คอนโดยังคึกคัก รายเล็ก-ใหญ่เดินหน้าผุดโครงการใหม่

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะเตรียมบังคับใช้แนวนโยบายการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สำหรับการปล่อยสินเชื่อให้กับที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป และการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสัญญาที่ 2 โดยกำหนดวงเงินกู้ต้องไม่เกิน 80% แต่ก็มิได้ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมซึ่งน่าจะเป็นตลาดที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการกำกับดูแลของ ธปท. จะชะลอตัวลดลงแต่อย่างใด เมื่อยังมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหน้าใหม่ รายเก่า ยังคงทะยอยเปิดโครงการใหม่กันอย่างต่อเนื่อง โดยยังเชื่อมั่นว่า ความต้องการซื้อจริงในตลาดคอนโดมิเนียมยังมีอยู่อีกมาก

พฤกษา-เสนาฯ ลุยผุดคอนโดต่อเนื่อง 
เริ่มจาก บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ได้เปิดตัวโครงการระดับลักชัวรี่ใหม่ล่าสุด เดอะรีเสิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์” ในซอยสุขุมวิท 61 ในราคาเริ่มต้น 12-60 ล้านบาท โดยนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการไม่น่าจะมีผลกระทบจากมาตรการของธปท. เพราะเป็นโครงการระดับบนลูกค้าสามารถจ่ายดาวน์ได้ตามเงื่อนไข และมั่นใจว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นถึงวันโอนจะสูงว่า LTV ที่ธปท.กำหนด

ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยในย่านสุขุมวิทยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยสูงมากเนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและเป็นแหล่งงานที่มีศักยภาพ ส่งผลให้คอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิทยังเป็นที่ต้องการในลำดับต้นๆ บริษัทจึงเตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ เดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์ บนที่ดินกว่า 3 ไร่ครึ่ง ซึ่งหาไม่ได้อีกแล้วในซอยสุขุมวิท 61 และในอนาคตจะเพิ่มมูลค่าให้เจ้าได้ของอย่างแน่นอน

สำหรับโครงการเดอะรีเซิร์ฟ 61 ไฮด์อะเวย์ เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร จำนวน 164 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาท มีแบบห้องให้เลือก 5 แบบ ตั้งแต่ 48.40-228 ตร.ม. และห้องที่เป็นไฮไลท์ของโครงการนี้คือ ห้อง Triplex 3 ชั้น ขนาดเริ่มต้นที่ 206 - 228 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 12-60 ล้านบาท จะเปิดขายในวันที่ 10 – 11 พ.ย.นี้ โดยลูกค้าที่จองในงานรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 400,000 บาท 

ด้านผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเสนาฯ และ ฮันคิว ได้ร่วมทุนพัฒนาโครงการใหม่ในย่านบางนาชื่อโครงการ  “นิช โมโน เมกะ สเปซ บางนา” มูลค่าโครงการ 2,200 ล้านบาท บนพื้นที่ 3 ไร่เศษ เป็นคอนโดมิเนียมสูง 40 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 795 ยูนิต  แบ่งเป็นห้องชุดพักอาศัย 3 ขนาด ประกอบด้วย ขนาด 1 ห้องนอน 30 ตารางเมตร 35 ตารางเมตร และ 50 ตารางเมตร ราคาเริ่ม 2.2 ล้านบาท โดยมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 83,000 บาท 
ทั้งนี้ พื้นที่ในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก จึงเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะย่านบางนา ซึ่งเป็นทำเลที่อยู่ใกล้ CBD มากที่สุดย่านหนึ่ง โดยมีทางด่วนมอเตอร์เวย์เชื่อมต่อถนนสุขุมวิท เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ จากศักยภาพดังกล่าวทั้งเป็นย่านธุรกิจในอนาคต ทำให้ดีเวลลอปเปอร์หลายรายเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่างๆ ทั้งแนวตั้งและแนวราบในย่านดังกล่าว สำหรับโครงการ“นิช โมโน เมกะ สเปซ บางนา” จะเปิดขายอย่างเป็นทางการวันที่ 17 พ.ย.นี้ สำหรับลูกค้าที่จองจะได้รับส่วนลดสูงสุด 100,000 บาททุกยูนิต พร้อมสิทธิ์จับฉลาก ลุ้นรับส่วนลดเพิ่มมูลค่าสูงสุด 70,000 บาท 

นอร์ธแลนด์-รอแยลเฮ้าส์ โดดร่วมวงด้วย
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จากต่างจังหวัด ได้ขยายตลาดเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้น
นายนพดล ธรรมวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ธแลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดสระบุรีมา 22 ปี พัฒนาโครงการมาแล้วกว่า 20  โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท โดยขณะนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาและเปิดขายอยู่ 7 โครงการ โครงการล่าสุด ได้แก่ โครงการ บีท บางหว้า อินเตอร์เชนจ์ ซึ่งเป็นโครงการคอนมิเนียมโครงการแรกที่พัฒนาในกรุงเทพฯ หลังจากก่อนหน้านี้ ได้ร่วมลงทุนกับ บริษัท เดวา เรียลเอสเตท พัฒนาโครงการ  D8 ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีมาแล้ว 1 โครงการ 

"จังหวัดสระบุรี แม้จะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทต้องการจะขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเห็นว่ากรุงเทพฯเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมสมบูรณ์ในทุกๆ ด้าน จึงตัดสินใจเข้ามาพัฒนาโครงการในพื้นที่บริเวณรอบสถานีบางหว้า ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพ จากการเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้า 2 สาย สามารถเดนทางเข้าออกเมืองได้อย่างสะดวก และมีสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่อย่างครบถ้วย เช่น ศุนย์การค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เป็นต้น"

สำหรับโครงการ บีท บางหว้า อินเตอร์เชนจ์ เป็นคอนโดฯ Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ จำนวน 402 ยูนิต มีห้องชุดให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ แบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 25.7-31.8 ตร.ม. จำนวน 323 ยูนิต  แบบ 1 ห้องนอน พลัส ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 32.6-39.9 ตร.ม. จำนวน 39 ยูนิต และ แบบ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 45.9-51.1 จำนวน 40 ยูนิต  ราคาเริ่ม 65,000 บาทต่อตร.ม.หรือราคาเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาทต่อยูนิต โดยจะเปิดขายในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ ที่สำนักงานขายบริเวณทางออกที่ 4 สถานีบางหว้า 

“สำหรับราคาเริ่มต้นที่ 60,000 กว่าบาทต่อ ตร.ม.ถือเป็นราคาที่ฐานลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อได้ เมื่อเทียบกับราคาขายโครงการอื่นในย่านเดียวกันที่มีราคาอยู่ที่ 80,000 บาทต่อตร.ม.ถือว่าราคาขายคอนโดฯโครงการ “ บีท บางหว้า อินเตอร์เชนจ์” นั้น “คุ้มค่า คุ้มราคา” กล่าวคือ กรณีที่ซื้อห้อง 1 ห้องนอนขนาด 26 ตร.ม.ราคาที่ต่างกัน 20,000 บาท เท่ากับว่าต่างกันมากถึง 500,000 บาท จำนวนเงินที่ต่างกันช่วยลูกค้าเซฟต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 3,000 บาทในการผ่อน ซึ่งลูกค้าสามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้" นายนพดลกล่าว 

ด้านนายโกศล โควิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ อีเลฟเว่น  บริษัทในกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้าน รอแยลเฮ้าส์ เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขยายโอกาสจากธุรกิจรับสร้างบ้าน เจาะตลาดที่อยู่อาศัยในราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นฐานตลาดที่ใหญ่ที่สุด โดยล่าสุด ได้เปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์แรกภายใต้ชื่อ โคคูน บนถนนพระราม 9 ซอย 59 เนื้อที่กว่า 1 ไร่ พัฒนาเป็น คอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 146 ยูนิต ขนาดห้อง 26-44 ตารางเมตร (ตร.ม.) มูลค่าโครงการ 305 ล้านบาท โดยเตรียมเปิดขายในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ ในราคาขายเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 7 หมื่นบาท/ตร.ม. 

ทั้งนี้ รอแยลเฮ้าส์ ไม่ใช่หน้าใหม่ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพราะนอกจากธุรกิจรับสร้างบ้านที่รู้จักกันดีแล้ว ยังมีประสบการณ์การพัฒนาที่อยู่อาศัยมาแล้วหลายโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง เช่น โครงการรอยัล ทาวเวอร์ 3 อินทามระ 25 โครงการกรีน พีซ แมนชั่น ประดิพัทธิ์ ซอย 7 รอยัล กมลา ภูเก็ต เป็นต้น การเปิดบริษัทใหม่ก็เพื่อโฟกัสธุรกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากโครงการแรกได้รับการตอบรับที่ดีก็พร้อมจะเดินหน้าต่อในปีหน้าอีกอย่างน้อย 1 โครงการ

เอสบี เปิดบริการแต่งห้องเจาะลูกค้าคอนโด
ขณะเดียวกัน บริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ ยังได้ขยายไลน์ธุรกิจ จับกลุ่มคอนโดมิเนียมโดยเฉพาะ โดย นางธัญญรักข์ ชวาลดิฐ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ กล่าวว่า คอนโดมิเนียม ถือเป็นเมกะเทรนด์ในด้านที่อยู่อาศัย สังเกตได้จากจำนวนสินค้าที่ส่งให้ลูกค้าเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับคอนโดมิเนียมเพิ่มมากขึ้น ขณะที่เฟอร์นิเจอร์สำหรับที่อยู่อาศัยแนวราบเริ่มลดลง  บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อรองรับ ความนิยมอยู่คอนโดมากขึ้น ทั้งการอยู่เองและเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งจากการเก็บข้อมูลพบว่า ลูกค้าคอนโดปัจจุบันกว่า 67-68% ซื้อเพื่ออยู่เอง อีก 31-32% เป็นลูกค้าที่ซื้อลงทุนปล่อยเช่า

ล่าสุดจึงได้เปิดบริการ CONDO SOLUTIONS @ SB DESIGN SQUARE ซึ่งเป็นบริการครบวงจร สำหรับการตกแต่งคอนโดทั้งตกแต่งไว้อยู่เองและเพื่อปล่อยเช่า โดยมี Interior Designer มืออาชีพคอยช่วยดูแลเรื่องออกแบบและสไตล์การตกแต่ง และยังมี Condo Décor Planner ที่เป็นมากกว่าผู้ช่วยส่วนตัวคอยให้คำปรึกษา ติดตามงาน บริหารจัดการเวลาและวางแผนงานการติดตั้งต่างๆ ให้กับลูกค้า เพื่อให้การแต่งคอนโดของลูกค้าเป็นเรื่องสะดวกสบายและง่ายขึ้น 

“สำหรับกลุ่มเป้าหมายจะเป็นคน Gen Y อายุระหว่าง 28-35 ปี ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ รวมถึงกลุ่ม นักลงทุน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ลงทุนในคอนโดฯ ระดับ Hi-end เพื่อปล่อยเช่าชาวต่างชาติ จะเป็นกลุ่มที่มองหาบริการตกแต่งคอนโดที่สร้างลุคหรูหรา ดูดีมีสไตล์ และอีกกลุ่มคือ ลงทุนในคอนโดฯ ระดับกลาง ซึ่งกลุ่มนี้จะมองหา Value ในการลงทุนตกแต่งในงบประมาณที่จำกัด ติดตั้งได้รวดเร็ว โดยคาดว่าในปีหน้าจะมียอดขายจาก CONDO SOLUTIONS ประมาณ 300 ล้าบาท” นางธัญญรักข์ กล่าว

คงต้องตามดูอีกครั้งว่า หลังการประกาศใช้มาตรการคุมสินเชื่อของธปท.ในเร็วๆ นี้ จะมีผลกระทบตามมาอย่างไร แต่ในเวลานี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงมั่นใจว่า ตลาดคอนโดโดยภาพรวมไม่น่าได้รับผลกระทบจากมาตรการมากนัก

Baania มี Line แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

 

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร