7 เคล็ดลับในการเลือกใช้พื้นไม้เทียม

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

พื้นไม้เทียมนั้นเป็นวัสดุตกแต่งบ้านประเภทหนึ่งที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาใช้ทดแทนการใช้ไม้จริง ซึ่งพื้นไม้เทียมนั้นได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากสามารถติดตั้งได้ง่าย มีความสวยงาน ทนทาน และพื้นไม้เทียมนั้นสามารถใช้ทดแทนไม้จริงในเรื่องของการตกแต่งได้แทบทุกรูปแบบ ในบทความนี้จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับพื้นไม้เทียมประเภทต่างๆ ว่าควรเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสมกับบริเวณพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้าน 

พื้นไม้เทียมคืออะไร 

พื้นไม้เทียมเป็นวัสดุชนิดหนึ่งที่นำมาใช้ทดแทนการปูพื้นด้วยไม้จริงซึ่งนับวันไม้จริงที่สามารถนำมาปูพื้นได้นั้นมีราคาแพงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีการใช้พื้นไม้เทียมมากขึ้น ซึ่งพื้นไม้เทียมนั้นก็ทำมาจากวัสดุหลากหลายประเภทเพื่อเป็นการชดเชยจุดด้อยของวัสดุอื่นๆ และตอบสนองการใช้งานในพื้นที่ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันไปภายในบริเวณบ้านนั่นเอง 

พื้นไม้เทียมพื้นไม้เทียมมีกี่ประเภท 

ถ้าแบ่งพื้นไม้เทียมตามประเภทของวัสดุที่นำมาผลิตนั้น พื้นไม้เทียมสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ก็คือ 

  • พื้นไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็นพื้นไม้เทียมที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพราะมีความนิยมใช้เป็นจำนวนมาก และนอกจากจะใช้ปูพื้นแล้วยังสามารถใช้ในงานไม้ได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะใช้เป็นไม้ระแนง ไม้รั้ว จุดเด่นของพื้นไม้เทียมจากไฟเบอร์ซีเมนต์คือมีความแข็งแรงทนทาน สามารถเผชิญกับสภาพอากาศต่างๆ ได้เป็นอย่างดี จึงทำให้พื้นไม้เทียมประเภทนี้เหมาะกับการใช้งานภายนอกมากที่สุด โดยส่วนประกอบของพื้นไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์นั้นได้แก่ ปูน กับไฟเบอร์ 
  • พื้นไม้เทียมลามิเนต พื้นไม้เทียมลามิเนตนั้นต้องเรียกว่าเป็นพื้นไม้เทียมแบบแรกๆ ที่เหมือนไม้จริงมาก เพราะว่าเป็นการนำผิวหน้าของไม้จริงมาปิดหน้าแผ่นลามิเนตนั่นเอง ทำให้พื้นไม้เทียมลามิเนตนั้นมีไม้จริงผสมอยู่ด้วยแม้ว่าเป็นเป็นเพียงแค่วัสดุปิดหน้าก็ตาม ทำให้ผิวสัมผัสนั้นได้อารมณ์ของไม้จริง อีกทั้งยังติดตั้งได้ง่าย แต่พื้นไม้เทียมลามิเนตนั้นเหมาะสำหรับงานภายใน และงานที่ไม่ต้องอยู่ใกล้ความชื้น เนื่องจากมีไม้จริงเป็นวัสดุปิดหน้า ความชื้นจะทำให้เกิดความเสียหายได้นั่นเอง 
  • พื้นไม้เทียมไวนิล พื้นไม้เทียมประเภทนี้เป็นพื้นไม้เทียมที่ทำจากกระเบื้องยางแล้วพิมพ์ลวดลายของไม้ลงไป แต่ด้วยความที่ผลิตจาก PVC ทำให้มีความทนทานต่อความชื้นมากกว่าพื้นไม้เทียมลามิเนต และในปัจจุบันเทคโนโลยีการพิมพ์ลายไม้ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้พื้นไม้เทียมไวนิลนั้นมีลายไม้ที่เหมือนของจริงมากยิ่งขึ้น 
    จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของพื้นไม้เนียมไวนิลคือมีความนุ่มนวลเนื่องจากทำมาจากยาง เมื่อเดินเหยียบจะไม่รู้สึกแข็งกระด้าง และช่วยลดความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และมีการพัฒนาให้เป็นพื้นไม้เทียมที่มีขนาดหนาเป็นพิเศษสำหรับผู้สูงอายุด้วย เนื่องจากผู้สูงอายุนั้นมีโอกาสที่จะหกล้มสูง พื้นไม้เทียมชนิดนี้จะช่วยรับแรงกระแทกได้มากกว่าพื้นแบบอื่น 
  • พื้นไม้เทียมเซรามิค พื้นไม้เทียมประเภทนี้คือกระเบื้องเซรามิคที่นำมาทำเป็นลายไม้ และนำมาปูพื้น หรือผนังนั่นเอง ซึ่งการทำลายกระเบื้องให้เป็นลายไม้ได้อย่างสมจริงนั้นก็ต้องขอบคุณเทคโนโลยีในการพิมพ์ลายลงบนกระเบื้องที่มีการพัฒนาไปมากนั่นเอง ซึ่งการใช้งานพื้นไม้เทียมเซรามิคนั้นก็ใช้งานได้เหมือนกระเบื้องทั่วไปนั่นเอง สามารถติดตั้งได้ทุกบริเวณในบ้านตามแต่ความเหมาะสม 

ประเภทบริเวณต่างๆ ของบ้านเหมาะกับพื้นไม้เทียมประเภทไหน 

การเลือกใช้พื้นไม้เทียมให้เหมาะสมกับบริเวณต่างๆ ของบ้านนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่านอกจากจะได้ในเรื่องของความสวยงามแล้ว การเลือกใช้พื้นไม่เทียมแต่ละประเภทให้เหมาะสมยังช่วยในเรื่องความปลอดภัย และช่วยให้พื้นไม้เทียมมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น มาดูกันว่าพื้นไม้เทียมทั้ง 4 ประเภทนั้นเหมาะกับการใช้งานในบริเวณไหนของบ้าน 

  • พื้นไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็นพื้นไม้เทียมที่มีความแข็งแรง ทนแดด ทนฝน และสามารถรับน้ำหนักได้เมื่อมีการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ทำให้เหมาะสมกับการใช้งานภายนอกบริเวณบ้าน อาจจะใช้เป็นทางเดินรอบบ้าน และใช้สำหรับพื้นที่พักผ่อนภายนอกบ้านอย่างเช่นศาลาในสวนเป็นต้น 
  • พื้นไม้เทียมลามิเนต เป็นพื้นไม้เทียมที่เหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน พื้นที่ซึ่งเหมาะสมกับการใช้พื้นไม้เทียมลามิเนตได้แก่ พื้นทางเดินภายในบ้าน หรือพื้นของห้องนอน 
  • พื้นไม้เทียมไวนิล เป็นพื้นไม้เทียมที่มีความทนทาน เหมาะกับการใช้งานเป็นพื้นห้องครัว และด้วยความที่พื้นไม้เทียมชนิดนี้สามารถรับแรงกระแทกได้ดีจึงเหมาะที่จะใช้เป็นพื้นทางเดินภายในบ้าน รวมไปถึงพื้นห้องนอนอีกด้วย 
  • พื้นไม้เทียมเซรามิค ซึ่งเป็นกระเบื้องทำลายไม้นั้นสามารถใช้งานได้ทุกที่ภายในบ้านเพราะมีความทนทานเหมือนกระเบื้องนั่นเอง ซึ่งส่วนมากจะนิยมใช้ในห้องรับแขก ห้องน้ำ ห้องนอน แต่ไม่นิยมใช้เป็นพื้นทางเดินเพราะกระเบื้องนั้นอาจจะทำให้ลื่นได้ง่าย 

บริเวณบ้านราคาของพื้นไม้เทียมประเภทไหนแพงที่สุด  

พื้นไม้เทียมนั้นทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกัน มีความแข็งแรงทนทานไม่เท่ากัน อีกทั้งยังมีขนาดต่อชิ้นที่แตกต่างกันด้วย ทำให้ราคาของพื้นไม้เทียมแต่ละประเภทย่อมไม่เท่ากัน 

  • พื้นไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ มีราคาประมาณ 500 – 1,500 บาท ต่อตารางเมตร ไม่รวมค่าติดตั้ง 
  • พื้นไม้เทียมลามิเนต มีราคาประมาณ 500 – 1,200 บาท ต่อตารางเมตร ไม่รวมค่าติดตั้ง 
  • พื้นไม้เทียมไวนิล มีราคาประมาณ 700 – 1,200 บาท ต่อตารางเมตร ไม่รวมค่าติดตั้ง 
  • พื้นไม้เทียมเซรามิค มีราคาประมาณ 200 – 800 บาท ต่อตารางเมตร ไม่รวมค่าติดตั้ง

ราคาพื้นไม้เทียมมีขนาดเท่าไหร่

พื้นไม้เทียมในแต่ละประเภทก็จะมีขนาดความหนา ความกว้าง ความยาวที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นพื้นไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ขนาดมาตรฐานจะมีความหนาอยู่ที่ 1 นิ้ว กว้างตั้งแต่ 4 นิ้วไปจนถึง 12 นิ้ว และยาว 3 เมตร ส่วนพื้นไม้เทียมแบบลามิเนตนั้นจะอิงอยู่กับขนาดของไม้จริง คือกว้างตั้งแต่ 4 – 12 นิ้ว  หนา 8 – 12 มิลลิเมตร และยาว 1.20 – 1.80 เมตร เป็นต้น

ขนาดติดตั้งพื้นไม้เทียมด้วยตัวเองได้หรือไม่ 

การติดตั้งพื้นไม้เทียมประเภทต่างๆ นั้นก็มีการติดตั้งที่แตกต่างกันออกไป แต่การติดตั้งก็ไม่ยากจนเกินไปนัก เพราะพื้นไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ พื้นไม้เทียมลามิเนต และพื้นไม้เทียมไวนิล ทั้ง 3 ประเภทนี้จะมีเทคโนโลยี Click Lock ทำให้การติดตั้งพื้นไม้เทียมนั้นทำได้ง่ายเหมือนการประกบชิ้นส่วนตัวต่อนั่นเอง ส่วนพื้นไม้เทียมเซรามิคนั้นทำการติดตั้งด้วยวิธีการเดียวกับการปูกระเบื้องทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้วการติดตั้งพื้นไม้เทียมถ้าไม่มีอุปกรณ์ครบ หรือไม่มีฝีมือทางด้านช่าง แนะนำให้ติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญจะกว่า เนื่องจากจะเป็นการประหยัดเวลา และการติดตั้งเป็นไปตามมาตรฐานมากกว่าการพยายามติดตั้งด้วยตัวเอง

ติดตั้งพื้นไม้เทียมข้อดีและข้อเสียของพื้นไม้เทียมมีอะไรบ้าง 

ข้อดีและข้อเสียของพื้นไม้เทียมเมื่อทำการเปรียบเทียบกับพื้นไม้จริงนั้น มีข้อดีและข้อเสียต่างๆ ดังนี้ โดยการเปรียบเทียบนี้จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างพื้นไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์กับพื้นไม้จริง  

ข้อดีของพื้นไม้เทียม มีราคาถูกกว่าไม้จริง, หาซื้อได้ง่ายกว่า, สามารถเลือกสีได้ตามต้องการ และสามารถทำสีเพิ่มเติมได้, ไม่มีปัญหาในเรื่องของปลวก หรือแมลงที่จะมาทำลายเนื้อไม้, ไม่มีการบิดงด หดตัว หรือขายายตัวเหมือนกับพื้นไม้จริง อีกทั้งยังตัด เจาะ ยึดสกรูได้ง่ายกว่าไม้จริงอีกด้วย 

ข้อเสียของพื้นไม้เทียม ต้องวางโครงสร้างด้านล่างให้ถี่มากกว่าพื้นไม้จริง เพราะว่ายังไม่สามารถรับน้ำหนักได้เท่าพื้นไม้จริง, มีน้ำหนักมากกว่าไม้จริง, การทำวีพื้นไม้เทียมต้องอาศัยช่างที่ชำนาญงานจริงๆ ไม่เช่นนั้นสีก็จะออกมาผิดเพี้ยน, สีที่ทำเพิ่มเติมมีโอกาสหลุดร่อนได้ง่าย ไม่ทนต่อการขูดขีดเท่ากับไม่จริง อีกทั้งยังแก้ไขได้ยากกว่า และพื้นไม้เทียมจากไฟเบอร์ซีเมนต์นั้นจะอมความร้อนมากกว่าพื้นไม้จริง 
ข้อดีและข้อเสีย

การปูพื้นบ้านด้วยไม้จริงไม่ใช่เทรนด์ในการตกแต่งบ้านในยุคปัจจุบันแล้ว เนื่องจากมีพื้นไม้เทียมเข้ามาช่วยให้การปูพื้นบ้านให้เป็นลายไม้ต่างๆ นั้นมีความสะดวก และประหยัดมากขึ้น ซึ่งการเลือกพื้นไม้เทียมที่ทำมาจากวัสดุต่างๆ นั้นต้องเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่ และรูปแบบการใช้งาน ถ้าเลือกได้อย่างถูกต้องแล้วการตกแต่งบ้านให้สวยงาม แข็งแรง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยาก และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นอีกต่อไป  

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร