโอนกรรมสิทธิ์ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลรวม 178,448 หน่วย เพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับปี 2560 แบ่งเป็น ที่อยู่อาศัยแนวราบ 92,593 หน่วย เพิ่มขึ้น 11.2% และ คอนโดมิเนียม 85,855 หน่วย เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปี 2560  ขณะที่มูลค่าการโอนที่อยู่อาศัยในปี 2561 คาดว่าจะมีมูลค่ารวม 459,669 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% แบ่งเป็น มูลค่าที่อยู่อาศัยแนวราบ 250,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% และคอนโดมิเนียม 209,238 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5%  

"คาดว่า ตลอดทั้งปีตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมจะเติบโตได้ 8-10% ขณะที่แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งคาดว่า อาจจะมีการปรับขึ้นไม่เกิน 1 ครั้งภายในปีนี้ ไม่น่าจะมีผลกระทบมากนัก ขณะเดียวกัน จะส่งผลให้สินเชื่อปล่อยใหม่ในปีนี้เพิ่มขึ้นจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่ปรับขึ้น" 

สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2561มีจำนวนประมาณ 57 โครงการ มีหน่วยในผังรวม 15,907 หน่วย และมีมูลค่าโครงการรวม 61,354  ล้านบาท ลดลงทั้งจำนวนโครงการ จำหนวนหน่วย และมูลค่าโครงการ โดยจำนวนโครงการลดลงร้อยละ -32.9 จำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -44.9 และมูลค่าโครงการลดลงร้อยละ 43.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560

ในไตรมาสที่ 2 โครงการเปิดใหม่ลดลง เพราะผู้ประกอบการชะลอการเปิดตัวหลังจากช่วงที่ผ่านมาได้มีการเปิดโครงการใหม่ในจำนวนที่มากพอแล้ว แต่ในไตรมาส 3 คาดว่าจะมีโครงการใหม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากในไตรมาสที่ 2 นอกจากการชะลอเปิดโครงการใหม่แล้วยังมีการระบายสต๊อกได้ค่อนข้างดี โดยในเดือนกรกฎาคมเดือนเดียวมีการเปิดโครงการใหม่สูงถึง 1.4 หมื่นหน่วย

5ทำเลฮอตผุดบ้านจัดสรร-คอนโดมิเนียม
ด้านโครงการเปิดใหม่ในช่วงครึ่งแรกปี 2561 เมื่อพิจารณาแยกตามประเภทและราคาขายโครงการบ้านจัดสรรพบว่าส่วนใหญ่ 66.9% เป็นทาวน์เฮ้าส์ ในระดับราคา 3.01- 5.00 ล้านบาท รองลงมา 24.7% เป็นบ้านเดี่ยว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 3.01 –5.00 ล้านบาท สำหรับบ้านแฝดเปิดขาย 6.9% ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาท และอาคารพาณิชย์พักอาศัยเปิดขายใหม่เพียง1.5% ในระดับราคา 7.51-10.00 ล้านบาทมากที่สุด

ทำเลของโครงการบ้านจัดสรรที่เปิดขายใหม่ มากที่สุด 5 อันดับแรก ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในช่วงครึ่งแรกปี 2561 ได้แก่ 1) จังหวัดสมุทรปราการ 2) ลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ 3) บางกรวย–บางใหญ่-บางบัวทอง-ไทรน้อย 4) บางเขน-สายไหม-ดอนเมือง-หลักสี่และ 5) เมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก โดยใน 5 ทำเลนี้ ทาวน์เฮ้าส์เปิดขายใหม่มากที่สุดและส่วนใหญ่เปิดขายอยู่ในระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาท ยกเว้นทำเลบางกรวย–บางใหญ่-บางบัวทอง-ไทรน้อย ซึ่งเป็นทำเลที่แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงเปิดให้บริการแล้ว ทาวน์เฮ้าส์จะเปิดขายใหม่ในระดับราคาที่สูงกว่าทำเลอื่น คือ 3.01-5.00 ล้านบาทในสัดส่วนมากที่สุดส่วน 

ส่วนทำเลบางเขน-สายไหม-ดอนเมือง-หลักสี่ ซึ่งเป็นทำเลที่มีแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว(ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง และสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี) ที่ยังไม่ก่อสร้างและมีแผนจะเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ จึงส่งผลให้โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในทำเลนี้ปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่จะขายในระดับราคา 5.01-7.00 ล้านบาทมากที่สุด 

ในด้านประเภทและราคาขายของโครงการอาคารชุดที่เปิดขายใหม่ในช่วงครึ่งแรกปี 2561 เป็นห้องชุดแบบ 1 ห้องนอนมีมากที่สุด 71.6%  ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 2.01- 3.00 ล้านบาท รองลงมาเป็นประเภทสตูดิโอ 19.4%  ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 1.01-2.00 ล้านบาท ส่วนห้องชุดประเภท 2 ห้องนอนมีสัดส่วน 9.0% ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 3.01-5.00 ล้านบาท สำหรับห้องชุดแบบ 3 ห้องนอนขึ้นไปเปิดขายใหม่เพียง 0.03% ทั้งหมดเปิดขายในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท

ทำเลของโครงการอาคารชุดที่เปิดขายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรกในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลในช่วงครึ่งแรกปี 2561 ได้แก่ 1) ห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง 2) ธนบุรี ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว(ช่วงตากสิน-บางหว้า)ที่เปิดให้บริการแล้ว และตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน(ช่วงหัวลำโพง-บางแค) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง3) บางซื่อ-ดุสิต ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางใหญ่-เตาปูน) และแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ช่วงหัวลำโพง-เตาปูน) ที่เปิดให้บริการแล้ว

 4) สมุทรปราการ ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงสำโรง-สมุทรปราการ) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และ 5) นนทบุรี ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางใหญ่-เตาปูน) ที่เปิดให้บริการแล้ว ส่วนใหญ่เปิดขายห้องชุดประเภท 1 ห้องนอนในระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาท ยกเว้นทำเลบางซื่อ-ดุสิต ซึ่งเปิดขายในระดับราคา 3.01-5.00 ล้านบาทในสัดส่วนมากที่สุด

Baania มี Line แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร