กางแผนสร้างบ้านเพื่อประชาชนทั่วประเทศ

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

สอดประสานเป็นเสียงเดียวกันระหว่างนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์  ในการเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐบาลตั้งธงไว้ แต่ยังทำไปได้ไม่ถึงไหน

จึงเป็นที่มาของคำถามแบบแซวๆ การเคหะแห่งชาติที่ว่า “4 ปีทำได้แค่นี้เองหรือ” ในวันที่พล.อ.ประยุทธ์ไปเปิดแฟลตดินแดงเวอร์ชั่นใหม่ตามแผนฟื้นฟูเมืองดินแดง ระยะ 1 หรือการสั่งการเร่งด่วนของรองนายกฯสมคิด ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ร่วมกับการเคหะฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแผนสร้างที่อยู่อาศัยทั่วประเทศมานำเสนอภายใน 3-4 เดือน เพื่อเติมฝันให้กับคนเบี้ยน้อยหอยน้อย หรือคนที่เริ่มสร้างครอบครัวให้มีบ้านเป็นของตัวเอง

ถ้าไม่นับกระแสของการเดินเข้าสู่โหมดเลือกตั้งที่รัฐบาลให้คำมั่นเอาไว้ในปีหน้ามาตามนัดแน่นอน ถือว่ารัฐบาลนี้ก็มีความตั้งใจดีในการบรรจุวาระเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นคงในระดับปฐมภูมิของสังคมให้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี หรือแม้แต่ปลุกชีพคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติให้กลับมาเดินหน้างานโยบายด้านที่อยู่อาศัยได้อีกครั้ง ผลงานล่าสุดของคณะกรรมการฯคือ การเห็นชอบให้การเคหะฯตั้งกองทุนที่อยู่อาศัย 5,000 ล้านบาท ที่กำลังจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้
ยึดยุทธศาสตร์20ปีสร้างบ้าน 2 ล้านหน่วย

สำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองนั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้การเคหะฯเดินหน้าจัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยแห่งชาติ ระยะ 20 ปี เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งสิ้น 2.3 ล้านหน่วย คาดว่าจะใช้วงเงินลงทุนรวม 5 แสนล้านบาท ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลาง ในโครงการเคหะชุมชนบ้านพักสวัสดิการข้าราชการ บ้านสำหรับผู้สูงอายุ คอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า รวมถึงโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยภาครัฐร่วมกับเอกชนหรือ PPP : Public Private Partnership
ส่วนคำสั่งเร่งด่วนที่ดร.สมคิด ให้ธอส.และการเคหะฯร่วมกันดำเนินการนั้น ในส่วนของแผนงานก่อสร้าง ก็คงหยิบมาจากแผนยุทธศาสตร์ของการเคหะฯ โดยนำแผนที่เป็นไปได้เร็วที่สุด และสามารถพัฒนาได้มากที่สุดตามเป้าหมายทุกจังหวัดทั่วประเทศมาเร่งดำเนินการก่อน โดยที่ธอส. ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ทำหน้าที่คิดในส่วนมาตรการสนับสนุนด้านการเงิน
เร่งแผนหนุนเอกชนต่างจังหวัดผุดโครงการ

“การเคหะฯจะเร่งเซ็นบันทึกข้อตกลงกับสถาบันการเงินรัฐ ได้แก่ ธอส. ออมสิน และกรุงไทย ในการสนับสนุนสินเชื่อให้กับ การพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ โดยการเคหะฯ มีแนวทางในการสนับสนุนเจ้าของที่ดินในแต่ละจังหวัดให้นำมาพัฒนาโครงการโดยที่การเคหะฯ เป็นพี่เลี้ยงให้” ธัชพล กาญจนกูล  ผู้ว่าการเคหะฯ กล่าว

ขณะนี้มีเอกชนกว่า 30-40 ราย ให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมกับโครงการนี้ เช่น ที่ภาคอีสานมีถึง 10 โครงการ เช่น นครราชสีมา มุกดาหาร อุบลราชธานี อุดรธานี และที่ เชียงใหม่ พิษณุโลก นราธิวาส เป็นต้น โดยขนาดของโครงการจะมีมูลค่าประมาณ 100-500 ล้านบาท โดยในระยะต่อไป จะเสนอมาตรการเพิ่มแรงจูงใจให้กับเอกชนที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อยกับการเคหะฯ เช่น  การลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน การให้โบนัสในเรื่องสัดส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน หรือ FAR ที่มากขึ้น รวมถึงอาจจะไม่ต้องเข้ากฎหมายการจัดสรรที่ดิน หรือได้ชดเชยอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น   

นอกจากนี้การเคหะฯจะนำที่ดินที่มีอยู่เปิดให้เอกชนเช่าลงทุน โดยที่โครงการต้องมีมูลค่าไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เพื่อให้เกิดความคล่องตัว เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส่วนโครงการร่วมลงทุน 3 โครงการ ได้แก่ การเคหะฯร่มเกล้า การเคหะหนองหอย เชียงใหม่ และโครงการฟื้นฟูเคหะชุมชนดินแดง เฟส 3 และ 4   เสนอให้คณะกรรมการพิจารณาในสัปดาห์หน้า 

ตั้งกองทุนปล่อยกู้ 5,000 ล้านรอเสนอครม.
ขณะเดียวกันจะมีกองทุนเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัย และจะเสนอครม.พิจารณา ในวงเงิน 5,000 ล้านบาท เข้ามาสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบสินเชื่อของสถาบันการเงินได้ นอกจากนี้ การเคหะจะรนำโมเดลทางการเงินสมัยใหม่หรือ Leasehold Financial Model เข้ามาดำเนินงานผ่านบริษัทลูกของการเคหะซึ่งได้แก่  บริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชม จำกัด หรือ CEMCO ซึ่งจะเปิดให้เอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทเช่าซื้อ บริษัทประกันเข้าร่วมทุนเป็นผู้ดำเนินการ

ผู้ว่าการการเคหะ ยังกล่าวอีกว่า ในช่วงที่ผานมาสามารถผลักดันโครงการตามนโยบายของรัฐบาลได้ทั้งเรื่อง การจัดตั้งกองทุนที่อยู่อาศัย การพัมนาโครงการที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ได้มีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย ซึ่งครม.ได้อนุมัติแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการประชานิเวศร์ และโครงการที่ลำลูกกา เป็นโครงการนำร่อง บ้านข้าราชการ ประมาณ 500-600 หน่วย 
สำหรับโครงการบ้านผู้สูงอายุ ในเบื้องต้นมีแผนจะพัฒนาในพื้นที่ 4 จังหวัด โดย 2 โครงการอยู่บนที่ดินของการเคหะฯ ได้แก่ 1.โครงการที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 600 ยูนิต 2.โครงการที่ จ.เชียงใหม่ 300 ยูนิต 3.โครงการที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 300-600 ยูนิต ตั้งอยู่บนที่ดินกรมธนารักษ์ และ 4.โครงการที่ จ.เชียงราย พัฒนาบนที่ดินของราชพัสดุ โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 1 แปลง G สำเร็จไปแล้ว และเข้าสู่กระบวนการของระยะที่ 2 และสุดท้าย การเปิดศูนย์นวัตกรรมด้านที่อยู่อาศัยและบริการงานขาย (NHA INNOVATION CENTER) เป็นต้น

ธอส.ให้ผ่อนบ้าน 1 ล้านเดือนละ 3,000 บาท
ขณะที่ ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ธอส.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อออกแบบสินเชื่อทั้งในส่วนของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยและผู้พัฒนาโครงการ ในเบื้องต้นต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถผ่อนบ้านในอัตราที่ต่ำในระยะยาวได้คือประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อเดือน แต่ทั้งนี้จะต้องพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยและราคาบ้าน ประกอบด้วย โดยปัจจุบันกู้บ้าน 1 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี จะผ่อนเดือนละ 6,000 บาท แต่หากราคาบ้านถูกลงดอกเบี้ยไม่สูงมาก ระยะเวลาผ่อนนานขึ้น เช่น 40 ปี ก็เชื่อว่าน่าจะผ่อนในอัตรานี้ได้ 
ทั้งหมดคือแผนแบบเร่งด่วนในการพัฒนาที่อยุ่อาศัยตามโจทย์ที่รัฐบาลโยนมาให้มาสดๆ ร้อนๆ ที่ประมวลออกมาได้แต่ถ้ายังจำกันได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา นโยบายสนับสนุนให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง หรือ homeownership ของไทยนั้นอยู่ในระดับที่เรียกว่า ล้าหลังในทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการ และทุกระดับชั้น และโครงการที่เคยทำๆ กันมา กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ไม่ว่าจะเป็น บ้านเอื้ออาทร กับปัญหาคอรัปชั่น หรือบ้านประชารัฐ กับมาตรการก่ำๆ กึ่งๆ กล้าๆ กลัวๆจนไปไม่ถึงไหน 

ที่สำคัญทุกนโยบายด้านที่อยู่อาศัยของไทย ไม่มีเจ้าภาพในระดับ absolute power และขาดมาตรการที่สนับสนุนอย่างจริงจัง เหมือนนานาๆ ประเทศ หากรัฐบาลจะเอาจริงกับเรื่องนี้ การสั่งหน่วยงานในสังกัดให้ดำเนินการตามกำลังและอำนาจที่มีอยู่คงเป็นไปได้ยาก ผู้นำรัฐบาล และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ต้องกล้าออกแอ็คชั่นมากกว่านี้ โดยดูโมเดลการอุดหนุนจากหลายๆ ประเทศเพื่อนบ้านเป็นตัวอย่าง งานใหญ่ถึงจะเดินหน้าไปได้สมความตั้งใจของรัฐบาล

Baania มี Line แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวอสังหาริมทรัพย์แบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน Line ID @baania

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร