Baania
เลือกจังหวัด
ประเภทประกาศ
ประเภทอสังหา
ห้องนอน
ราคา

10 ข้อดีของการกู้ร่วมเพื่อรีโนเวทบ้าน และเรื่องที่ควรระวัง!

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ในการรีโนเวทบ้านจำเป็นจะต้องใช้เงินก้อน ซึ่งในปัจจุบันการจ่ายเงินก้อนใหญ่ เป็นเรื่องลำบากใจสำหรับทุกครอบครัว แต่ด้วยโอกาสและความจำเป็นหลาย ๆ อย่างที่ต้องปรับปรุงบ้านจึงทำให้หลายคนต้องเลือกใช้บริการสินเชื่อต่าง ๆ ซึ่งมีรูปแบบการให้กู้ที่หลากหลาย หนึ่งในลักษณะการขอสินเชื่อ ที่ไม่ควรมองข้าม คือ “การกู้ร่วม” ซึ่งตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเงินก้อน  เพื่อการนำไปปรับปรุงบ้านได้เป็นอย่างดี

 กู้ร่วม

การกู้ร่วมเพื่อรีโนเวทบ้าน ดีอย่างไร 

1.ไม่ต้องลำบากหาคนค้ำประกัน เนื่องจากสินเชื่อประเภทนี้ใช้ผู้กู้ 2 คน ขึ้นไป รับภาระหนี้และส่งจ่ายคนละครึ่ง ซึ่งสะดวกสำหรับคนที่อยู่เป็นครอบครัว ทำให้สะดวกในการบริหารจัดการหนี้สิน

2.ได้วงเงินกู้ที่มากขึ้น เนื่องจากทางสถาบันการเงินที่ให้กู้ จะประเมินวงเงินกู้จากทรัพย์สินหรือฐานเงินเดือนของผู้กู้ทั้งหมดเพื่อเป็นทรัพย์สินรวมในการกู้ จึงทำให้มีวงเงินสูงกว่าการกู้เดี่ยว หรือสินเชื่อเงินกู้ประเภทอื่น ทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับเงินก้อนที่มากพอจะนำไปรีโนเวทบ้านได้

กู้ร่วม

3.มีโอกาสที่จะได้รับอนุมัติเงินกู้สูง เพราะการประเมินทรัพย์สินและความสามารถในการชำระหนี้แบบองค์รวมของสินเชื่อประเภทนี้ ทำให้กลุ่มผู้กู้มีโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสูง ทำให้ฝันของคนอยากปรับปรุงบ้านเป็นจริงได้สูงเช่นกัน

4.ทำให้คนในครอบครัววางแผนอนาคตร่วมกันได้ง่ายขึ้น เนื่องจากภาระการชำระหนี้ทั้งหมด ถูกจำกัดอยู่ภายในครอบครัว จึงทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจ และวางแผนอนาคตทางการเงินร่วมกัน ไม่ต้องเสี่ยงเรื่องการรับภาระหนี้หลังผู้ร่วมกู้เสียชีวิต แม้ว่าผู้กู้ร่วมอีกฝ่ายจะเสียชีวิต แต่ภาระหนี้ก็ยังมีสืบทอดถึงทายาท จึงไม่ตกเป็นภาระของผู้กู้อีกฝ่ายที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน

กู้ร่วม

5.เพิ่มความอุ่นใจในการชำระหนี้ มั่นใจได้ว่าการชำระหนี้จะไม่มีปัญหาเมื่อการเงินของคุณเกิดสะดุด เพราะการกู้ประเภทนี้ธนาคารสามารถเรียกเก็บจากคู่สัญญา คนใดคนหนึ่งก็ได้ นั่นหมายความว่าหากคุณ ประสบปัญหาทางการเงินก็สามารถให้ธนาคารเรียกเก็บการชำระหนี้จากอีกฝ่ายในส่วนที่เป็นวงเงินของเขาก่อนก็ทำได้

6.ในกรณีที่เป็นสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็สามารถกู้ได้ สินเชื่อประเภทนี้ไม่ได้จำกัด ไว้เพียงคู่สามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น หากแต่สามีภรรยา ที่อยู่กินกันโดยพฤตินัยก็สามารถกู้ได้ ขอเพียงมีหลักฐานการแต่งงานการ์ดแต่งงาน การรับรองบุตรหรือมีลูกด้วยกันก็สามารถยื่นกู้ได้แล้ว

กู้ร่วม

7.สามารถเลือกการถือครองกรรมสิทธิ์ทั้งแบบเดี่ยวและแบบร่วมก็ได้ ไม่จำเป็นว่าต้องถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันจึงจะกู้ได้ ขอเพียงยอมรับภาระการชำระหนี้ร่วมกัน ก็ยื่นกู้ได้แล้ว ทำให้สะดวกในกรณีที่กู้ซื้อทรัพย์สินหรือรีโนเวทบ้านของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อหมดภาระหนี้แล้ว ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมโอนเป็นของส่วนบุคคลอีก

8.สามารถแบ่งภาระหนี้รับผิดชอบกันได้อย่างชัดเจนและเป็นธรรม เนื่องจากการร่วมกันกู้ เป็นลักษณะการทำสัญญาแบ่งชำระหนี้กันแบบคนละครึ่ง เช่น หนี้ 30 ล้าน ก็จะแบ่งภาระรับผิดชอบคนละ 15 ล้านบาท ทำให้มีวงจำกัดในการรับผิดชอบอย่างชัดเจน

กู้ร่วม

9.แม้ฐานเงินเดือนไม่สูงมากก็สามารถกู้ได้ ทางสถาบันการเงินและพิจารณาจากรายได้รวม ของผู้กู้ทุกฝ่ายเพื่อหาความเป็นไปได้ในการผ่อนชำระหนี้ การพิจารณาด้วยหลักเกณฑ์นี้แม้ว่าผู้กู้รายใดรายหนึ่งจะมีฐานเงินเดือนน้อยก็จะไม่มีปัญหาในการกู้แต่อย่างใด ทำให้ได้วงเงินที่สูง กว่าการกู้แบบอื่น

10.ไม่เสี่ยงต่อการเป็นเงินกู้ศูนย์เปล่าหรือภาระหนี้สินที่ไม่เกิดประโยชน์ เนื่องจากมีผู้ร่วมกู้หลายคนย่อมเป็นธรรมดาที่จะต้องมีการตกลงวางแผนการใช้เงินร่วมกัน ทำให้การวางแผนการเงินเป็นไปอย่างเคร่งครัดเงินกู้ที่ได้มาจึงเกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งสินเชื่อประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อบ้านและที่ดินซึ่งเป็นถาวรวัตถุอันมีมูลค่าในตัว จึงเป็นสินเชื่อที่มีประโยชน์ต่อผู้กู้

กู้ร่วม

นอกจากข้อดีทั้ง 10 ข้อที่กล่าวมา ก็ยังมีข้อควรระวัง ที่ผู้กู้ต้องพิจารณา

1.ต้องมั่นใจว่าผู้ร่วมกู้จะไม่มีปัญหาบาดหมางใจกันในภายหลัง แม้ว่าจะเป็นญาติสนิท บุคคลอันเป็นที่รักหรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่ก็อาจมีเหตุให้บาดหมางใจจนอาจกระทบต่อสัญญาเงินกู้ หรือทรัพย์สินที่ได้มาหลังจากชำระหนี้ครบถ้วน ดังนั้นการจะเลือก ผู้ที่มาร่วมกู้ด้วยต้องพิจารณาให้ดี

2.อิสระทางการเงินที่ต้องถูกจำกัด เนื่องจากมีบุคคลอื่นมาร่วมรับผิดชอบภาระหนี้ด้วย การวางแผนการเงินและการใช้ประโยชน์จากการกู้เงินต้องเป็นไปอย่างรอบคอบรัดกุม มีการปรึกษากับผู้ร่วมกู้รายอื่นให้รับทราบเมื่อมีการใช้เงินอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาได้ในภายหลัง

กู้ร่วม

3.ต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นอย่างสูง แม้ว่าจะแบกรับภาระหนี้คนละส่วนกันคนละครึ่ง แต่ก็ควรรับผิดชอบในส่วนของตนให้ดีที่สุด เพราะทางสถาบันการเงินสามารถเลือกให้ผู้หนึ่งผู้ใดในคู่สัญญาเป็นผู้รับภาระหนี้ทั้งหมดได้ ดังนั้นหากเราขาดส่งหรือมีปัญหาทางการเงิน ผู้ที่ร่วมกู้กับเราก็อาจถูกธนาคารเรียกเก็บเพียงคนเดียวได้

ทันทีที่มีภาระหนี้สินเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกู้เดี่ยวหรือกู้ร่วม ผู้กู้พึงระลึกอยู่เสมอว่าได้มีภาระรับผิดชอบเกิดขึ้นแล้ว การมีวินัยทางการเงิน ผ่อนชำระตรงตามกำหนดไม่สร้างหนี้เสียเพิ่ม พยายามลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ก็จะทำให้เงินกู้นั้นไม่เป็นปัญหาทางการเงินในอนาคต 

บทความแนะนำ

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร