6 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับปูนซีเมนต์

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ปูนซีเมนต์นั้นจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งของการก่อสร้าง เพราะว่าการก่อสร้างนั้นส่วนมากจะใช้ปูนซีเมนต์ในจุดที่ต้องการความแข็งแรงแน่นหนา อย่างเช่น พื้น เสา คาน หรือการใช้ปูนซีเมนต์ฉาบผิวในส่วนของผนัง หรือกำแพง ซึ่งปูนซีเมนต์ที่นำมาใช้สำหรับการก่อสร้างนั้นก็มีหลายรูปแบบ ทำให้ปูนซีเมนต์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการใช้งานที่แตกต่างกันไป ในบทความนี้จะมาดูกันว่าปูนซีเมนต์นั้นมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร 

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์คืออะไร 

ปูนซีเมนต์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับงานก่อสร้างนั้นส่วนมากจะเป็น “ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (Portland Cement)” ซึ่งเป็นปูนที่ได้รับความนิยมใช้มากที่สุดในวงการก่อสร้าง และปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ยังเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตปูนซีเมนต์สูตรพิเศษต่างๆ อีกด้วย โดยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์นั้นถูกคิดค้นโดย Joseph Aspdin มีลักษณะเป็นผงละเอียดสีเทา เมื่อจะใช้ก็นำไปผสมกับวัสดุอื่นๆ เพื่อให้ได้เป็นปูนซีเมนต์สำหรับใช้ในงานต่างๆ นั่นเอง 

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์มีกี่ประเภท 

ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์นั้นก็มีการแยกประเภทออกไปอีก ดังนั้นจึงสามารถแบ่งตามรูปแบบของการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปได้ 5 ประเภทคือ

  • ปูนปอร์ตแลนด์แบบธรรมดา (Normal Portland Cement) เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดนี้จะใช้ในการก่อสร้างทั่วไปที่ไม่มีความจำเป็นต้องลงรายละเอียดอะไรมาก หรือไม่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะเพิ่มเติมนอกจากความแข็งแกร่ง โดยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แบบธรรมดาจะใช้ในการทำเสา คาน หรือเทพื้น เป็นต้น
  • ปูนปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 2 (Modified Portland Cement) หรือปูนซีเมนต์ปอร์แลนด์ดัดแปลง ปูนประเภทนี้จะมีคุณสมบัติที่เพิ่มเติมมาจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แบบธรรมดาคือ สามารถต่อต้านเกลือซัลเฟตได้ ทำให้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 2 มีความแข็งแกร่งมากกว่าปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แบบธรรมดา โดยปูนประเภทนี้เหมาะสมกับการใช้งานในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องการความแข็งแรงของโครงสร้างมากเป็นพิเศษ อย่างเช่น เขื่อน ตอม่อสะพาน หรือตึกขนาดใหญ่ 
  • ปูนปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 3 (High-early Strength Portland Cement) หรือปูนปอร์แลนด์ชนิดแข็งตัวเร็ว จุดเด่นของปูนซีเมนต์ประเภทนี้คือเรื่องระยะเวลาในการแห้งที่ค่อนข้างรวดเร็ว รับแรงอัดได้ดีกว่าปูนประเภทอื่นๆ  แต่การใช้ต้องมีการคำนวณเวลา และปริมาณการใช้งานอย่างถูกต้อง ทำให้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็วนั้นเหมาะกับงานที่ต้องรีบเร่ง อย่างเช่นการเทพื้นสำรูป หารทำผิวถนน หรือการหล่อเสาเข็ม เป็นต้น 
  • ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 4  (Low Heat Portland Cement) หรือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทเกิดความร้อนต่ำ เป็นปูนซีเมนต์ที่มีการควบคุมความร้อนระหว่างที่ปูนกำลังแข็งตัว โดยไม่ให้เกิดความร้อนสะสมที่มากเกินไป โดยปูนชนิดนี้จะเน้นในเรื่องของความแข็งแรง ไม่แตกร้าวขณะกำลังแข็งตัว เป็นปูนประเภทที่ค่อยๆ แข็งตัว แต่เมื่อแข็งตัวเรียบร้อยจะมีความแข็งแรงมาก โดยปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 4 นั้นส่วนมากจะใช้ทำเขื่อน หรือฐานรากที่ต้องรับน้ำหนักมากๆ นั่นเอง 
  • ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่5 (Sulfate Resistance Portland Cement) หรือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภททนซัลเฟตสูง ปูนซีเมนต์ประเภทนี้ถูกออกแบบมาให้มีความคงทนต่อการกัดกร่อนมากเป็นพิเศษ สามารถทนกับสภาพความเค็มได้สูง เหมาะสำหรับใช้ในงานก่อสร้างต่างๆ ที่อยู่ใกล้ทะเล น้ำกร่อย เพราะพื้นที่ในบริเวณนั้นจะมีความเค็มสูง ซึ่งปูนซีเมนต์แบบปกติจะไม่สามารถทนต่อความเค็มในพื้นที่ใกล้ทะเลได้นานเท่ากับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 5  

ประเภทปูนซีเมนต์ประเภทอื่นๆ มีอะไรบ้าง 

ปูนซีเมนต์นอกจากปูนซีเมนต์แบบปอร์ตแลนด์แล้วยังมีปูนประเภทอื่นๆ ที่แบ่งตามลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันไปอีกด้วย โดยปูนซีเมนต์ประเภทอื่นๆ ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายมีดังนี้ 

1. ปูนฉาบ เป็นปูนที่สร้างมาสสำหรับการฉาบหน้าพื้นผิวให้ดูเรียบร้อยสวยงาม โดยปูนฉาบก็สามารถแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบคือ 

  • ปูนฉาบสำเร็จรูป เป็นปูนฉาบที่นิยมใช้มากที่สุดในการฉาบผนัง การใช้งานเพียงแค่นำมาผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่กำหนด ก็สามารถใช้งานได้ทันที
  • ปูนฉาบผิวบาง เป็นปูนฉาบที่ใช้สำหรับการซ่อมแซมพื้นผิวที่เสียหาย ใช้ฉาบตกแต่งผนัง และใช้ฉาบสำหรับผนังคอนกรีตสำเร็จรูป
  • ปูนฉาบละเอียด เป็นปูนฉาบที่เหมาะสำหรับการตกแต่งผิวหน้าโดยเฉพาะ เพราะมีเนื้อปูนที่ละเอียดมากกว่าปูนฉาบประเภทอื่นๆ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ ได้เรียบร้อยมากขึ้น 

2. ปูนกาว เป็นปูนที่ถูกออกแบบมาให้มีแรงยึดเกาะสูง ทำให้ปูนชนิดนี้จะใช้สำหรับงานปูกระเบื้องไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องปูพื้น หรือติดผนัง 

3. ปูนเกร๊าท์ เป็นปูนผสมทรายชนิดที่ไม่หดตัว เมื่อผสมน้ำแล้วนำมาใช้งานจะสามารถแห้งได้อย่างรวดเร็ว โดยปูนเกร๊าท์นิยมนำมาใช้สำหรับงานซ่อมแซมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานโครงสร้าง งานเทรากฐาน รวมไปถึงการฝัง หรือยึดชิ้นส่วนต่างๆ อีกด้วย

4. ปูนซ่อมเอนกประสงค์ เป็นปูนที่สามารถใช้งานได้ง่าย และหลากหลาย ส่วนมากจะเป็นการซ่อมแซมด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเสา คาน พื้น รอยร้าวต่างๆ ก็สามารถทำได้ เพียงแค่ผสมน้ำก็สามารถใช้งานได้เลย อีกทั้งยังมีบรรจุในถุงขนาดเล็กกว่าปูนซีเมนต์แบบอื่นๆ เพราะไม่เน้นใช้งานเป็นจำนวนมากนั่นเอง 

ปูนซีเมนต์ประเภทอื่นควรเลือกซื้อปูนอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งาน

การหาข้อมูลเกี่ยวกับเลือกปูนแต่ละประเภทเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันหลายๆ คนอาจบอกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ใจ ให้เป็นเรื่องของช่างจัดการ แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้าเรามีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับรูปแบบการใช้งานของปูนแต่ละประเภทแล้ว ก็จะสามารถเลือกปูนมาใช้งานได้อย่างถูกต้อง และไม่โดนช่างเอาเปรียบ 
งานปูนสำหรับบ้านพักอาศัยนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ คืองานเท งานก่อ งานฉาบ ซึ่งงานเทนั้นหมายถึงการเทพื้น เทเสา เทคาน งานก่อหมายถึงงานปูนที่เป็นการก่ออิฐชนิดต่างๆ เพื่อให้เป็นผนัง หรือกำแพง งานฉาบคืองานฉาบผิวให้มีความเรียบร้อยสวยงาม โดยปูนที่เหมาะกับการใช้งานทั้ง 3 ประเภทได้แก่ 

  • งานเท ปูนที่ใช้สำหรับงานเทนั้นแบ่งเป็นหลายประเภทสำหรับหลายลักษณะงาน ถ้าเป็นการเทโครงสร้างอย่างเสา พื้น และคานจะใช้ปูนที่เรียกว่าคอนกรีตแห้ง หรือที่เรียกว่าปูนโครงสร้าง ถ้าต้องการเทปูนเพื่อปรับระดับพื้นก็สามารถเลือกปูนสำหรับเทปรับระดับพื้นธรรมดา หรือถ้าต้องการปูกระเบื้องด้วยก็ให้เลือกใช้ปูนสำหรับเทปรับระดับพื้นและปูกระเบื้อง  
  • งานก่อ งานก่อนั้นจะเป็นการทำงานระหว่างปูนซีเมนต์กับอิฐประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอิฐมอญ อิฐมวลเบา อิฐบล็อค ซึ่งการนำปูนมาใช้งานกับอิฐแต่ละประเภทนั้นไม่สามารถใช้เหมือนกันได้ ต้องเลือกใช้ปูนสำหรับก่ออิฐประเภทนั้นๆ โดยเฉพาะ 
    งานฉาบ การเลือกปูนฉาบนั้นก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานประเภทต่างๆ เช่นกัน อย่างเช่นปุนฉาบทั่วไปนั้นเหมาะกับการฉาบผนังที่ก่อขึ้นจากอิฐมอญ หรืออิฐบล็อค แต่ถ้าต้องการฉาบผนังที่ก่อมาจากอิฐมวลเบาก็ต้องเลือกปูนสำหรับฉาบอิฐมวลเบาโดยเฉพาะ ส่วนการการฉาบเพื่อเก็บรายละเอียดของเสา หรือคาน ต้องใช้ปูนฉาบคอนกรีตเท่านั้น 

เลือกซื้อปูนค่าใช้จ่ายในการทำงานปูนแพงหรือไม่

การก่อสร้างบ้านขึ้นมาจนเสร็จสมบูรณ์นั้นจะประกอบด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ มากมายหลายส่วน ซึ่งค่าใช้จ่ายสำหรับงานโครงสร้างเฉพาะที่เป็นงานปูนนั้นคิดเป็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายเพียง 10% ของค่าก่อสร้างรวมทั้งหมด ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่น้อยมากเลย ดังนั้นการเลือกซื้อปูนมาใช้ในการสร้างบ้านควรเลือกปูนที่มีคุณภาพสูง และถูกต้องกับการใช้งานในแต่ละประเภท เพราะว่าถ้าใช้ปูนที่มีคุณภาพการทำงานปูนก็จะสะดวก ช่างทำงานง่าย และจะได้บ้านที่แข็งแรงตามมาตรฐาน ไม่ต้องซ่อมแซมบ่อย 

ค่าใช้จ่ายข้อควรระวังในการทำงานปูนมีอะไรบ้าง 

การหาช่างปูนมาซ่อมแซมรอยร้าวต่างๆ หรือซ่อมแซมงานเล็กน้อยนั้นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร ให้ทำการซ่อมแซมงานปูนต่างๆ ด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในบางกรณี ซึ่งการทำงานกับปูนนั้นมีข้อควรระวังที่ต้องใส่ใจคือ ต้องแต่งกายให้มิดชิด ใส่หน้ากากกันฝุ่น และใส่แว่นตาเสมอเมื่อต้องผสมปูน และทำงานกับปูน รวมไปถึงไม่ควรใช้มือเปล่าสัมผัสปูนโดยตรงอีกด้วย และระหว่างทำงานให้หมั่นล้างคราบปูนที่เปื้อนตัวออกบ่อยๆ ไม่ให้มีคราบปูนติดตามตัว ถ้าปูนกระเด็นเข้าตาให้รับล้างออกทันที

ข้อควรระวังเรื่องของปูนซีเมนต์ที่เป็นเรื่องใกล้ตัว และจำเป็นอย่างมากต่อการก่อสร้างทุกชนิดนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถละเลยได้ โดยเฉพาผู้ที่กำลังจะสร้างบ้าน เนื่องจากปูนนั้นเป็นวัสดุที่มีรายละเอียดปลีกย่อยมากพอสมควร และยังส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างโดยตรง ทำให้เจ้าของบ้านควรรู้ว่าการก่อสร้างในแต่ละส่วนนั้นควรเลือกใช้ปูนชนิดไหนเพื่อที่จะให้บ้านของเรานั้นแข็งแรง สวยงาม มากที่สุด

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร