5 ขั้นตอน การเป็นเกมเมอร์มือใหม่

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ช่วงนี้หลายคนก็คงอยู่บ้านกันทั้งวัน ไปไหนก็ไม่ได้ จะนอนดูซีรี่ย์ก็ไม่รู้จะดูเรื่องอะไรดี มาลองเพิ่มงานอดิเรกใหม่ๆด้วยการ "เล่นเกม" กันไหมครับ รับรองว่าสนุกและช่วยแก้เบื่อเวลาอยู่บ้านได้อย่างแน่นอน สำหรับคนที่ไม่รู้จะเข้าสู่การเล่นเกมยังไงดี Baania มี "5 ขั้นตอนการเป็นเกมเมอร์มือใหม่" มาฝากกัน ไม่แน่ว่าคุณอาจจะติดใจกับการเล่นเกมและกลายเป็นเกมเมอร์มือโปรไปเลยก็ได้นะครับ

1. เลือกเครื่องเกมที่ชอบตามรสนิยมของเรา

ก่อนอื่นเลยต้องเลือกเครื่องเล่นเกมที่เราสนใจ โดยประเภทของเครื่องเล่นเกม แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ คอมพิวเตอร์, เครื่องคอนโซล, มือถือหรือแท็บเล็ต ซึ่งแต่ประเภทก็ทำให้ได้อรรถรสในการเล่นเกมต่างกันและเกมบางเกมก็มีให้เล่นแค่เฉพาะเครื่องนั้นๆ สำหรับสายที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์อยู่แล้วอาจเริ่มต้นจากเกมในคอมพิวเตอร์ ซึ่งเกมคอมพิวเตอร์มีข้อดีคือ ภาพความละเอียดสูง เกมมีให้เลือกหลากหลาย มีการแจกเกมฟรีบ่อยและลดราคาบ่อยที่สุด ส่วนคนที่อยากเน้นการเล่นเกมเป็นกิจกรรมยามว่าง เครื่องคอนโซลจะตอบโจทย์ได้มากกว่า เพราะมีเกมสนุกๆให้เลือกเยอะและยังสามารถต่ออุปกรณ์ที่ทำให้เล่นเกมได้สนุกมากขึ้น อาทิ แผ่นเกมเต้น อุปกรณ์บังคับสำหรับเล่นเกมออกกำลังกาย พวงมาลัยขับรถ เป็นต้น โดยเครื่องคอนโซลที่มีขายในปัจจุบัน ได้แก่ Nintendo Switch, Play Station 4, X Box ส่วนเกมในมือถือหรือแท็บเล็ต แม้จะมีเกมฮิตให้เลือกน้อยกว่า แต่ก็เป็นอุปกรณ์ที่มีคนเล่นมากที่สุด ทั้งนี้อาจจะไม่เหมาะเล่นเป็นเวลานานเพราะเสียสายตา

2. เริ่มต้นเล่นเกมจากเกมที่ฮิตทั่วโลก

นอกจากการเลือกเครื่องเล่นเกมที่ชอบก่อน เรายังสามารถเลือกเกมที่ชอบก่อนได้ แล้วค่อยไปซื้อเครื่องที่เล่นกับเกมนั้นได้ สำหรับคนที่ไม่รู้จะเริ่มต้นจากเกมอะไร ลองมองดูเกมที่ถูกนำไปใช้แข่งขันในกีฬาอีสปอร์ต (Esports) ซึ่งจัดว่าเป็นเกมยอดฮิตที่คนเล่นกันทั่วโลก โดยเกมที่อยากแนะนำ ได้แก่ ROV, LOL, DOTA2, ,HEARTHSTONE, OVERWATCH, PUBG, CS : GO, FIFA ONLINE, PES, APEX, Freefire นอกจากนี้ยังมีเกมที่กำลังได้รับความนิยมเล่นกันทั่วโลก อาทิ Call of Duty Warzone, Tom Clancy's Rainbow Six Siege, Grand Theft Auto V เป็นต้น ส่วนใครที่ต้องการเล่นเกมกับลูก ก็อาจจะต้องเลือกเกมที่ไม่มีพิษมีภัยกับเด็กและไม่มีความรุนแรง อาทิ  Minecraft, Roblox, Animal Crossing เป็นต้น

3. เลือกซื้อเกม เลือกร้านไหนและซื้อที่ไหนดี

เมื่อเลือกเครื่องเล่นเกมหรือเกมที่ชอบได้แล้ว เราสามารถซื้อเครื่องเล่นเกมผ่านร้านค้าออนไลน์ได้ทันที แนะนำว่าให้เลือกร้านที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศหรือร้านตัวแทนจำหน่ายใหญ่ๆเพื่อให้สามารถมั่นใจกับคุณภาพและบริการหลังการขายได้ อาทิ IT City, Powerbuy, JIB, NADZ นอกจากนี้ยังมีร้านใน Shopee หรือ Lazada แต่ต้องดูร้านที่มีการรับประกัน มีหน้าร้านที่ชัดเจน มีรีวิวสินค้าว่าส่งจริง นอกจากนี้ถ้าอยากได้เครื่องเกมมือสองก็มีให้เลือกมากมายในกลุ่ม Facebook แต่แนะนำให้นัดรับสินค้าเท่านั้น เพื่อป้องกันการโดนโกง

ส่วนการซื้อเกมจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน วิธีแรกคือซื้อเกมกับร้านที่ขายเกมเป็นแบบกล่องพร้อมแผ่นเกมจริงกับการซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์ที่จะขายเป็นรหัสเกม (Key Game) เพื่อเอาไปลงทะเบียน (Redeem) กับโปรแกรมเล่นเกม (Games Launcher) โดยรหัสเกมที่ซื้อนั้นจะมีระบุไว้ว่าสามารถเล่นได้ในภูมิภาคใด ต้องเอาเกมไปลงกับโปรแกรมเล่นเกมใด สามารถเอาไปใช้กับเครื่องเล่นเกมอะไร ตรงนี้ต้องระวังการซื้อผิดเพราะใช้แทนกันไม่ได้ โดยโปรแกรมเล่นเกมและร้านซื้อเกมจากผู้ผลิต (Official) ที่แนะนำได้แก่ Steam, Epic Games, Uplay, Battle.net, Origin, Rockstar Games, Bethesda.net

อนึ่งสำหรับคนที่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ลองติดตามแฟนเพจใน Facebook อาทิ เกมถูกบอกด้วย v.2 , Online Station , DigitalGame2U ซึ่งจะมีข่าวสารเกี่ยวกับเกมและการบอกข่าวการแจกเกมฟรีอยู่ตลอด ใครที่งบน้อยจะไปรับเกมฟรีมาเล่นก็ทำได้

4. เลือกซื้ออุปกรณ์เสริมสไตล์เกมมิ่งเกียร์

สำหรับคนที่เล่นเกมเป็นเวลานานมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวันและเล่นเกมด้วยคอมพิวเตอร์ แนะนำให้เลือกซื้อเก้าอี้เกมมิ่งหรือเก้าอี้เพื่อสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิด Office Syndrome ที่เกิดจากการนั่งผิดท่าเป็นเวลานานๆ โดยเก้าอี้นั้นมีราคาตั้งแต่ประมาณ 1,800-15,000 บาท อยู่ที่ยี่ห้อและฟังก์ชั่นต่างๆ อาจจะเริ่มต้นจากถูกๆก่อนก็ได้ครับ นอกจากนี้ลองมองหาโต๊ะคอมที่สามารถวางคอมได้หลายๆจอ เพื่อเพิ่มพื้นที่การทำงานและวางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้ครบ ส่วนใครที่เล่นเครื่องคอนโซลและเล่นกับจอทีวีอาจจะเลือกโซฟาที่สบาย นั่งนานๆแล้วไม่ปวดหลัง นอกจากนี้ก็ลองมองพวกหูฟัง เมาส์ที่มีคำว่า Gaming Gear ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ

5. ทำห้องเก็บเสียง ไม่รบกวนเพื่อนบ้าน

การเล่นเกมคงไม่ได้อรรถรสเต็มที่ถ้าไม่ได้เปิดเสียงดังๆ แต่จะเปิดเสียงดังเกินไปก็กลัวรบกวนห้องข้างๆหรือบ้านข้างเคียง ทำไมไม่ลองทำห้องเก็บเสียงในบ้านไปเลย โดยวิธีง่ายๆที่ทุกคนสามารถทำตามได้ อาทิ การอุดช่องโหว่ตามประตูหน้าต่าง การปูพื้นด้วยพรม การใช้ผ้าม่านหนาๆ การทำชั้นวางหนังสือให้เต็มผนัง ซึ่งการเพิ่มความหนาให้กับผนังจะช่วยให้ห้องสามารถเก็บเสียงได้ดีขึ้น หรือถ้าใครพอจะมีงบจะทำเป็นห้องเก็บเสียงเต็มรูปแบบด้วยการทำผนังเก็บเสียงด้วยการใช้วัสดุปิดผนังที่ช่วยเก็บเสียงหรือการทำผนังเก็บเสียงเพิ่มจากผนังเดิม ซึ่งก็มีหลายวิธีให้เลือกเลย นอกจากนี้อย่าลืมตกแต่งห้องเล่นเกมให้สวยงาม เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการเล่นเกมด้วยนะครับ

เป็นยังไงบ้างครับ เริ่มอยากเล่นเกมขึ้นมาบ้างหรือยัง และแม้ว่าการเล่นเกมจะสนุกมากแค่ไหน สิ่งสำคัญที่ส่วนคือการเล่นเกมให้เป็นเวลา มีช่วงเวลาให้พักผ่อนหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วย หรือใครที่ชื่นชอบการเล่นเกมและอยากต่อยอดลองหารายได้จากการเล่นเกมดูก็ได้นะ ยังไงลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ครับ

ที่มารูปภาพ

บทความแนะนำ

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร