ธุรกิจรับสร้างบ้าน พลิกโอกาสจากตลาดรีโนเวท

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 คาดว่าน่าจะหดตัวไม่น้อยกว่า 20-30% อีก 6 เดือนที่เหลือของปียังต้องลุ้นต่อว่าโดยรวมจะกระเตื้องขึ้นมาหรือติดลบมากกว่าเดิม

  • 6 เดือนแรกปี 63 ตลาดรับสร้างบ้านหดตัวถึง 20-30%
  • ผลกระทบหลักจากปัจจัยโรคระบาดโควิด-19 เมืองล็อคดาวน์ และเศรษฐกิจประเทศ​ติดลบ
  • ดัน 4 เรื่องให้ธุรกิจเร่งปรับตัว ได้แก่ แบบบ้าน-บริการ-ผลงาน-ส่งมอบงานตามเวลาที่กำหนด

เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Covid-19) ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 โดยเฉพาะในช่วง ไตรมาสแรกของปี 2563 ทำให้หยุดการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ และจากมาตรการปิดเมือง (Lockdown) แต่นับจากนี้ไปหากไม่มีการระบาดรอบสองหลังจากการคลายล็อก รวมถึงรัฐบาลได้ประกาศแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและ สังคมภายใต้วงเงิน 400,000 ล้านบาท จะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมธุรกิจให้มีแรงขับเคลื่อนต่อไปได้

ปรับตัวรับวิกฤติ

ท่ามกลางวิกฤติที่เกิดขึ้นกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านเริ่มมองถึงการทำงานที่ต้องปรับให้แตกต่างไปจากเดิม โดย เน้นการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในสภาวะ New Normal ให้มากขึ้น และให้บริการกับตลาดในทุกกำลังซื้อด้วยแบบบ้านที่หลากหลาย ได้คุณภาพงาน มีมาตรฐาน พร้อมงานให้บริการหลังการขายที่ดี

เจาะความต้องการลูกค้ายุคใหม่

สิ่งที่ทางผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านได้รับแรงกดดันจากปัจจัยลบและข้อจำกัดต่างๆ ที่เกิดขึ้น นับเป็นตัวเร่งให้ทุกคนต้องปรับการทำงานและรูปแบบการตลาดเพื่อให้เข้าถึงคามต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

เมื่อมองลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) วรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) กล่าวแนะว่าผู้ประกอบการรับสร้างบ้านจะต้องเข้าใจเหตุผลถึงความต้องการอย่างแท้จริงและลงลึกในรายละเอียดสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกคน

4 ความต้องการในตลาดสร้างบ้านยุคโควิด-19

จากที่สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านได้รวบรวมข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคผ่าน ผ่านเว็บไซต์ของสมาคมฯ รวมถึงข้อมูลที่ได้จากการเข้าเยี่ยมชมงานรับสร้างบ้านออนไลน์ 2020 ระหว่างวันที่ 20 - 31 มีนาคม 2563 ซึ่งเป็น Online Exhibition ครั้งแรก พบมี 4 อันดับแรกหลัก ๆ ที่ผู้บริโภคค้นหา พบว่ามี 4 เรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านต้องเร่งปรับตัว

1.แบบบ้าน ต้องมีความหลากหลาย และต้องสอดรับกับไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิตของคนในสังคมยุคใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือ New normal นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของการใช้ชีวิตที่สัมผัสกับสิ่งต่างๆ รอบตัวน้อยลง ในแบบของสังคมที่ไร้การสัมผัส (Touchless Society), การใส่ใจถึงสุขอนามัย และการประหยัดพลังงานภายในบ้าน การเปลี่ยนแปลงต่างๆ

2.ผลงานของบริษัทนั้นๆ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าบริษัทมีความน่าเชื่อถือในด้าน “คุณภาพ”และ“มาตรฐาน” งานด้านการก่อสร้างเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านก็ พยายามผลักดันให้สมาชิกของสมาคมฯ มีความรู้และได้รับการรับรองระบบมาตรฐาน ISO 9001:2015 เวอร์ชั่นใหม่ อีกทั้งยังจัดโครงการสัมมนา “Home Builder Expert” หรือ HBEX เพื่อให้ความรู้และยกระดับ ในการพัฒนาบริษัทรับสร้างบ้านโดยมีเป้าประสงค์ให้มีคุณภาพ และมาตรฐานให้เกิดความพึงพอใจกับลูกค้า

3.การให้บริการ ที่มุ่งเน้นตั้งแต่เริ่มต้นจนการก่อสร้างเสร็จแบบครบวงจร รวมถึงการดูแลหลัง การขายด้วยการรับประกันต่างๆ เช่น บางบริษัทฯ รับประกันงานโครงสร้างนาน 5-10 ปี เพื่อให้ผู้บริโภคไว้วางใจ

4.เวลา  เป็นปัจจัยที่สำคัญจากที่พบว่ามีผู้รับเหมาก่อสร้างบ้านทั่วไปมักก่อสร้างล่าช้ากว่าที่ได้ตกลงกันเอาไว้  มีการส่งมอบงานช้ากว่าที่กำหนด ซึ่งเป็นประเด็นที่บริษัทรับสร้างบ้านต้องเร่งพิจารณาและปรับให้ได้ตามมาตรฐาน ส่งมอบได้ตรงตามเวลาที่สัญญาไว้

พลิกโอกาสจากตลาดรีโนเวท

แม้ว่ายอดขายจะหดลงจากกลุ่มสร้างบ้านใหม่ แต่ในอีกด้านก็พบว่ายังมีโอกาสให้เห็นจากกลุ่มผู้บริโภคที่จะว่าจ้างปลูกสร้างบ้านใหม่ทั้งบนที่ดินใหม่หรือบนที่ดินเดิม ด้วยการรื้อบ้านหลังเก่าที่มีอายุการใช้งาน มากกว่า 30 - 40 ปีแล้วสร้างใหม่ 

นอกจากนี้ยังมีตลาดรีโนเวทบ้านเก่าเพื่อให้ใช้งานได้มากขึ้น สอดคล้องกับการใช้ ชีวิตแบบใหม่ หรือ “New Normal” ทั้งการทำงานที่บ้าน (Work From Home) รวมถึงเรียนออนไลน์ ที่ต้องการ พื้นที่เพิ่มเติมเฉพาะ ซึ่งที่ผ่านมามีสมาชิกของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านได้ปรับตัวเข้าไปรับงานรีโนเวทบ้านมากขึ้น

ติวเข้มสร้างคนคุณภาพ

หลักสูตรการอบรม Home Builder Expert หรือ HBEX เป็นอีกแนวทางที่ สมาคมฯ ดำเนินการ โดยในปีนี้เป็นการจัดงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 เพื่อต้องการใช้เป็นหลักสูตรอบรมเพื่อยกระดับการบริหารธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างมืออาชีพ  โดยการอบรม HBEX ได้เชิญวิทยากรมากความสามารถและมืออาชีพด้านต่างๆ มาอบรม ให้ความรู้ ตลอด 4 วัน ของหลักสูตร ซึ่งจะเริ่มต้นอบรมครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2563 

ภายใต้การแข่งขันของธุรกิจที่รุนแรง สิ่งสำคัญที่บริษัท รับสร้างจะต้องให้ความสำคัญควบคู่กันไปก็คือการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงตลาดกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ

โดยสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านก็ได้เตรียมจัดงานในแบบออฟไลน์ และออนไลน์ เพื่อ ตอบรับกับกระแสของกลุ่มลูกค้าทั้ง 2 ช่องทาง โดยกำหนดจัดงานรับสร้างบ้านและวัสดุ Expo 2020 แบบออฟไลน์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 4 ตุลาคม 2563 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 8 ส่วน Online Exhibition อยู่ระหว่างการหาข้อสรุปสำหรับกำหนดการจัดงานที่จะมีขึ้น

 

 

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร