Baania
Baania
จังหวัด
ประเภทประกาศ
ประเภทอสังหาริมทรัพย์
ราคา

BOQ คืออะไร จำเป็นหรือไม่ในการสร้างบ้าน

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

หลายคนยังไม่รู้ว่า BOQ คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรกับการก่อสร้างบ้าน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว BOQ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลยในการสร้างบ้าน หรือต่อเติมบ้าน เพราะผู้ว่าจ้างที่เป็นเจ้าของบ้านถ้าไม่ใช่ช่างที่ชำนาญงานจริงๆ หรือบุคคลที่ถูกว่าจ้างให้มาควบคุมงานก่อสร้าง จะไม่มีทางรู้เลยว่ารายละเอียดของวัสดุต่างๆ ที่นำมาใช้สร้างบ้าน ค่าแรง และปริมาณการทำงาน มีรายละเอียดอะไรบ้าง สิ่งที่จะบอกรายละเอียดเหล่านั้นได้คือ BOQ นั่นเอง

1. BOQ คืออะไร

BOQ นั้นย่อมาจาก Bill of Quantities สามารถแปลเป็นภาษาไทยแบบง่ายๆ ว่าใบแสดงราคาค่าวัสดุ และค่าใช้จ่าย ซึ่งใน BOQ นั้นจะระบุถึงรายละเอียดต่างๆ รวมถึงราคาของวัสดุต่างๆ รวมไปถึงค่าแรงในการก่อสร้างที่มีการตกลงว่าจ้างกัน ซึ่ง BOQ นั้นจะออกให้โดยผู้รับจ้างออกแบบบ้าน ผู้รับเหมาสร้างบ้าน ซึ่งบางครั้งใน BOQ ผู้รับเหมาก็จะใส่รายละเอียดของกำไรที่ได้จากการทำงานนั้นมาให้ดูด้วย

BOQ คืออะไร

2. ความสำคัญของ BOQ

เมื่อรู้ว่า BOQ นั้นคืออะไรแล้ว และรู้ว่าใน BOQ นั้นมีรายละเอียดอะไรบ้างไปแล้ว ลองมาดูกันว่า BOQ นั้นยังมีความสำคัญในด้านอื่นๆ ที่สามารถให้ประโยชน์ต่อเจ้าของบ้านว่ามีอะไรบ้าง

  • ใช้ BOQ เปรียบเทียบราคากลาง ก่อนการตกลงว่าจ้างผู้รับเหมารายไหนให้ทำการก่อสร้าง หรือต่อเติมบ้านนั้นผู้รับเหมาจะต้องเสนอ BOQ ก่อนเสมอ ซึ่งผู้ว่าจ้างสามารถนำรายละเอียดใน BOQ ที่ได้รับการเสมอมาไปเปรียบเทียบกับราคาของผู้รับเหมารายอื่นๆ ได้ เพื่อให้รู้ราคากลาง และมองหาผู้รับเหมาที่ให้ราคาตรงกับความต้องการมากที่สุดนั่นเอง
  • ใช้ยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน การเสนอ BOQ แก่สถาบันการเงินเพื่อประกอบในเอกสารการขอสินเชื่อนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากทางสถาบันการเงินจะใช้ BOQ มาประกอบในการพิจารณาสินเชื่อ โดยดูว่าวงเงินค่าก่อสร้างใน BOQ นั้นมีความสอดคล้องกับวงเงินที่เจ้าของบ้านมาขอสินเชื่อหรือไม่
  • รู้รายละเอียดของวัสดุ การที่ใน BOQ นั้นจะมีรายละเอียดของวัสดุแต่ละประเภทที่ใช้ในการก่อสร้าง ทำให้ผู้ว่าจ้างสามารถตรวจสอบคุณภาพ และจำนวน ของวัสดุต่างๆ ระหว่างการก่อสร้างได้จากการดูรายละเอียดใน BOQ ว่าตรงกับวัสดุที่มีการทำมาใช้ก่อสร้างจริงหรือไม่ และยังสามารถใช้ BOQ สำหรับเป็นเอกสารอ้างอิงในการตรวจรับงานก่อนที่จะมีการส่งมอบงานที่เสร็จสมบูรณ์ได้อีกด้วย

 ความสำคัญของ BOQ

3. การแยกประเภท BOQ

สำหรับการก่อสร้างบ้าน 1 หลังนั้นมีรายละเอียดของวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้การรวมรายละเอียดทั้งหมดไว้ใน BOQ เพียงชุดเดียวอาจจะทำให้เกิดการผิดพลาดได้ ดังนั้นตามมาตรฐานในการนำเสนอ BOQ ส่วนมากจะนำเสนอตามประเภทของงานก่อสร้างที่แตกต่างกัน โดยบแบ่งเป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน ได้แก่

  • งานโครงสร้าง คือการลงเสาเข็ม เทพื้น สร้างเสา คาน
  • งานหลังคา คือการทำโครงสร้างหลังคา มุงหลังคา ติดฉนวนกันความร้อน
  • งานผนัง คือการก่อผนัง การฉาบผนัง ติดตั้งประตู หน้าต่าง
  • งานฝ้าเพดาน คือการติดตั้งฝ้าเพดาน
  • งานไฟฟ้า คืองานเดินระบบไฟฟ้าทั้งหมด รวมไปถึงการติดตั้งหลอดไฟต่างๆ
  • งานสุขภัณฑ์ คืองานติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการใช้น้ำ อุปกรณ์ในห้องน้ำ
  • งานระบบน้ำดี – น้ำเสีย คืองานวางระบบนำดี น้ำเสีย น้ำทิ้ง ระบบบำบัดน้ำ
  • งานสี คืองานทาสีภายนอก ภายใน ตามที่ตกลงกันไว้ทั้งหมด
  • งานอื่นๆ คืองานต่างๆ ที่ไม่รวมอยู่ในหมวดหมู่ เช่นงานตกแต่งเพิ่มเติม
  • ค่าแรงคนงาน คือราคาของค่าแรงคนงานทั้งหมดโดยจะคิดแยก หรือคิดรวมมาก็ได้
  • ค่าดำเนินการ คือส่วนของผู้รับเหมาที่จะคิดค่าดำเนินการต่างๆ ตามที่ตกลงกันไว้
  • ซึ่งเมื่อแบ่ง BOQ ตามหมวดหมู่ต่างๆ แล้วนั้นจะช่วยให้การตรวจสอบเป็นไปได้ง่าย และเกิดความผิดพลาดในการสื่อสารระหว่างผู้รับเหมา และผู้ว่าจ้างได้น้อยลง ทำให้สามารถทำงานต่อไปด้วยความราบรื่นได้มากขึ้น

การแยกประเภท BOQ

4. ถ้างานเล็กจะคำนวณ BOQ อย่างไร

การสร้างบ้านถือว่าเป็นงานใหญ่ซึ่งผู้รับเหมาส่วนมากจะมีการเสนอ BOQ ที่เป็นมาตรฐานมาให้ แต่ถ้าเป็นการซ่อมแซม หรือต่อเติมบ้านนั้นส่วนมากจะเป็นผู้รับเหมารายเล็กที่ไม่มีความชำนาญในการคำนวณ BOQ ซึ่งในกรณีนี้ทางผู้ว่าจ้าง และผู้รับเหมาต้องมีการพูดคุยถึงรายละเอียดในการก่อสร้างให้ชัดเจนว่าจะจ้างเหมาในลักษณะอย่างไร จ้างรวมทั้งหมดโดยมีค่าวัสดุด้วย หรือจ้างเหมาแค่เพียงค่าแรง ส่วนวัสดุนั้นเจ้าของบ้านจะจัดหามาเอง เป็นต้น

โดยมากถ้าเป็นงานเล็กก่อนที่จะมีการจ้างงาน หรือพูดคุยกับผู้รับเหมานั้น ทางเจ้าของบ้านจะต้องพยายามคำนวณราคาวัสดุต่างๆ รวมถึงค่าแรงที่จะใช้ในการก่อสร้างแบบคร่าวๆ ไว้ก่อนแล้ว เมื่อถึงเวลาที่จะต้องคุยกับผู้รับเหมาจึงจะสามารถต่อรองราคา หรือรู้ว่าราคาที่ผู้รับเหมารายนั้นเสนอมามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด

สำหรับสิ่งที่เจ้าของบ้านควรรู้เพื่อทำการประเมินราคาค่าก่อสร้างด้วยตัวเองนั้นต้องเริ่มจาก

  • รู้จักประเภทของงานก่อสร้าง ลักษณะของงานสำหรับการก่อสร้างบ้านนั้นมีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานโครงสร้าง งานหลังคา งานผนัง งานสี งานระบบไฟ เป็นต้น แต่ถ้าเป็นการซ่อมแซมหรือต่อเติม ผู้วาจ้างควรรู้ประเภทของงานที่เราจะจ้างว่าเป็นงานประเภทไหน เช่นงานซ่อมแซมห้องน้ำจะเป็นงาน ระบบน้ำดี – น้ำเสีย งานปูกระเบื้อง งานสุขภัณฑ์ เป็นต้น
  • รู้ขนาดพื้นที่ ก่อนที่จะจ้างผู้รับเหมามาทำงานนั้นควรรู้ขนาดพื้นที่คร่าวๆ ของบริเวณที่จะต้องทำงานก่อสร้างก่อน โดยทำการวัดขนาดพื้นที่ให้ได้ออกมาเป็นตารางเมตร เพราะการคิดราคาในการรับเหมาก่อสร้างนั้นส่วนมากคิดเป็นตารางเมตร และเมื่อรู้พื้นที่ยังสามารถคำนวณปริมาณวัสดุต่างๆ ที่จะนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องอีกด้วย
  • รู้ราคาวัสดุ การสืบราคาวัสดุต่างๆ ที่จะนำมาใช้งานนั้นเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านไม่สามารถมองข้ามได้เลย เพียงแค่เดินเข้าห้างสรรพสินค้าสำหรับเครื่องก่อสร้างแล้วเดินดูราคาวัสดุที่จะต้องใช้ หรือปรึกษาร้านอุปกรณ์ก่อสร้างใกล้บ้านก็ได้ เพียงเท่านี้ก็จะได้ราคาวัสดุต่างๆ โดยประมาณมาแล้ว
  • ต่อรองราคาให้เหมาะสม เมื่อถึงเวลาที่จะต้องจ้างงานกับผู้รับเหมาโดยที่ผู้ว่าจ้างได้คำนวณค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ไว้ในใจแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต่อรองราคากับผู้รับเหมา โดยถ้าผู้รับเหมาเสนอราคามาสูงเกินกว่าที่คิดไว้มาก ก็ควรถามว่ามีรายละเอียดอะไรบ้าง และพยายามต่อรองราคาให้ได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากผู้รับเหมาย่อมมีการบวกกำไรเข้าไปด้วย ส่วนผู้รับเหมาที่ให้ราคาต่ำกว่าการคำนวณของเราจนน่าตกใจนั้นให้ตัดทิ้งได้เลย เนื่องจากเมื่อเสนอราคาต่ำมากก็แนวโน้มที่จะทำงานได้ไม่เรียบร้อย และมีโอกาสที่จะทิ้งงานมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกผู้รับเหมาที่เสนอราคาอย่างเหมาะสม ไม่สูงมากจนเกินไป ไม่ต่ำจนเกินไป

คำนวณ BOQ

5. ทำไมต้องจ่ายเงินเกินกว่าใน BOQ

การก่อสร้างทุกครั้งไม่มีคำว่าตามงบประมาณพอดี สิ่งที่นำเสนอใน BOQ นั้นคือรายละเอียดต่างๆ ที่ตายตัว แต่ในความเป็นจริงแล้วระหว่างการก่อสร้างนั้นจะมีปัจจัยต่างๆ ให้เจ้าของบ้านได้เสียเงินเพิ่มอยู่เสมอโดยที่ไม่สามารถจะไปโทษผู้รับเหมาได้ ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคต่างๆ ในการทำงานซึ่งก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การเปลี่ยนแปลงวัสดุโดยที่ผู้ว่าจ้าง ความล่าช้าอันเกิดจากผู้ว่าจ้าง หรือการเปลี่ยนแบบก่อสร้าง เป็นต้น

การจ่ายเงินเพิ่มเติมจาก BOQ อาจจะยกตัวอย่างได้ดังนี้ ผู้ว่าจ้างเกิดมีความชอบบานประตูอีกแบบหนึ่งซึ่งไม่เหมือนกันที่ตกลงไว้ครั้งแรกใน BOQ ทำให้ผู้ว่าจ้างต้องไปซื้อบานประตูอันนั้นมาใหม่ในราคาที่สูงกว่าเดิม และอาจจะทำให้การติดตั้งใช้เวลามากขึ้นก็จะถูกคิดค่าแรงเพิ่มขึ้น หรือผู้ว่าจ้างต้องการตกแต่งบ้านเพิ่มเติมทำให้ต้องเสียค่าวัสดุ และค่าแรงเพิ่มขึ้นนั่นเอง 
ซึ่งกรณีในการที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในเรื่องของวัสดุ หรือเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากที่มีการตกลงกันไว้ใน BOQ แล้วนั้น ผู้ว่าจ้าง และผู้รับเหมาต้องมีการตกลงพูดคุยกันให้ชัดเจน อาจจะมีการลงข้อความเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมแนบท้ายไปด้วยเพื่อความโปร่งใส และความสบายใจในการทำงานจองทั้ง 2 ฝ่าย 

จ่ายเงินเกินกว่าใน BOQ

จากบทความนี้หวังว่าผู้อ่านจะไม่มีคำถามที่ว่า BOQ คืออะไร มีความจำเป็นหรือไม่ และการไม่มี BOQ จะส่งผลเสียอย่างไร เพราะว่าในบทความนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการมี BOQ สำหรับการก่อสร้าง หรือต่อเติมบ้านไว้อย่างครบถ้วน รวมไปถึงในกรณีที่ไม่มี BOQ นั้นจะสามารถคำนวณราคาก่อสร้างได้อย่างไร และข้อดีที่ลืมไม่ได้ของ BOQ คือเป็นการควบคุมคุณภาพ และราคาในการก่อสร้างให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะตามที่ได้ตกลงกันไว้นั่นเอง 

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร