การเลือกซื้อตู้เย็น แบบไหนประหยัดที่สุด

x
คลิกที่นี่ เพื่อฟังบทความ

ตู้เย็น เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านต้องมี และใช้เป็นประจำทุกวัน เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกซื้อตู้เย็นใหม่ สิ่งที่ควรคำนึงถึงเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว และเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด หนึ่งในนั้นต้องมีเรื่องประหยัดไฟ ดังนั้น เรามารู้จักประเภทของตู้เย็น และการเลือกซื้อตู้เย็นที่คุ้มค่าใช้จ่าย จากบทความนี้ด้วยกันเลย

ประเภทของตู้เย็นประหยัดไฟ

ในปัจจุบันมีตู้เย็นให้ผู้บริโภคเลือกซื้อกันมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าแบบไหนจะตอบโจทย์การใช้งานของแต่ละบ้านมากกว่ากัน ก่อนอื่นมาทำความรู้จักตู้เย็นแต่ละประเภทว่ามีแบบใดบ้าง

  1. ตู้เย็นขนาดเล็ก เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก และช่วยประหยัดพื้นที่ในการใช้งาน แต่ความจุของค่อนข้างน้อย
  2. ตู้เย็น 1 ประตู เหมาะกับบ้านทั่วไปที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ขนาดความจุไม่มาก มีช่องแช่แข็ง และช่องแช่ธรรมดาในตัว ซึ่งหลายบ้านนิยมเลือกใช้ เพราะช่วยประหยัดพลังงานได้ด้วย
  3. ตู้เย็น 2 ประตู เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่น้อย มีแบบช่องแช่แข็งด้านล่าง หรือแบบ 2 ประตูเปิดซ้าย-ขวา โดยจะมีความจุเท่ากันทั้งสองด้าน มีช่องแช่เย็นแบบแนวตั้ง บางรุ่นจะมีช่องกดน้ำดื่มด้านนอกด้วย
  4. ตู้เย็นหลายประตู เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่ขนาดกว้าง และต้องการความจุในการใช้งาน มีประตูด้านซ้าย ด้านขวา ส่วนด้านล่างจะแบ่งเป็นลิ้นชักช่องผัก และช่องแช่แข็ง ช่วยเก็บรักษาให้อาหารสดใหม่ได้ยาวนาน แถมหยิบใช้ได้ง่าย
  5. ตู้เย็นประตูซ้อนประตู เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เพราะมีทั้งหมด 4 ประตู และมีอีก 2 บานซ่อนไว้ด้านบนเพื่อกักเก็บความเย็น และจะช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้นเมื่อเปิดใช้งาน

จากประเภทตู้เย็นทั้งหมด แบบที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากที่สุดคือ ตู้เย็น 1 ประตู และตู้เย็นซ้อนประตู ซึ่งการเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณพื้นที่ของแต่ละบ้าน และความเหมาะสมในการใช้งาน

ประเภทของตู้เย็นข้อควรคำนึงก่อนเลือกซื้อตู้เย็น

ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ในทุกครัวเรือน การเลือกซื้อตู้เย็นจึงต้องคำนึงให้เหมาะสมกับทั้งพื้นที่ และการใช้งาน เพราะในปัจจุบัน มีตู้เย็นให้เลือกซื้อมากมายหลายยี่ห้อ วันนี้ จึงขอเสนอเคล็ดไม่ลับกับข้อควรคำนึงก่อนเลือกซื้อตู้เย็น มาฝากกัน

เลือกที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เครื่องใช้ไฟฟ้า

โดยคำนึงถึงความประหยัดเป็นของคู่กัน ดังนั้นควรเลือกตู้เย็นเบอร์ 5 เพราะเป็นเครื่องหมายการันตีว่าช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้น

เลือกขนาดให้เหมาะสมกับพื้นที่

เนื่องจากพื้นที่ของแต่ละบ้านมีขนาดที่แตกต่างกันไป จึงควรวัดความกว้าง ความสูง และความลึกของพื้นที่ก่อนการเลือกซื้อตู้เย็น อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือ ต้องเผื่อช่องว่างด้านข้าง และด้านบนของตู้เย็นไว้เพื่อระบายความร้อนด้วย

เลือกบานประตูให้เหมาะกับการใช้งาน

ควรเลือกบานประตูที่มีทิศทางการเปิดที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อจะเห็นช่องวางของได้อย่างทั่วถึง และหยิบใช้งานได้สะดวก

เลือกรุ่นที่ไร้เสียงรบกวน

ควรเลือกตู้เย็นรุ่นที่เกิดเสียงไม่เกิน 25 db หรือรุ่นที่ระบุว่า เสียงเงียบ เพราะคงไม่ดีนัก ถ้าซื้อตู้เย็นมาแล้วเกิดส่งเสียงดังรบกวน เนื่องจากต้องเปิดใช้งานอยู่ตลอดเวลา

เลือกรุ่นที่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ

คงเป็นปัญหาที่คุ้นเคยกันดี เมื่อใช้งานตู้เย็นไปสักพักจะมีน้ำแข็งเกาะบริเวณโดยรอบ ทำให้ยากต่อการทำความสะอาด ดังนั้น ถ้าเลือกซื้อตู้เย็นที่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติจะช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาด และไม่เสียพื้นที่ในการใช้งานอีกด้วย

เลือกจากคุณสมบัติพื้นฐาน

คือ ดีไซน์ที่เหมาะสม และจัดวางสิ่งของได้ง่าย โดยสังเกตได้จากส่วนประกอบหลัก ๆ ดังนี้

  • ชั้นวาง ต้องสามารถถอดเข้าและออกมาล้างทำความสะอาดได้ง่าย
  • ลิ้นชักช่องแช่ ต้องมีช่องแยกแช่ภายใน เพื่อการปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม
  • ช่องแช่ผัก และผลไม้ ต้องควบคุมความเย็น และความชื้นได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผักสดใหม่อยู่เสมอ
  • ชั้นวางด้านข้างประตู ต้องมีขนาดที่กว้างพอเหมาะจะแช่ขวดน้ำ หรือสิ่งของต่าง ๆ ได้

เลือกที่มีฟีเจอร์เสริมการใช้งาน

เป็นคุณสมบัติเพิ่มเติมของตู้เย็นแต่ละแบบ ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้งานต้องการฟีเจอร์เสริมแบบใด โดยประกอบไปด้วย 

  • ระบบทำความเย็นแบบคู่ ช่องแช่แข็งกระจายลมเย็นแยกจากช่องแข็งธรรมดา เพื่อการควบคุมอุณหภูมิอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระบบกรองอากาศ มีช่องกรองอากาศแบบคาร์บอน ช่วยลดกลิ่นอับในตู้เย็นได้ดี
  • แผงควบคุมการทำงาน เช่น แผงตั้งค่าควบคุมความเย็น รวมถึงอุณหภูมิ เช็คตัวกรอง และระดับน้ำภายในเครื่อง
  • ระบบประหยัดพลังงาน นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่องดใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น ไม่กินไฟ และช่วยให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญช่วยลดค่าไฟที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนด้วย

ข้อควรคำนึงวิธีการคำนวณคิวตู้เย็น

ขั้นตอนการเลือกขนาดตู้เย็นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกผิด ไม่เหมาะกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเล็กไป ความจุไม่เหมาะกับปริมาณของที่จะใส่ หรือใหญ่ไปจนกินไฟโดยไม่จำเป็น ดังนั้น จึงควรรู้วิธีการคำนวณคิวตู้เย็น เพื่อให้ได้ขนาดตู้เย็นที่พอดีกับพื้นที่บ้าน

การคำนวณคิวตู้เย็น คือ การคำนวณความจุภายในตู้เย็นที่มีหน่วยเป็น “คิว” โดยปกติแล้ว ตู้เย็นจะมีหน่วยวัดเป็นลิตร หรือคิว ซึ่งมาจากคำว่าคิวบิก (Cubic) โดย Foot หรือ Feet จะหมายถึง ลูกบาศก์ฟุต 

สูตรการคำนวณขนาดตู้เย็น

ความกว้าง (ฟุต) x ความสูง (ฟุต) x ความลึก (ฟุต) เท่ากับขนาด คิวบิกฟุต

ตัวอย่าง

ตู้เย็นขนาดกว้าง 1 ฟุต 7 นิ้ว x สูง 3 ฟุต 9 นิ้ว x ลึก 1 ฟุต 7 นิ้ว

เมื่อนำมาคำนวณในหน่วยฟุต [(1+(7/12))x(3+(9/12))x(1+(7/12))] เท่ากับขนาด 4.94 คิวบิกฟุต

คำนวณคิวตู้เย็นวิธีการดูแลรักษาตู้เย็นให้ประหยัดไฟได้มากขึ้น

การดูแลตู้เย็น และใช้งานอย่างถูกวิธี จะช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้น แถมยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยาวนานขึ้นอีกด้วย เพราะเมื่อตู้เย็นสูญเสียความเย็น ก็เท่ากับไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป ดังนั้น มาเรียนรู้วิธีการดูแลรักษาพร้อมกับวิธีประหยัดไฟที่ถูกต้องว่าควรทำอย่างไรบ้าง

  • ไม่นำอาหารร้อนเข้าตู้เย็นทันที เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักขึ้น และทำให้ตู้เย็นสูญเสียความเย็นส่งผลให้อาหารอื่น ๆ ที่แช่อยู่เสียไวขึ้น
  • ไม่ใส่ของเยอะเกินไป ควรจัดตู้เย็นให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ เพื่อสามารถหยิบใช้ได้สะดวก และไม่ต้องเปิดตู้เย็นทิ้งไว้เป็นเวลานาน เพราะหาของไม่เจอ
  • ไม่ควรตั้งตู้เย็นไว้ในห้องแอร์ ควรหลีกเลี่ยงการตั้งตู้เย็นไว้ร่วมกับเครื่องปรับอากาศ เพราะตู้เย็นต้องระบายความร้อนอยู่ตลอดเวลา จะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักจนเกินไป
  • ไม่ควรให้มีน้ำแข็งเกาะ ตู้เย็นบางประเภทจะมีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติซึ่งเป็นสิ่งที่ดี เพราะหากปล่อยให้น้ำแข็งเกาะอยู่ในตู้เย็นจะทำให้ตู้เย็นกินไฟมากขึ้น ดังนั้นควรทำความสะอาดทุกสัปดาห์ เพื่อประหยัดพลังงาน และค่าไฟ
  • ไม่ควรตั้งอุณหภูมิต่ำ หรือสูงเกินไป ควรปรับตั้งอุณหภูมิของตู้เย็นให้เหมาะสมกับของที่แช่ เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ 
  • ไม่ควรเปิด และปิดตู้เย็นบ่อยเกินไป หากมีความจำเป็นต้องใช้ ควรวางแผนให้ดีว่าจะหยิบอะไรจากตู้เย็นบ้าง เพื่อจะได้เปิด และปิดให้น้อยครั้งที่สุด ไม่ควรเปิดทิ้งไว้นานเกินความจำเป็นเพราะจะเปลืองไฟมาก
  • ไม่ลืมตรวจเช็คตู้เย็น ควรตรวจเช็คตู้เย็นอยู่เป็นประจำว่ามีส่วนไหนชำรุด หรือเกิดการรั่วซึม เพื่อจะได้ซ่อมแซมได้ในทันที หากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปอาจเป็นปัญหาใหญ่เกินแก้ได้

วิธีการดูแลเชื่อว่าตู้เย็นคือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านจำเป็นต้องใช้ ทำให้ขั้นตอนการเลือกซื้อตู้เย็น เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ และควรเลือกซื้อให้ถูกหลัก เหมาะสมตามพื้นที่ และมั่นใจว่าตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน คุ้มค่าแก่การใช้งานในระยะยาวอีกด้วย 

ที่มาภาพประกอบ :

http://savingmoneyblogs.com

ประกาศยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร

โครงการยอดนิยม ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร