ค่าเช่าออฟฟิศกลางเมืองแตะ 1,500บาท/ตร.ม.

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

เกษร ทาวเวอร์ ทุบสถิติค่าเช่าอาคารสำนักงานกรุงเทพฯแตะ 1,500 บาท/ตร.ม./เดือน ซีบีอาร์อี เผยค่าเช่าความต้องการพื้นที่ยังเพิ่มต่อเนื่อง ด้าน IWG เร่งขยายพื้นที่อาคารสำนักงานแนวใหม่เพิ่ม

จากการสำรวจตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพมหานครโดยแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ พบว่า ในไตรมาส 1 ปี 2561 ค่าเช่าพื้นที่สำนักงานระดับเกรดเอในย่านใจกลางธุรกิจหรือซีบีดีของกรุงเทพฯปรับตัวสูงขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้สร้างสถิติค่าเช่าที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาและยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ค่าเช่าเฉลี่ยของอาคารสำนักงานระดับเกรดเอในย่านซีบีดีอยู่ในระดับต่ำกว่า 1,000 บาทต่อตารางเมตร(ตร.ม.)เล็กน้อย และจากรายงานฉบับล่าสุดเรื่องตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ของแผนกวิจัย ซีบีอาร์อีพบว่า เกษร ทาวเวอร์สร้างสถิติค่าเช่าสูงที่สุดคือ 1,500 บาทต่อตร.ม.ต่อเดือน

ด้านปริมาณการใช้พื้นที่สำนักงานในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 65,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นถึง 15.1% ต่อปี ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากอาคารสำนักงานที่เจ้าของใช้พื้นที่เองได้สร้างแล้วเสร็จ ได้แก่ กรุงศรี เพลินจิต ทาวเวอร์ บนถนนเพลินจิต และอาคารแห่งใหม่ของไทยรัฐ บนถนนวิภาวดี ขณะที่อัตราพื้นที่ว่างโดยรวมทั้งตลาดลดลงเหลือเพียง 7.3% และเป็นที่คาดว่าจะคงอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องไปอีก 3 - 4 ปี

สำหรับพื้นที่สำนักงานใหม่ ปัจจุบันมีประมาณ 750,000 ตร.ม.ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งรวมถึงเฟสแรกของโครงการวัน แบงค็อก และเดอะ ปาร์ค โดยทั้ง 2 โครงการตั้งอยู่บนถนนพระราม 4 มีกำหนดการสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2565

แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี คาดการณ์ว่า ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นจะสมดุลกับปริมาณพื้นที่ใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามาในอีก 3 ปี ข้างหน้า อย่างไรก็ตามทิศทางของตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไปนั้นค่อนข้างจะคาดเดาได้ยาก มีแนวโน้มว่าจะมีพื้นที่สำนักงานใหม่อีกราว 2 ล้านตารางเมตรอยู่ระหว่างการวางแผนพัฒนาบนที่ดินหลายแปลง ซึ่งผู้พัฒนาโครงการได้ซื้อที่ดินไปแล้วแต่ยังไม่ได้มีการก่อสร้างเกิดขึ้น

สำหรับในปีนี้จะมีผู้ให้บริการโคเวิร์กกิ้ง สเปซ (Co-working Space) จากต่างชาติ 4 ราย เปิดให้บริการในอาคารสำนักงานระดับเกรดเอในย่านซีบีดีของกรุงเทพฯ

“เป็นเทรนด์ทั่วโลกที่บางบริษัทเลือกที่จะใช้พื้นที่โคเวิร์กกิ้ง สเปซ มากกว่าทำสัญญาเช่าระยะยาวและเสียค่าใช้จ่ายในการตกแต่งสำนักงาน  โคเวิร์กกิ้ง สเปซนั้นไม่ได้มีกลุ่มเป้าหมายเพียงแค่กลุ่มสตาร์ตอัพ(Start-up) เท่านั้น และผู้ให้บริการโคเวิร์กกิ้ง สเปซจะเข้ามาแข่งขันกับเจ้าของพื้นที่สำนักงานที่มีสัญญาเช่าแบบทั่วไป” นางสาวรุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ ผู้อานวยการแผนกพื้นที่สำนักงาน ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าว

ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (disruptive change) เกิดขึ้นในตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า แต่ซีบีอาร์อีคาดว่าการใช้พื้นที่สำนักงานในปี 2561 จะยังคงมีปริมาณที่ใกล้เคียงกับปี 2560

ขณะที่อาคารสำนักงานใหม่ที่จะแล้วเสร็จในปี 2561 ที่น่าจับตามอง ได้แก่ สิงห์ คอมเพล็กซ์บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี พื้นที่รวม 60,000 ตารางเมตร เอ็มเอส สยาม ทาวเวอร์ ตรงหัวมุมถนนพระราม 3 ตัดกับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม พื้นที่รวม 40,000 ตารางเมตรที วัน บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทองหล่อ พื้นที่รวม 22,000 ตารางเมตร ลาดพร้าว ฮิลส์บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว พื้นที่ 6,000 ตารางเมตร และซัมเมอร์ ฮับ บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพระโขนง พื้นที่ 5,000 ตารางเมตร

ขณะที่ IWG ผู้ให้บริการพื้นที่สำนักงานระดับโลก ได้เดินหน้าขยายพื้นที่จำนวนกว่า 50 ล้านตารางฟุต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการพื้นที่สำนักงานในตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มขององค์กรที่อ้าแขนรับเทรนด์การเร่งปฏิวัติพื้นที่การทำงานแนวใหม่

นางโนเอล โค้ก ผู้อำนวยการใหญ่ประจำประเทศไทย เกาหลี ไต้หวัน ของ IWG เปิดเผยว่า IWG มุ่งถ่ายทอดวัฒนธรรมการทำงานใหม่ๆ ผ่านแบรนด์ชั้นนำในเครือของบริษัททั่วโลก รวมถึงการพัฒนาและเสริมสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ยืดหยุ่นตามแบบฉบับของ IWG พร้อมให้ธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงสำนักงานในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

สำหรับกรุงเทพฯ มีแบรนด์ชั้นนำอย่าง Regus และ Spaces ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ IWG ได้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่การทำงานครั้งสำคัญ โดยปัจจุบัน Regus ผู้ให้บริการพื้นที่สำนักงานชั้นนำระดับโลก มีสาขาพร้อมให้บริการสำนักงานให้เช่าครบวงจรถึง 19 สาขาทั่วประเทศไทย และอีกหนึ่งสาขาสำหรับ Spaces

นอกจากนี้ Regus ยังมีแผนจะเปิดสาขาใหม่ทั้งหมด 3 สาขาภายในปีนี้ เพื่อรองรับความต้องการพื้นที่ใช้งานที่มีความยืดหยุ่นของผู้บริโภคให้มากขึ้น ได้แก่ สาขาเชียงใหม่ไอคอนปาร์ค โครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ และอีกหนึ่งสาขาบนชั้น 23 อาคาร ภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค (ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค)  ในขณะที่ Spaces ยังคงเดินหน้าขยายสาขาที่สองที่จัตุรัสจามจุรีด้วยเช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางในเดือนหน้านี้

ทั้งนี้ในช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา IWG ได้ขยายพื้นที่ทำงานไปยังอาคารสำนักงานกว่า 314 แห่ง จากพื้นที่เดิมที่มีอยู่ทั้งหมด 5.5 ล้านตารางฟุต ถือเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นถึง 36% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้ปัจจุบัน IWG มีพื้นที่สำนักงานทั่วโลกรวมแล้วกว่า 50 ล้านตารางฟุต

ขณะที่ปัจจุบันความต้องการพื้นที่ทำงานแบบยืดหยุ่นนั้นได้แผ่ขยายไปทั่วโลกอย่างแท้จริง ซึ่ง IWG ก็ขยายสาขาไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยปัจจุบัน IWG เป็นบริษัทผู้ดูแลและบริหารแบรนด์พื้นที่สำนักงานชั้นนำอย่าง Regus, Spaces, No18, Basepoint, Open Office และ Signature ซึ่งพร้อมให้บริการมากกว่า 3,300 แห่ง ใน 1,000 เมือง และกว่า 110 ประเทศ  ทั้งยังคงมีแนวโน้มจะเติบโตตลอดปี พ.ศ. 2561 ด้วยแผนการเพิ่มพื้นที่สำนักงานทั่วโลก

ด้านนายมาร์ค ดิกซัน กรรมการผู้จัดการ และผู้ก่อตั้ง IWG กล่าวว่า ความต้องการพื้นที่สำนักงานแบบยืดหยุ่นที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจต่างๆ เล็งเห็นถึงผลประโยชน์ที่เรามุ่งนำเสนอ และในปีนี้ยังถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของกระแสและทัศนคติของคนทั่วโลกที่มีต่อพื้นที่การทำงาน

"ธุรกิจทั่วโลกต่างเริ่มตระหนักว่าพื้นที่สำนักงานที่มีความยืดหยุ่นมีข้อได้เปรียบสูงช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และช่วยดึงดูดหรือรักษาพนักงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีและความสามารถของคนที่ทำงานจากที่ไหนก็โดยพื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่นยังช่วยให้บริษัทต่างๆ ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่ธุรกิจสตาร์ทอัพไปจนถึงบริษัทข้ามชาติไม่ว่าจะเป็นกำไรที่มากขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นในกระบวนการทำงานเชิงกลยุทธ์และคล่องตัวมากขึ้นด้วยโลกแห่งดิจิทัลที่มีการเคลื่อนไหวและแข่งขันกันอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน” นายดิกซัน กล่าว

Baania มี Line แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร