วิธีเลือกใช้เหล็กกล่องให้ถูกกับงาน

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

หากพูดถึง เหล็กกล่อง หลายคนอาจจะนึกไม่ออกว่าคือวัสดุที่ใช้ทำอะไรในงานก่อสร้าง แต่น่าจะเคยเห็นตามร้านวัสดุ ซึ่งจริงๆ แล้วมีหลากหลายแบบด้วยกัน ทั้งแบบเหล็กกล่องสี่เหลี่ยม และเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมแบน ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ก็มีการนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีหลายขนาด หลายคุณภาพ หลายราคา โดยที่ผู้ใช้งานต้องศึกษาให้ถี่ถ้วนก่อนนำไปใช้งานจริง

1. เหล็กกล่อง

เหล็กกล่อง เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีความสำคัญมาก นิยมใช้กันในงานก่อสร้างเกือบทุกประเภททั่วโลก รวมถึงใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องใช้ต่าง ๆ และยานพาหนะอีกด้วย โดยตัวเหล็กกล่องจะประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น ฟอสฟอรัสคาร์บอน แมกนีเซียม โครเมียมซัลเฟอร์ และอื่น ๆ เหล็กกล่องนับเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้หลากหลาย โดยจะเด่นด้านคุณสมบัติของหน้าตัด รับแรงต้านทาน ใช้เป็นโครงสร้างอาคาร หรือทำหลังคาเหล็กได้ดี

เหล็กกล่อง

2. ประเภท

หลังจากที่เริ่มเข้าใจว่าเหล็กกล่องคืออะไร หลายคนอาจยังสงสัยว่าเหล็กกล่องดังกล่าวนี้มีกี่แบบกี่ประเภท โดยเหล็กกล่องนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • เหล็กกล่องสี่เหลี่ยม หรือ เหล็กแป๊บโปร่ง เหล็กกล้องสี่เหลี่ยมจะมีลักษณะโครงสร้างรูปพรรณกลวงแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ผิวเรียบไม่หยาบ เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไปที่ไม่รับน้ำหนักมาก เช่น เสา นั่งร้าน เป็นต้น
  • เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมแบน หรือเหล็กแป๊บแบน เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมแบนจะมีลักษณะโครงสร้างรูปพรรณกลวงแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นท่อสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบไม่หยาบ เหมาะสำหรับงานก่อสร้างทั่วไปที่มีขนาดเล็กและขนาดกลาง เป็นต้น

ประเภท

3. ประโยชน์

สาเหตุที่เราเลือกใช้เหล็กกล่องสำหรับงานก่อสร้างเนื่องจากเหล็กกล่องมีคุณสมบัติและประโยชน์ที่หลากหลาย เช่น

  • น้ำหนักเบา 
  • แข็งแรง ทนทาน 
  • มีความยืดหยุ่นสูง ลดการเสียรูปอย่างถาวร 
  • ก่อสร้างได้ง่าย รวดเร็ว 
  • ราคาไม่แพง 
  • สามารถนำมาประยุกต์กับงานก่อสร้างได้หลากหลายรูปแบบ อาทิ บ้านที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ โครงสร้างหลังคา ทำคานเหล็ก โรงจอดรถ เป็นต้น

ประโยชน์

4. การเลือก

สำหรับการเลือกซื้อเหล็กกล่องที่ดีก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยดูได้จากคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ 

  • เหล็กต้องมีคุณภาพ SS400 
  • เหล็กที่ผลิตต้องได้เต็มนิ้ว เต็ม มม. ที่กำหนด ต้องดูที่น้ำหนักจริง ไม่ใช่เพียงแต่ดูที่ความหนา 
  • เหล็กกล่องต้องได้ฉาก มีความยาวต้อง 6 ม. เต็ม 
  • ต้องมีใบรับรองมาตรฐาน มอก. เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพสินค้า

การเลือก

5. ราคา

ในส่วนของราคาเหล็กกล่องก็มีหลายแบบหลายขนาด ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการนำไปใช้ในงานที่แตกต่างกันไป โดยมีตั้งแต่ขนาดสั้นไปจนถึงขนาดยาว อาทิ 
ความหนา 1.2 มม. ขนาด ½ x ½ นิ้ว จะมีราคาประมาณ 90 บาท 
ความหนา 2.0 มม. ขนาด 1½ x 1½ นิ้ว จะมีราคาประมาณ 260 บาท  
ความหนา 2.0 มม. ขนาด 3 x 3 นิ้ว จะมีราคาประมาณ 570 บาท เป็นต้น

ราคา

จากบทความข้างต้นจะเห็นได้ว่าเหล็กกล่องเป็นวัสดุที่สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย มีประโยชน์มากมายในงานก่อสร้างโดยเฉพาะงานโครงสร้างต่าง ๆ ที่ต้องการความแข็งแรงทนทานสูง เนื่องจากเหล็กกล่องมีความยืดหยุ่น ไม่เสียรูปอย่างถาวร อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่ก่อสร้างได้ง่าย ทำให้งานก่อสร้างเสร็จได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงมีต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก จึงเป็นที่นิยมในการนำมาสร้างที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ ไปจนถึงงานโครงสร้างหลากหลายรูปแบบเลยทีเดียว

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร