ตลาดที่อยู่อาศัยซัพพลายลด บ้าน-คอนโด รอขาย 1.3แสนหน่วย

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 61 ฟื้นตัวดีขึ้น ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯโชว์ตัวเลขซัพพลายลด อัตราการดูดซับเพิ่ม แต่ยังมีสต๊อกบ้านรอขายอีกกว่า 1.3 แสนหน่วย

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งแรกปี 2561 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยนับเฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย  พบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายจำนวน 1,494 โครงการ มีหน่วยในผังโครงการรวมทั้งสิ้น 452,614 หน่วย จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ร้อยละ 0.3 มีมูลค่าโครงการรวม 1,774,691 ล้านบาท

ประกอบด้วย โครงการบ้านจัดสรร 1,041 โครงการ จำนวน 198,715 หน่วย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ร้อยละ 4.6 มีมูลค่าโครงการรวม 877,781 ล้านบาท และโครงการอาคารชุด 453 โครงการ มีหน่วยในผังจำนวน 253,899 หน่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ร้อยละ 4.5 มีมูลค่าโครงการรวม 896,910 ล้านบาท

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์ 2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากการสำรวจในช่วงครึ่งแรกปี 2561 มีหน่วยเหลือขายจำนวน 131,819 หน่วย หรือร้อยละ 29.1 ของหน่วยในผังโครงการทั้งหมด โดยโครงการบ้านจัดสรรมีหน่วยเหลือขายจำนวน 74,976 หน่วย หรือร้อยละ 37.7 ของหน่วยในผังโครงการบ้านจัดสรรทั้งหมด และโครงการอาคารชุด มีหน่วยเหลือขายจำนวน 56,843 หน่วย หรือร้อยละ 22.4 ของหน่วยในผังโครงการอาคารชุดทั้งหมด  

สำหรับภาพรวมอุปทานโครงการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ช่วงครึ่งแรกปี 2561 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ทั้งโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุด เนื่องจากอัตราการดูดซับของที่อยู่อาศัยเกือบทุกประเภทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560

โครงการบ้านจัดสรร ที่อยู่ในระหว่างการขายในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จำนวน 1,041 โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน 198,715 หน่วย มีหน่วยเหลือขายหรือเป็นอุปทานในตลาด 74,976 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย 330,752 ล้านบาท (เทียบกับในช่วงครึ่งแรกปี 2560 มีจำนวน 1,126 โครงการ มีหน่วยในผังโครงการประมาณ 208,237 หน่วย และมีหน่วยเหลือขาย 78,219 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย 328,475 ล้านบาท)

ทั้งนี้  หน่วยในผังโครงการทั้งหมด 198,715 หน่วย ส่วนใหญ่ร้อยละ 51.6 เป็นทาวน์เฮ้าส์ รองลงมา ร้อยละ 32.6 เป็นบ้านเดี่ยว อีกร้อยละ 11.4 เป็นบ้านแฝด ที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์และที่ดินเปล่า เมื่อแยกตามระดับราคา หน่วยในผังส่วนใหญ่ร้อยละ 34.4 อยู่ในช่วงราคา 3-5 ล้านบาท รองลงมา ร้อยละ 27.1 อยู่ในช่วงราคา 2-3 ล้านบาท อีกร้อยละ 23.7 อยู่ในช่วงราคาเกินกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป และร้อยละ 14.7 อยู่ในช่วงราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท

เมื่อแยกตามสถานะของการก่อสร้าง พบว่า ส่วนใหญ่เป็นหน่วยที่ก่อสร้างเสร็จจำนวน 133,040 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 67.0 ของหน่วยในผังทั้งหมด รองลงมาเป็นหน่วยที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างจำนวน 34,825 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 17.5 และหน่วยที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 30,850 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 15.5 โดยหน่วยที่ก่อสร้างเหลือขาย มีจำนวน 17,077 หน่วย หรือร้อยละ 12.8 ของหน่วยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมด

ทำเลบ้านจัดสรรในกรุงเทพมหานครที่ขายดีมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ทำเลพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ 2) ทำเลคลองสามวา-มีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง 3) ทำเลลาดพร้าว-วังทองหลาง-บางกะปิ 4) ทำเลหลักสี่-ดอนเมือง-สายไหม-บางเขน 5) ทำเลตลิ่งชัน-บางแค-ภาษีเจริญ-หนองแขม-ทวีวัฒนา

ขณะที่ทำเลบ้านจัดสรรในเขตปริมณฑลที่ขายดีมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ทำเลเมืองสมุทรสาคร  2) ทำเลบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง 3) ทำเลพุทธมณฑล-นครชัยศรี-สามพราน 4) ทำเลเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์  5) ทำเลบางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย

ในช่วงครึ่งแรกปี 2561 บ้านจัดสรรในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โครงการทาวน์เฮ้าส์ มีหน่วยขายได้ใหม่จำนวน 12,020 หน่วย มีอัตราดูดซับร้อยละ 3.9 ต่อเดือน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2560  ซึ่งมีอัตราดูดซับร้อยละ 3.6 ส่วนบ้านเดี่ยว มีหน่วยขายได้ใหม่จำนวน 5,809 หน่วย มีอัตราดูดซับร้อยละ 3.2 ต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกปี 2560 ซึ่งมีอัตราดูดซับร้อยละ 3.0

บ้านแฝด มีหน่วยขายได้ใหม่จำนวน 1,895 หน่วย มีอัตราดูดซับร้อยละ 3.2 ต่อเดือน ลดลงเล็กน้อยจากช่วงครึ่งแรกปี 2560 ซึ่งมีอัตราดูดซับร้อยละ 4.1 และอาคารพาณิชย์ มีหน่วยขายได้ใหม่จำนวน 592 หน่วย มีอัตราดูดซับร้อยละ 3.1 ต่อเดือน ลดลงเล็กน้อยจากช่วงครึ่งแรกปี 2560 ซึ่งมีอัตราดูดซับร้อยละ 3.8

สำหรับโครงการอาคารชุดที่อยู่ในระหว่างการขายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีจำนวน 453 โครงการ มีหน่วยในผังของทุกโครงการรวมกัน 253,899 หน่วย มีหน่วยห้องชุดเหลือขาย หรือเป็นอุปทานในตลาด 56,843 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย 191,683 ล้านบาท (เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 ซึ่งมีโครงการอาคารชุด 437 โครงการ มีหน่วยในผังโครงการ 242,852 หน่วย มีหน่วยเหลือขาย 63,658 หน่วย คิดเป็นมูลค่าหน่วยเหลือขาย 197,598 ล้านบาท)

ทั้งนี้หน่วยในผังโครงการทั้งหมด 253,899 หน่วย ส่วนใหญ่ร้อยละ 68.0 เป็นห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน รองลงมาร้อยละ 19.4 เป็นห้องแบบสตูดิโอ และร้อยละ 11.8 เป็นแบบ 2 ห้องนอน ที่เหลือเป็นแบบ 3 ห้องนอนขึ้นไป

เมื่อแยกตามระดับราคา หน่วยในผังโครงการส่วนใหญ่ร้อยละ 35.2 อยู่ในช่วงราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ร้อยละ 29.5 อยู่ในช่วงราคา 2– 3 ล้านบาท ร้อยละ 18.2 อยู่ในช่วงราคา 3-5 ล้านบาท  ที่เหลืออีกร้อยละ 17.1 อยู่ในช่วงราคาเกินกว่า 5 ล้านบาท

เมื่อแยกตามสถานะของการก่อสร้าง พบว่า ส่วนใหญ่เป็นหน่วยที่ก่อสร้างเสร็จจำนวน 133,568 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 52.6 ของหน่วยในผังทั้งหมด รองลงมาเป็นหน่วยที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 92,088 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 36.3 และหน่วยที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างจำนวน 28,243 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 11.1 โดยหน่วยที่ก่อสร้างเหลือขาย หรือมีจำนวน 19,088 หน่วย หรือร้อยละ 14.3 ของหน่วยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมด

ทำเลอาคารชุดในกรุงเทพมหานครที่ขายดีมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ทำเลสีลม-สาทร-บางรัก 2) ทำเลคลองสามวา-มีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง 3) ทำเลพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ  4) ทำเลบางซื่อ-ดุสิต 5) ทำเลบึงกุ่ม-คันนายาว-สะพานสูง

ส่วนทำเลอาคารชุดในเขตปริมณฑลที่ขายดีมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ทำเลกระทุ่มแบน-บ้านแพ้ว  2) ทำเลบางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย 3) ทำเลบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง 4) ทำเลเมืองนครปฐม-กำแพงแสน-บางเลน-ดอนตูม  5) ทำเลลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ

ในช่วงครึ่งแรกปี 2561 อาคารชุดในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล มีหน่วยขายได้ใหม่จำนวน 27,781 หน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 14.1 ของหน่วยขายได้ทั้งหมดของอาคารชุด มีอัตราดูดซับร้อยละ 5.5 ต่อเดือน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2560  ซึ่งมีอัตราดูดซับร้อยละ 5.0

ไม่พลาดทุกข่าวสาร ทันทุกเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์ ได้ที่ Baania Official

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร